
สภาพคล่องลามทั้งห่วงโซ่ คู่ค้ายืดเวลาชำระ 90 วัน รับเหมารายเล็กถูกตัดเครดิต
เศรษฐกิจโลก-ไทยชะลอตัว ภาคส่งออกสะเทือน คู่ค้าขอยืดเครดิตเทอมจ่ายเงินล่าช้าสุด 90 วัน ฉุดสภาพคล่องหนัก ร้านอาหารขอเวลาหายใจ 60 วันช่วยพยุงเงินสด ขณะค้าปลีก-โชห่วยคงให้เครดิต 15 วัน รับเหมากลาง-เล็กถูกตัดเครดิต
KEY
POINTS
- ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวส่งผลให้ธุรกิจหลายภาคส่วนเผชิญปัญหาสภาพคล่องรุนแรง จนต้องขยายระยะเวลาชำระหนี้ (เครดิตเทอม) ให้แก่คู่ค้าเพื่อรักษาเงินสดหมุนเวียน
- การชำระเงินระหว่างคู่ค้าถูกยืดเวลาออกไปจากเดิม 30 วัน เป็น 45-60 วัน และในบางกรณีอาจนานถึง 90 วัน เพื่อพยุงกระแสเงินสดในธุรกิจ
- กลุ่มผู้รับเหมารายกลางและรายย่อยได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากถูกผู้ว่าจ้างจ่ายเงินล่าช้า ทำให้ถูกซัพพลายเออร์ตัดเครดิตและบังคับให้ซื้อวัสดุด้วยเงินสด
ภาคธุรกิจไทยเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจชะลอตัว ตั้งแต่ผู้ส่งออก ร้านอาหาร โรงแรม ไปจนถึงภาคอสังหาฯ หลายรายต้องยืดเครดิตเทอมรักษาสภาพคล่อง ขณะที่ผู้รับเหมารายกลาง-เล็กเริ่มถูกตัดเครดิตและบังคับซื้อสินค้าเป็นเงินสด
นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทยและนายกสมาคมการค้าอาหารอนาคตไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า หากช่องแคบฮอร์มุซสามารถกลับมาเปิดใช้ได้ตามปกติหลังสหรัฐฯและอิหร่านบรรลุข้อตกลงกรอบเบื้องต้น เพื่อยุติการสู้รบ เปิดช่องแคบ ฮอร์มุซ และเปิดทางสู่การเจรจาประเด็นนิวเคลียร์และการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรในระยะต่อไป ผลดีที่จะเกิดขึ้นกับภาคส่งออกไทยไม่ได้อยู่ที่ยอดขายจะเพิ่มขึ้นทันที แต่เป็นการช่วยลดต้นทุนการผลิตและต้นทุนโลจิสติกส์อย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ เนื่องจากความขัดแย้งที่ผ่านมาได้ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่อง ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของภาคธุรกิจ จากสถานการณ์ส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ กระทบเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวช้า และทำให้กำลังซื้อผู้บริโภคยังไม่กลับมาเต็มที่ ผู้ผลิตจึงต้องลดกำลังการผลิตเพื่อหลีกเลี่ยงการสะสมสต็อกสินค้า ส่งผลให้การหมุนเวียนของคำสั่งซื้อและเงินทุนในระบบชะลอตัวลง
ผลกระทบดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะผู้ส่งออก แต่ลามไปถึงผู้ผลิตวัตถุดิบและซัพพลายเออร์ที่อยู่ต้นน้ำของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งต้องเผชิญการรับชำระเงินล่าช้ามากขึ้น กระทบสภาพคล่องตึงตัวกันทุกฝ่าย จากการหมุนเวียนสินค้าไม่ดี ส่งผลให้การชำระเงินระหว่างคู่ค้าช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
สหรัฐฯ ขอ 90 วัน ยุโรปเน้น LC
จากภาวะสภาพคล่องตึงตัว ทำให้หลายบริษัทเพิ่มความระมัดระวังในการให้เครดิตเทอม โดยระยะเวลาชำระเงินที่เคยอยู่ที่ 30 วัน ถูกขยายเป็น 45 วัน และในหลายกรณียืดออกไปถึง 60-90 วัน แม้คู่ค้าที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจยาวนานยังคงได้รับเครดิตเทอมในระดับเดิมอยู่บ้าง ทั้งในกลุ่มสินค้าเกษตรและสินค้าอุตสาหกรรม แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เริ่มใช้แนวทางบริหารความเสี่ยงมากขึ้น
ปัจจุบัน หากเป็นคู่ค้าใหม่ผู้ส่งออกไทยจำนวนมากกำหนดเงื่อนไขให้เปิดหนังสือเครดิต (Letter of Credit : LC) หรือชำระเงินล่วงหน้าเต็มจำนวน เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านการชำระเงิน โดยตลาดสหรัฐอเมริกายังคงเป็นตลาดที่มีอำนาจต่อรองสูงที่สุด สามารถขอเครดิตเทอมได้ยาวถึง 60-90 วัน ขณะที่ตลาดยุโรปส่วนใหญ่นิยมใช้ระบบ LC ส่วนตลาดตะวันออกกลางจำนวนมากยังคงใช้รูปแบบชำระเงินล่วงหน้า
