thansettakij
thansettakij
เอกชนหนุนไทยเข้า OECD ปลดล็อก ‘คนป่วยเอเชีย’สู่ประเทศพัฒนาแล้ว

เอกชนหนุนไทยเข้า OECD ปลดล็อก ‘คนป่วยเอเชีย’สู่ประเทศพัฒนาแล้ว

12 มิ.ย. 69 | 02:56 น.
อัปเดตล่าสุด :12 มิ.ย. 69 | 04:02 น.

ภาคเอกชนหนุนไทยเดินหน้าเข้าเป็นสมาชิก OECD ปี 2571 มองเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญยกระดับธรรมาภิบาล กฎระเบียบ และคุณภาพคน เพิ่มความเชื่อมั่นการค้า-การลงทุน พร้อมปลดล็อกประเทศจากกับดักรายได้ปานกลาง-คนป่วยเอเชีย

KEY

POINTS

  • ภาคเอกชนสนับสนุนเป้าหมายการเข้าเป็นสมาชิก OECD เพราะมองว่าเป็นแรงกดดันเชิงบวกที่จำเป็นต่อการปฏิรูปประเทศเพื่อยกระดับมาตรฐานสู่ระดับสากล
  • การเข้าร่วม OECD จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน ดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
  • เป้าหมายสำคัญคือการพาประเทศไทยก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลางและสลัดภาพลักษณ์ "คนป่วยแห่งเอเชีย" สู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้วอย่างยั่งยืน

จากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแนวทางปฏิรูปประเทศเพื่อผลักดันประเทศไทยเข้าสู่การเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ภายในปี 2571 กำลังถูกจับตาในฐานะจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางความคาดหวังว่าจะช่วยยกระดับมาตรฐานประเทศ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และนำพาไทยก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลางที่เผชิญมายาวนาน

OECD แรงกดดันเชิงบวกปฏิรูปประเทศ

ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฎ นายกสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ และที่ปรึกษาคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า การที่ไทยตั้งเป้าเข้าเป็นสมาชิก OECD ภายในปี 2571 ถือเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับประเทศ เพราะประสบการณ์ของประเทศสมาชิกส่วนใหญ่สะท้อนให้เห็นว่าการเข้าสู่มาตรฐาน OECD ช่วยเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

เอกชนหนุนไทยเข้า OECD ปลดล็อก ‘คนป่วยเอเชีย’สู่ประเทศพัฒนาแล้ว

อย่างไรก็ดี ช่วงเวลานับจากนี้จะเป็นช่วงที่เข้มข้นมาก เนื่องจากไทยต้องผ่านกระบวนการประเมินคุณสมบัติอย่างละเอียดจากคณะทำงานด้านต่างๆ ของ OECD ซึ่งมีมากกว่า 20 คณะ โดยลักษณะการประเมินเปรียบเสมือนการตรวจมาตรฐานระดับสากลที่มีความเข้มงวดและละเอียดกว่าการรับรองมาตรฐานทั่วไปหลายเท่า

“ผมมองเรื่องนี้เป็นเรื่องดี เพราะเป็นแรงกดดันจากภายนอกที่ทำให้ไทยต้องเร่งปฏิรูปเรื่องที่ค้างคามานาน ครั้งนี้มีเส้นตายชัดเจน หากไม่ทำก็ไม่ได้รับการรับรอง” 

ดร.สัมพันธ์มองว่า การดำเนินการตามแนวทางและข้อเสนอแนะของ OECD จะไม่เพียงช่วยสร้างความเชื่อมั่นด้านการลงทุนเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อการค้า การทำธุรกรรมระหว่างประเทศ และภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีโลกด้วย โดยไทยจะได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในแง่มาตรฐานการบริหารจัดการและคุณภาพระบบเศรษฐกิจ ไม่ได้วัดเพียงรายได้ประชากรต่อหัว ถือเป็นหมุดหมายสำคัญหลังจากไทยติดกับดักประเทศรายได้ปานกลางมาหลายสิบปี

เอกชนหนุนไทยเข้า OECD ปลดล็อก ‘คนป่วยเอเชีย’สู่ประเทศพัฒนาแล้ว

ดึงลงทุนคุณภาพ สร้างเศรษฐกิจยั่งยืน

สำหรับผลต่อการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นปัญญาประดิษฐ์ (AI) ดาต้าเซ็นเตอร์ พลังงานสะอาด หรืออุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ดร.สัมพันธ์เห็นว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่เม็ดเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่คือความยั่งยืนของระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

เมื่อประเทศมีธรรมาภิบาลที่ดีขึ้น กฎระเบียบมีความโปร่งใส และการแข่งขันเป็นธรรม จะทำให้ไทยกลายเป็นฐานการลงทุนที่มีคุณภาพ และสามารถรักษาการลงทุนเหล่านี้ให้อยู่กับประเทศได้ในระยะยาว อีกหนึ่งประโยชน์สำคัญคือกระบวนการ Peer Review หรือการประเมินและแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างประเทศสมาชิก ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ไทยได้เรียนรู้ประสบการณ์จากประเทศที่ประสบความสำเร็จ และนำมาปรับใช้ในการพัฒนาประเทศ

