
คลังเคาะแล้ว 'ไทยช่วยไทยพลัส' โครงการแรกใช้จ่ายเงินกู้ 4 แสนล้าน
คณะกรรมการกลั่นกรองใช้จ่ายเงินกู้เคาะแล้ว 'ไทยช่วยไทยพลัส' โครงการแรกใช้งบพ.ร.ก.กู้เงิน ฝั่ง 'เอกนิติ' กางไทม์ไลน์เปิดลงทะเบียน 25 พ.ค. รัฐช่วยจ่าย 60%
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ภายใต้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ครั้งที่ 2 ได้เห็นชอบโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งเป็นโครงการแรกที่ขอใช้เงิน โดยกระทรวงการคลังเป็นเจ้าภาพหลักในการเสนอโครงการ ได้แก่
- สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง เสนอดูแลด้านกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
- สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เป็นผู้เสนอดูแลโครงการร่วมจ่าย 60:40 โดยรัฐบาลช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเองอีก 40%
“โครงการนี้ถือเป็นโครงการแรกที่จะประเดิมใช้เงินกู้ภายใต้แผนงานที่ 1 ของพ.ร.ก.เงินกู้ ซึ่งเป็นแผนงานที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ ทั้งนี้ หากดำเนินการตามกำหนด คาดว่าโครงการจะถูกบรรจุเข้าวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 19 พ.ค.นี้“
ส่วนรายละเอียดเรื่องการลงทะเบียน จำนวนผู้ได้รับสิทธิ และวงเงินการใช้จ่ายในโครงการ เป็นรายละเอียดที่ครม.จะพิจารณาต่อไป ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้
“เรื่องรายละเอียดเหล่านี้ ยังต้องรอให้ผ่านการพิจารณาของ ครม. ก่อน เนื่องจาก ครม. มีอำนาจในการอนุมัติ ปรับปรุง หรือเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการตามความเหมาะสม“
ยันโปร่งใส เปิดช่องตรวจสอบใช้จ่ายเงินตามพ.ร.ก.กู้เงิน
สำหรับการเดินหน้าอนุมัติโครงการที่ขอใช้เงินภายใต้พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ยืนยันว่า มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ โดยมีการเผยแพร่รายละเอียด หลักเกณฑ์ และแบบฟอร์มการเสนอโครงการผ่านทางเว็บไซต์ของสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) และกำลังดำเนินการเชื่อมโยงข้อมูลกับเว็บไซต์ของกระทรวงการคลังเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
ก่อนหน้านี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังเตรียมเดินหน้าโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขวิกฤตปากท้องและการเปลี่ยนผ่านพลังงาน โดยเน้นกลยุทธ์การช่วยเหลือแบบ "มุ่งเป้า" (Targeted) เพื่อประคับประคองกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและร้านค้ารายย่อยให้รอดพ้นจากวิกฤตค่าครองชีพ
สำหรับรูปแบบการสนับสนุน โครงการจะใช้ระบบร่วมจ่าย (Co-pay) ในสัดส่วน 40/60 กล่าวคือประชาชนสมทบ 40% และรัฐบาลสมทบให้ 60% เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้กับกลุ่มมนุษย์เงินเดือนและผู้มีรายได้
ขณะที่กลุ่มเปราะบางที่อยู่ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อาจได้รับการพิจารณาความช่วยเหลือเป็นพิเศษโดยไม่ต้องมีส่วนสมทบ
ไทม์ไลน์เดินหน้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส
วันนี้ (14 พ.ค.69) มีการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองใช้จ่ายเงินกู้ โดยอยู่ระหว่างพิจารณาโครงการไทยช่วยไทยพลัส ซึ่งหากโครงการได้รับการเห็นชอบในรายละเอียดแล้ว คาดว่าจะมีไทม์ไลน์การดำเนินงาน ดังนี้
- 19 พฤษภาคม นำโครงการเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
- 25 พฤษภาคม เริ่มเปิดให้ลงทะเบียน
- กลุ่มเป้าหมาย ครอบคลุมประมาณ 43 ล้านคน โดยกำลังพิจารณาเกณฑ์อายุระหว่าง 16 หรือ 18 ปี
- ระยะเวลาโครงการ เบื้องต้นอาจพิจารณาดำเนินการ 2 เดือนก่อน เพื่อทบทวนผลกระทบและความเหมาะสม
ส่วนคำว่า "พลัส" ในชื่อโครงการ หมายถึงมาตรการเสริมความแข็งแรงให้ประชาชนในระยะยาว โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้
- การเข้าถึงแหล่งเงินทุน รัฐบาลจะนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้ประชาชนและร้านค้าสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ในระบบได้ง่ายขึ้น
- แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ จะมีการประสานงานร่วมกับ ธนาคารออมสิน เพื่อดึงประชาชนออกจากวงจรหนี้นอกระบบ
- การสร้างงาน โครงการยังมองไปถึงการให้โอกาสในการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เพื่อสร้างงานและรายได้ที่ยั่งยืน
เน้นช่วยคนตัวเล็ก เมินห้างใหญ่
หัวใจสำคัญของโครงการไทยช่วยไทยพลัส คือ การช่วยเหลือกลุ่ม "คนตัวเล็กตัวน้อย" และพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยตามตลาดทั่วประเทศ โครงการนี้จะไม่ครอบคลุมถึงห้างสรรพสินค้าหรือผู้ประกอบการรายใหญ่ เป้าหมายคือการส่งผ่านกำลังซื้อให้ไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากโดยตรง เพื่อช่วยให้ร้านค้าเล็กๆ ที่กำลังขาดสภาพคล่องสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้