ร้านอาหารขอขยายเครดิตเป็น 60 วัน
ด้านนายสรเทพ โรจน์พจนารัช ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหาร เผยว่า ร้านอาหารแบบสตรีทฟู้ดส่วนใหญ่จะซื้อวัตถุดิบสดด้วยเงินสด ขณะที่ร้านอาหารขนาดกลาง (SME) สามารถขอเครดิตเทอมจากซัพพลายเออร์สินค้าสดได้ โดยปัจจุบันบางรายขยายเครดิตเทอมจาก 30-45 วัน เป็น 60 วัน เพื่อช่วยผู้ประกอบการรักษาสภาพคล่องทางการเงิน
ร้านอาหารจำนวนไม่น้อยยังขอขยายระยะเวลาชำระเงินจาก 30 วัน เป็น 40 วัน หรือจาก 45 วันเป็น 60 วัน เพื่อเก็บกระแสเงินสดไว้ใช้หมุนเวียนในธุรกิจ หลังยอดขายบางแห่งลดลงถึง 40% จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
ยืดเครดิตเทอมพยุงกระแสเงินสด
นายสุภัค หมื่นนิกร ผู้ก่อตั้งสถาบันธุรกิจแฟรนไชส์อาหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีซี่ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล แฟรนไชส์ จำกัด กล่าวว่า ธุรกิจแฟรนไชส์ยังคงใช้ระบบเก็บเงินล่วงหน้าก่อนเริ่มงาน ทั้งค่าสินค้าและค่าก่อสร้าง โดยโครงการขนาดเล็กจะเก็บเงินสด 100% ส่วนโครงการขนาดใหญ่สามารถแบ่งชำระได้ 2-3 งวด แม้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี บางรายจะขอขยายเครดิตเทอมในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว แต่บริษัทยังคงยึดหลักเก็บเงินก่อนและตรวจสอบสถานะทางการเงินของลูกค้าอย่างเข้มงวด เพื่อลดความเสี่ยงด้านการชำระหนี้
โชห่วย-ค้าปลีกยังคงเงื่อนไขเดิม
ผู้ประกอบการร้านโชห่วยรายใหญ่ในย่านมีนบุรี กล่าวว่า เครดิตเทอมจากซัพพลายเออร์ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยถุงพลาสติกได้รับเครดิต 15 วัน ส่วนเหล้า เบียร์ และข้าวสาร ใช้ระบบงวดชนงวดขณะที่สินค้าอุปโภคบริโภคหลายรายการยังต้องชำระด้วยเงินสด ขณะที่การสั่งซื้อสินค้าจากแม็คโคร สามารถชำระด้วยเงินสดหรือโอนเงินภายใน 1-2 วัน โดยผู้ประกอบการยืนยันว่าไม่มีการขยายเครดิตเทอมเพิ่มเติมแต่อย่างใด
เช่นเดียวกับร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ที่ยังคงให้เครดิตเทอม 30-45 วันแก่ผู้ประกอบการทั่วไป ขณะที่เอสเอ็มอีท้องถิ่นบางรายอาจได้รับเครดิตสูงสุด 60 วัน ตามการพิจารณาของแต่ละสาขา ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการให้เครดิต
โรงแรมกว่า 50% สภาพคล่องตึงตัว
นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA)เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรมเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งสมาคมโรงแรมไทยร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทยจัดทำ พบว่าผู้ประกอบการมากกว่าครึ่งมีสภาพคล่องตึงตัวมากขึ้น แม้ยังสามารถดำเนินธุรกิจได้ แต่ต้องเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้นจากช่วงก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทั้งต้นทุนเชื้อเพลิง วัตถุดิบ และค่าไฟฟ้า
ขณะเดียวกัน โรงแรมส่วนใหญ่ประเมินว่ารายได้ในไตรมาส 3 ปี 2569 มีแนวโน้มลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน ตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่ชะลอตัว โดยอัตราการเข้าพักเฉลี่ยเดือนพฤษภาคมอยู่ที่ 56% ลดลงจากเดือนก่อน และคาดว่าเดือนมิถุนายนจะลดเหลือ 50% จากการเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซันและผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการราว 70% เชื่อว่าในไตรมาส 4 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาใกล้เคียงระดับก่อนเกิดความขัดแย้ง
กลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือโรงแรมขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ซึ่งมีเงินทุนหมุนเวียนจำกัดและเสียเปรียบด้านทำเล โดยบางพื้นที่ เช่น ป่าตองและย่านตัวเมืองในภาคใต้ มีอัตราการเข้าพักเหลือเพียง 20-30% ขณะที่พัทยาก็เผชิญแรงกดดันไม่ต่างกัน ต่างจากโรงแรมขนาดใหญ่หรือโรงแรมติดชายหาดที่ยังพอมีฐานลูกค้าช่วยประคองรายได้
นอกจากรายได้ที่ลดลงแล้วผู้ประกอบการยังต้องรับภาระภาษีที่ดินซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้สภาพคล่องยิ่งตึงตัว และเริ่มเห็นการลดจำนวนพนักงาน ลดวันทำงาน หรือเจรจาปรับลดค่าจ้างในบางแห่ง แม้แต่โรงแรมขนาดใหญ่ที่มีภาระเงินเดือนหลายสิบล้านบาทต่อเดือนก็เริ่มได้รับผลกระทบ
ขอขยายเครดิตเทอมเกิน 30 วัน
นายเทียนประสิทธิ์กล่าวว่า ปัญหาสภาพคล่องได้ลุกลามไปยังซัพพลายเออร์แล้ว จากเดิมที่มีเครดิตเทอมมาตรฐาน 30 วัน ปัจจุบันโรงแรมหลายแห่งต้องขอขยายระยะเวลาชำระเงินเพื่อรักษาสภาพคล่อง แม้จะกระทบต่อความน่าเชื่อถือทางการค้า แต่หากสถาบันการเงินยังไม่มีมาตรการช่วยเหลือหรือผ่อนปรนภาระหนี้ ผู้ประกอบการก็แทบไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเลื่อนการจ่ายเงินให้คู่ค้า
อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจยังคาดหวังว่าช่วงไฮซีซันปลายปี สถานการณ์จะฟื้นตัวและกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ โดยเฉพาะหากความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับกลุ่มประเทศตะวันออกกลางเดินหน้าได้ตามเป้าหมาย ขณะที่ปัจจัยท้าทายสำคัญยังคงเป็นราคาตั๋วเครื่องบินที่อยู่ในระดับสูง แม้ราคาน้ำมันดิบโลกจะปรับลดลงแล้วก็ตาม
อสังหาฯรายใหญ่ยังแกร่งจ่ายตรงเวลา
ด้านตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้ภาวะการเงินตึงตัวและยอดโอนกรรมสิทธิ์ชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญในรอบ 10 ปีผู้ประกอบการส่วนใหญ่จึงชะลอการเปิดโครงการใหม่และเร่งระบายสต็อก เพื่อรักษาสภาพคล่อง ความน่าเชื่อถือในการออกหุ้นกู้ รวมถึงเครดิตทางการค้ากับคู่ค้าและผู้จำหน่ายวัสดุก่อสร้าง
นางอาภา อรรถบูรณ์วงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ริชี่เพลซ 2002 จำกัด (มหาชน) หรือ RICHY และนายกกิติมศักดิ์สมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ส่วนใหญ่ยังมีสภาพคล่องในระดับที่ดี แม้ต้องเผชิญภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทำให้หลายบริษัทเร่งขายสต็อกเพื่อเพิ่มกระแสเงินสดหมุนเวียน
ผู้ประกอบการรายใหญ่ยังคงรักษาเงื่อนไขเครดิตเทอมการสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างที่ 30, 60 และ 90 วันตามปกติ เนื่องจากทุกฝ่ายต้องพึ่งพากันในห่วงโซ่อุปทาน ทั้งผู้ผลิต ผู้ค้า และผู้พัฒนาโครงการ ขณะที่ผู้ประกอบการที่มีประวัติชำระเงินดีจะยังได้รับเครดิตตามเดิม ส่วนกรณีถูกลดวงเงินหรือถูกตัดเครดิต มักเป็นปัญหาเฉพาะรายที่มีประวัติชำระเงินไม่เป็นไปตามเงื่อนไข
รับเหมากลาง-เล็ก เจอแรงกดดันหนัก
อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือผู้รับเหมารายกลางและรายเล็ก ซึ่งหลายรายถูกตัดเครดิตเทอมและต้องซื้อวัสดุด้วยเงินสด เนื่องจากถูกมองว่ามีความเสี่ยงสูงและขาดเสถียรภาพทางการเงิน ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากการได้รับเงินค่างวดล่าช้าจากผู้ว่าจ้าง ทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ ส่งผลให้ขาดสภาพคล่องในการชำระค่าวัสดุก่อสร้างตามกำหนด โดยเฉพาะผู้รับเหมาช่วงที่มักได้รับเงินล่าช้าหรือไม่เต็มจำนวน ขณะที่บางรายนำเงินที่ได้รับไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ จนกระทบต่อการจ่ายค่าแรงและการชำระหนี้การค้าตามเครดิตเทอมที่กำหนด







