
CPF แจงคดี “ปลาหมอคางดำ” หลังศาลอุทธรณ์ไฟเขียวฟ้องกลุ่ม ย้ำยังไม่ชี้ความผิด
CPF แจ้ง ตลท. พร้อมเข้าสู่กระบวนพิจารณาคดี 'ปลาหมอคางดำ' หลังศาลอุทธรณ์รับฟ้องแบบกลุ่ม ย้ำยังไม่มีการวินิจฉัยความผิด พร้อมนำเสนอข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน
KEY
POINTS
- CPF แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่าศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้คดี "ปลาหมอคางดำ" สามารถดำเนินกระบวนพิจารณาในรูปแบบคดีแบบกลุ่ม (Class Action) ได้
- บริษัทย้ำว่าคำสั่งดังกล่าวยังไม่ใช่คำวินิจฉัยว่าบริษัทมีความผิดหรือต้องชดใช้ค่าเสียหาย โดยคดีจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลชั้นต้นต่อไป
- คดีนี้เป็นการฟ้องร้องโดยกลุ่มชาวประมงและผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำใน จ.สมุทรสงคราม ที่เรียกร้องค่าเสียหายรวมกว่า 2,486 ล้านบาท
บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จํากัด (มหาชน) หรือ CPF แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) หลังศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้คดี “ปลาหมอคางดำ” ดำเนินกระบวนพิจารณาแบบกลุ่ม ย้ำยังไม่มีการวินิจฉัยว่าบริษัทมีความผิดหรือมีหน้าที่ชดใช้ค่าเสียหาย บริษัทพร้อมเข้าสู่กระบวนการพิจารณา นำเสนอข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อศาล ขณะที่ผลกระทบทางการเงินขึ้นอยู่กับผลคดี
CPF ระบุว่า เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 บริษัทได้รับทราบคําสั่งของศาลอุทธรณ์เกี่ยวกับคดีแพ่งระหว่างนายปัญญา โตกทอง กับพวกรวม 10 คน กับบริษัท ซึ่งเกี่ยวกับกรณีปลาหมอคางดํา โดยศาลอุทธรณ์มีคําสั่งให้คดีดังกล่าวสามารถดําเนินกระบวนพิจารณาในรูปแบบคดีแบบกลุ่ม (Class Action) ตามหลักเกณฑ์และขอบเขตที่ศาลกําหนด
อย่างไรก็ตามคําสั่งดังกล่าวเป็นเพียงขั้นตอนการวินิจฉัยเกี่ยวกับรูปแบบการดําเนินคดีเท่านััน โดยศาลยังมิได้วินิจฉัยในเนื้อหาของคดีว่าบริษัทมีความรับผิดในข้อกล่าวหา หรือมีหน้าที่ต้องชดใช้ค่าเสียหายตามที่โจทก์เรียกร้องหรือไม่ โดยจะต้องมีการเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลชั้นต้นต่อไป
"บริษัทเคารพคําสั่งของศาลและกระบวนการยุติธรรม พร้อมเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี โดยบริษัทจะนําเสนอข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อศาลเพื่อประกอบการพิจารณาคดีในประเด็นแห่งข้อพิพาทต่อไป" CPF ระบุ
สําหรับจํานวนค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้อง จํานวนดังกล่าวเป็นจํานวนเงินตามข้อเรียกร้องของโจทก์ ซึ่งต้องมีการพิสูจน์ตามขั้นตอนกฎหมาย
ส่วนผลกระทบทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัทขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ขอบเขตของกลุ่ม ผลการพิจารณาในประเด็นแห่งคดี และคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากข้อพิพาทดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล บริษัทจึงไม่อาจคาดการณ์ผลคดีหรือให้ความเห็นที่อาจกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม
สำหรับการยื่นฟ้องแบบกลุ่มในครั้งนี้แยกออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มประมงเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และกลุ่มประมงพื้นบ้านใน จ.สมุทรสงคราม ซึ่งได้เรียกค่าเสียหายจากการขาดรายได้ย้อนหลังเป็นเวลา 7 ปี นับตั้งแต่ปี 2560-2567 เรียกร้องสินไหมทดแทนกว่า 2,486 ล้านบาท






