
กรมประมงรื้อเขตระบาด "ปลาหมอคางดำ เหลือ 18 จังหวัด แต่อำเภอพุ่งเป็น 85
กรมประมงเปิดรับฟังความเห็นร่างประกาศฉบับใหม่ ปรับบัญชีพื้นที่แพร่ระบาดปลาหมอคางดำให้ทันสถานการณ์ เพิ่ม "ตราด" เข้ามาใหม่ พร้อมถอด "พัทลุง" และ "ปราจีนบุรี" ออก ทำให้เหลือ 18 จังหวัด แต่พื้นที่ระดับอำเภอกลับเพิ่มจาก 76 เป็น 85 อำเภอ
KEY
POINTS
- กรมประมงเตรียมปรับปรุงเขตพื้นที่แพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ โดยลดจำนวนจังหวัดจาก 19 เหลือ 18 จังหวัด แต่เพิ่มจำนวนอำเภอที่พบการระบาดเป็น 85 อำเภอ
- มีการเพิ่มจังหวัดตราดเข้ามาในบัญชีพื้นที่ระบาดใหม่ ขณะที่ถอดจังหวัดพัทลุงและปราจีนบุรีออกจากบัญชีเดิม
- แม้จำนวนจังหวัดจะลดลง แต่จำนวนอำเภอที่เพิ่มขึ้นสะท้อนว่าการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำยังคงขยายวงกว้างขึ้นในหลายพื้นที่
วันที่ 1 กันยายน 2569 กรมประมงเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการร่างประกาศกรมประมง เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่การแพร่ระบาดปลาหมอสีคางดำหรือปลาหมอคางดำฉบับใหม่ เพื่อปรับปรุงเขตพื้นที่ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การระบาดในปัจจุบัน แทนประกาศฉบับ พ.ศ. 2567 ที่เคยกำหนดพื้นที่ระบาดไว้ 19 จังหวัด 76 อำเภอ
กรมประมงระบุว่า จากการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการดำเนินงานแก้ไขปัญหาร่วมกับภาคประชาชน พบว่ามีการแพร่ระบาดเพิ่มเติมในพื้นที่ใหม่ ทำให้สถานการณ์ล่าสุดครอบคลุม 18 จังหวัด 85 อำเภอ จึงจำเป็นต้องออกประกาศฉบับใหม่เพื่อให้มาตรการควบคุมและแก้ไขปัญหาดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
ประเด็นสำคัญของร่างประกาศฉบับนี้ คือการปรับบัญชีจังหวัด โดย เพิ่มจังหวัดตราด เข้ามาเป็นพื้นที่ระบาดใหม่ ขณะเดียวกันได้ ถอดจังหวัดพัทลุงและปราจีนบุรี ออกจากบัญชีเดิม ส่งผลให้จำนวนจังหวัดลดลงจาก 19 เหลือ 18 จังหวัด
อย่างไรก็ตาม แม้จำนวนจังหวัดจะลดลง แต่จำนวนอำเภอที่พบการระบาดกลับเพิ่มขึ้นถึง 9 อำเภอ จาก 76 เป็น 85 อำเภอ สะท้อนว่าปัญหาในหลายพื้นที่ยังลุกลามในวงกว้างขึ้น
สำหรับ 18 จังหวัดที่ถูกกำหนดเป็นเขตพื้นที่แพร่ระบาดตามร่างประกาศฉบับใหม่ ได้แก่ จันทบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ นนทบุรี กรุงเทพมหานคร นครปฐม ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ชลบุรี และตราด
ทั้งนี้ ร่างประกาศยังกำหนดด้วยว่า บรรดาประกาศอื่นใดที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการประมง ซึ่งมีข้อความกำหนดไว้แล้วหรือขัดแย้งกับประกาศฉบับนี้ ให้ใช้ประกาศฉบับนี้แทน และประกาศจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 30 วันนับถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบและผู้เกี่ยวข้องกับร่างประกาศนี้ ครอบคลุมเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ชาวประมง ประชาชน เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และภาคเอกชน.





