thansettakij
thansettakij
'ปลัดเกษตรฯ' เร่งสรุปแผนขอใช้เงินกู้ 2 แสนล้าน อุ้มเกษตรกรสัปดาห์นี้

'ปลัดเกษตรฯ' เร่งสรุปแผนขอใช้เงินกู้ 2 แสนล้าน อุ้มเกษตรกรสัปดาห์นี้

20 พ.ค. 69 | 03:48 น.
อัปเดตล่าสุด :20 พ.ค. 69 | 04:27 น.

วงในกระทรวงเกษตรฯ เผย 22 พ.ค. นัดเคาะแผนขอใช้เงินกู้ 2 แสนล้านของรัฐบาลช่วยเหลือเกษตรกร ปลัดเกษตรฯ สั่งทุกกรมเร่งส่งโครงการก่อนถกใหญ่สรุปโครงการและรายละเอียด

KEY

POINTS

  • กระทรวงเกษตรฯ กำลังเร่งสรุปแผนงานเพื่อขอใช้งบเงินกู้ 2 แสนล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
  • คาดว่าจะสามารถสรุปแผนงานทั้งหมดได้ภายในสัปดาห์นี้ โดยจะมีการประชุมเพื่อกลั่นกรองโครงการในวันที่ 22 พฤษภาคม ก่อนเสนอให้รัฐบาลพิจารณา
  • มีการเชิญชวนให้เกษตรกรทั่วประเทศเร่งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกร เพื่อเตรียมรับสิทธิ์ความช่วยเหลือจากมาตรการของภาครัฐ

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ถึง พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาทของรัฐบาล โดยในแผนงานที่ 1 มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือภาคประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานวงเงิน 200,000 ล้านบาท เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพและประคองกิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่ให้หยุดชะงัก

แผนงานที่ 2  อีกจำนวน 200,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการเปลี่ยนผ่านพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานทดแทน และพลังงานทางเลือก

สำหรับความคืบหน้าการเตรียมนำเสนอโครงการ เพื่อใช้ช่วยเหลือเกษตรกร ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอรายละเอียดโครงการเข้ามาเพิ่มเติม โดยเฉพาะหน่วยงานด้านแรงงานที่กำลังเร่งรัดการจัดทำข้อเสนอ เพื่อให้สามารถนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาได้โดยเร็ว

ทั้งนี้ รัฐบาลได้วางกรอบวงเงินกู้จำนวน 200,000 ล้านบาท เพื่อใช้ดูแลและบรรเทาผลกระทบให้กับเกษตรกรกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนการผลิตที่ยังมีความผันผวน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญในการประคับประคองภาคเกษตรและกำลังซื้อในชนบท

เร่งสรุปแผนงานให้เสร็จสัปดาห์นี้

"ขณะนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเร่งสรุปรายละเอียดโครงการ และคาดว่าจะสามารถสรุปภาพรวมทั้งหมดได้ภายในสัปดาห์นี้ โดยรัฐบาลได้กำชับให้หน่วยงานต่างๆ เร่งเสนอแผนงานและโครงการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้การช่วยเหลือถึงมือเกษตรกรได้ทันต่อสถานการณ์"

นัดประชุมเคาะแผน 22 พ.ค.นี้

แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเรียกประชุมหน่วยงานทุกกรม เพื่อร่วมกลั่นกรองแผนงานและโครงการต่าง ๆ ก่อนรวบรวมเสนอรัฐบาลพิจารณาต่อไป โดยจะพิจารณาเงื่อนไขของแต่ละโครงการให้สอดคล้องกับกรอบวัตถุประสงค์ที่รัฐบาลกำหนด เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ทั้งนี้ เพื่อให้เกษตรกรได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที เนื่องจากขณะนี้เข้าสู่ช่วงฤดูเพาะปลูกแล้ว