“สุดท้ายแล้วเป้าหมายไม่ใช่แค่ดึงเงินลงทุนเข้ามา แต่คือการทำให้ประเทศไทยขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะนำไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง”

โจทย์ใหญ่ไม่ใช่กฎหมาย แต่คือการบังคับใช้

ดร.สัมพันธ์ กล่าวอีกว่า แม้ไทยจะต้องเร่งปรับปรุงกฎหมายจำนวนมากเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐาน OECD แต่ความท้าทายสำคัญไม่ได้อยู่ที่การออกกฎหมายเพิ่มเติม หากแต่อยู่ที่การบังคับใช้กฎหมายให้เกิดผลจริง

“ผมกังวลเรื่องธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการปฏิบัติมากกว่าตัวบทกฎหมาย ประเทศไทยไม่ได้ขาดกฎหมาย แต่สิ่งที่เป็นโจทย์ใหญ่คือการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ”

อย่างไรก็ดีหากต้องเลือก 3 เรื่องที่ไทยต้องเร่งปฏิรูปเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว ตนขอเลือกการยกระดับคุณภาพคน การสร้างธรรมาภิบาลและความโปร่งใส และการปรับปรุงกฎระเบียบรวมถึงกลไกการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นนอกจากนี้ ทุกภาคส่วนจะต้องปรับตัว โดยเฉพาะประเด็นด้านแรงงาน แรงงานนอกระบบ หลักประกันแรงงาน และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากขึ้นภายใต้มาตรฐาน OECD

ทั้งนี้การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวจะส่งผลดีต่อประชาชนในระยะยาว แม้อาจสร้างความไม่สะดวกหรือความเจ็บปวดในช่วงแรกสำหรับกลุ่มที่เคยได้รับประโยชน์จากระบบที่ขาดความเป็นธรรม แต่เมื่อคุณภาพคนดีขึ้นและธรรมาภิบาลดีขึ้น ความเหลื่อมล้ำจะลดลง ประเทศจะพัฒนาได้เร็วขึ้น และคนไทยจะได้รับประโยชน์โดยตรง

เอกชนหนุนไทยเข้า OECD ปลดล็อก ‘คนป่วยเอเชีย’สู่ประเทศพัฒนาแล้ว

เลื่อนเวลาได้ แต่ต้องเดินหน้าปฏิรูป

ดร.สัมพันธ์กล่าวด้วยว่า แม้ในท้ายที่สุดไทยอาจยังไม่สามารถเข้าเป็นสมาชิก OECD ได้ภายในปี 2571 แต่สิ่งสำคัญคือการเดินหน้าปรับปรุงและยกระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง และต่อให้ต้องเลื่อนจากปี 2571ก็ยังมองเป็นเรื่องดี เพราะอย่างน้อยประเทศไทยได้เริ่มขยับ ได้เริ่มศึกษา และได้เริ่มปฏิรูป ซึ่งตนไม่ได้มองแค่เรื่องการได้รับการรับรอง แต่ความพยายามในการเปลี่ยนแปลงต่างหากที่เป็นเรื่องสำคัญกว่า

“การเข้าร่วม OECD คือโอกาสที่จะช่วยให้ประเทศไทยก้าวพ้นภาพลักษณ์ “คนป่วยแห่งเอเชีย” และพัฒนาไปสู่ประเทศที่มีความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคมมากขึ้น ซึ่งผมขอสนับสนุนแนวทางดังกล่าวอย่างเต็มที่ในฐานะคนไทย” ดร.สัมพันธ์ กล่าวย้ำ

ส.อ.ท.หนุนอัปเกรดประเทศสู่มาตรฐานโลก

ด้านนายสุชาติ จันทรานาคราช รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ในมุมมองของภาคอุตสาหกรรม การเข้าเป็นสมาชิก OECD แทบไม่มีผลเสีย หากประเทศไทยมีความพร้อมในการยกระดับมาตรฐานประเทศ ทั้งนี้หากไทยยังไม่พร้อมก็ไม่จำเป็นต้องรีบเข้า แต่เมื่อรัฐบาลประกาศเป้าหมายแล้ว ก็หมายความว่าประเทศมีแผนที่จะยกระดับตัวเองให้พร้อม ซึ่งเมื่อพร้อมแล้วก็จะมีแต่ผลดี

สำหรับ OECD คือเวทีที่ช่วยยกระดับมาตรฐานประเทศไทยให้ทัดเทียมประเทศพัฒนาแล้ว ทั้งด้านแรงงาน สิ่งแวดล้อม ธรรมาภิบาล และการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและคู่ค้าทั่วโลก แม้การยกระดับมาตรฐานจะทำให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัวมากขึ้น และอาจมีผู้ประกอบการบางส่วนที่ไม่สามารถปรับตัวได้ แต่หากประเทศไทยสามารถยกระดับมาตรฐานจนเป็นที่ยอมรับในระดับ OECD ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ กลุ่มที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องเข้ามาสนับสนุนและช่วยเหลือให้สามารถปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง

“เราไม่ควรอยู่ใน Comfort Zone เดิม โลกเดินไปข้างหน้าแล้ว ประเทศไทยก็ต้องพัฒนาตัวเองให้ทันโลก การเข้า OECD เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เราไปถึงจุดนั้น และเป็นส่วนหนึ่งของการหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางในอนาคต” นายสุชาติ กล่าว