ชวนลงทะเบียนเกษตรกร รับเงินกู้ 2 แสนล้าน

"ขณะนี้กรมปศุสัตว์, กรมส่งเสริมการเกษตร,กรมประมง,การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และ กรมหม่อนไหม ขอเชิญชวนเกษตรกรทั่วประเทศ เร่งดำเนินการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ประจำปีการผลิต 2568/69 เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ สามารถนำข้อมูลจากทะเบียนเกษตรกรไปใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ โดยนำไปวางแผนพัฒนาการเกษตรให้เกษตรกร และเกษตรกรเองจะได้รับความสะดวกในการใช้สิทธิ์ขอรับการสนับสนุนช่วยเหลือ หรือรับบริการต่าง ๆ จากภาครัฐ

โดยเฉพาะช่วงเวลานี้ เป็นฤดูกาลเพาะปลูกข้าวนาปี เมื่อทำการเพาะปลูกข้าว พืชไร่ พืชผักหรือพืชอายุสั้นแล้ว เกษตรกรควรขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนภายใน 15 วันหลังเพาะปลูก และไม่เกิน 60 วันก่อนเก็บเกี่ยว สำหรับไม้ผล ไม้ยืนต้น (พืชอายุยาว) เกษตรกรควรแจ้งขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรหลังปลูกแล้วไม่น้อยกว่า 30 วัน หรือที่ยังยืนต้นอยู่

 

 

ทั้งนี้ เกษตรกรสามารถขึ้นทะเบียนเกษตรกรผ่านช่องทางการบริการของรัฐ ได้ 3 ช่องทาง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ดังนี้

  • วิธีที่ 1 แจ้งกับเจ้าหน้าที่

สำหรับเกษตรกรรายเดิม แปลงเดิม สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอทุกแห่ง หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อมและร่วมเป็นหน่วยสนับสนุนที่เกษตรกรมีพื้นที่การเกษตรอยู่ รวมถึงแจ้งข้อมูลผ่านผู้นำชุมชน หรือตัวแทนอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย นอกจากนั้น เกษตรกรรายใหม่ และรายเดิม แต่เพิ่มแปลงใหม่ ให้ดำเนินการแจ้งข้อมูลได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ ที่ตั้งแปลงที่ทำกิจกรรมการเกษตรอยู่

  • วิธีที่ 2 ดำเนินการด้วยตนเอง

เกษตรกรรายเดิม แปลงเดิม สามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน Farmbook Application ส่วนเกษตรกรรายใหม่ หรือรายเดิม เพิ่มแปลงใหม่ สามารถแจ้งข้อมูลผ่าน e-Form ที่เว็บไซต์ efarmer.doae.go.th

สำหรับหลักฐานที่ต้องใช้ (กรณีติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอ) 1.บัตรประชาชน (ตัวจริง) 2.สำเนาหลักฐานถือครองที่ดิน และ 3.เกษตรกรรายใหม่ หรือรายเดิม แต่เพิ่มแปลงใหม่ ต้องนำหลักฐานการใช้ที่ดิน (ตัวจริงหรือสำเนา) มาแสดงด้วย

 

ทั้งนี้ข้อมูลทะเบียนเกษตรกรถือเป็นกลไกสำคัญที่ใช้ในการขับเคลื่อนนโยบายของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นการเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติ การสนับสนุนปัจจัยการผลิต การส่งเสริมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือแม้กระทั่งการวางแผนด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมในระดับประเทศ การที่เกษตรกรขึ้นทะเบียนและแจ้งข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน จะเป็นประโยชน์กับตัวเกษตรกรเองโดยตรง ทั้งในแง่ของการได้รับสิทธิประโยชน์ การเข้าถึงความช่วยเหลือ และการพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืนในระยะยาว ขอความร่วมมือพี่น้องเกษตรกรทุกคน อย่าละเลยหรือมองข้ามการขึ้นทะเบียน เพราะนี่คือรากฐานสำคัญของการพัฒนาเกษตรกรรมไทยให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคง

 

ข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ข้อมูล ณ วันที่ 9 เมษายน 2568