thansettakij
thansettakij
‘ฝนหลวง’ รับศึกเอลนีโญ ตั้ง 6 หน่วยทั่วประเทศ ลุยเติมน้ำสกัดภัยแล้ง

‘ฝนหลวง’ รับศึกเอลนีโญ ตั้ง 6 หน่วยทั่วประเทศ ลุยเติมน้ำสกัดภัยแล้ง

01 พ.ค. 69 | 09:33 น.
อัปเดตล่าสุด :01 พ.ค. 69 | 09:34 น.

กรมฝนหลวงฯ ปรับแผนเชิงรุกรับเอลนีโญ คุมเกมแล้งตั้งแต่พ.ค. ระดม 6 หน่วยบินเติมน้ำในเขื่อน -เพิ่มความชุ่มชื้นพื้นที่เกษตรทั่วประเทศ ควบคู่ลด PM2.5 และเฝ้าระวังพายุฤดูร้อน

KEY

POINTS

  • กรมอุตุฯ คาดการณ์ว่าปรากฏการณ์เอลนีโญจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 อาจส่งผลให้เกิดภัยแล้งและสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรม
  • กรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจำนวน 6 หน่วยทั่วประเทศ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง
  • ภารกิจหลักคือการปฏิบัติการเติมน้ำในอ่างเก็บน้ำและเขื่อนต่างๆ รวมถึงสร้างความชุ่มชื้นให้พื้นที่ป่าไม้และไร่นา เพื่อบรรเทาผลกระทบ

วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า จากรายงานการเฝ้าระวังปรากฏการณ์เอลนีโญ/ลานีญาในเดือนมีนาคม 2569 ของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า สภาพอากาศปีนี้มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะเอลนีโญตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป และอาจต่อเนื่องไปจนถึงปลายปี 2569 โดยส่งผลกระทบให้สภาพอากาศร้อนจัดและปริมาณฝนน้อยกว่าปกติ รวมถึงอาจสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรกรรมเป็นวงกว้างในปีนี้

‘ฝนหลวง’ รับศึกเอลนีโญ ตั้ง 6 หน่วยทั่วประเทศ ลุยเติมน้ำสกัดภัยแล้ง

กรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งซ้ำซาก เพื่อปฏิบัติการเติมน้ำในอ่างเก็บน้ำและสร้างความชุ่มชื้นให้ป่าไม้และพื้นที่ไร่นาโดยทันทีเมื่อสภาพอากาศเอื้ออำนวย ตามมาตรการเชิงรุกของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เตรียมรับมือปรากฏการณ์ดังกล่าว เน้นชู 4 ยุทธศาสตร์ ‘กักเก็บ-เติมน้ำ-ปรับเปลี่ยน-เฝ้าระวัง’ เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

นายราเชน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้เริ่มปฏิบัติการฝนหลวงมาตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ที่ต้องการน้ำ เพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กับเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ ซึ่งผลปฏิบัติการวันที่ 1 มีนาคม – 30 เมษายน 2569 ได้ปฏิบัติการฝนหลวงไปจำนวน 53 วัน 446 เที่ยวบิน มีฝนตกจากการปฏิบัติการคิดเป็นร้อยละ 98.11 ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรไปจำนวน 33 จังหวัด เช่น จ.เพชรบูรณ์ อุทัยธานี นครสวรรค์ กาญจนบุรี นครราชสีมา จันทบุรี สระแก้ว เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ตรัง ราชบุรี ระนอง สงขลา เป็นต้น

ทั้งนี้มีพื้นที่ได้รับประโยชน์จากการปฏิบัติการฝนหลวง 80.08 ล้านไร่ เติมน้ำต้นทุนให้อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่12 แห่ง อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง-ขนาดเล็ก 51 แห่ง มีปริมาณน้ำสะสมจากการปฏิบัติการฝนหลวงในพื้นที่ลุ่มรับน้ำ55.13 ล้านลูกบาศก์เมตร และจากสถานการณ์ที่คาดว่าจะเกิดภัยแล้งและปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญขึ้น จึงได้สั่งปรับแผนการทำงานเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์และการขอรับบริการฝนหลวง ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป โดยตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จำนวน 6 หน่วย ได้แก่

1. หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.พิษณุโลก ใช้เครื่องบินขนาดกลางของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จำนวน 2 ลำ และเครื่องบินกองทัพอากาศ BT-67 จำนวน 1 ลำ

‘ฝนหลวง’ รับศึกเอลนีโญ ตั้ง 6 หน่วยทั่วประเทศ ลุยเติมน้ำสกัดภัยแล้ง

2. หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.บุรีรัมย์ ใช้เครื่องบินขนาดกลาง จำนวน 2 ลำ

3. หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.สุราษฎร์ธานี ใช้เครื่องบินขนาดใหญ่ จำนวน 1 ลำ และเครื่องบินกองทัพอากาศ BT-67 จำนวน 1 ลำ

4. หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.นครสวรรค์ ใช้เครื่องบินขนาดกลาง จำนวน 2 ลำ

5. หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.จันทบุรี ใช้เครื่องบินขนาดเล็ก จำนวน 3 ลำ

6. หน่วยปฏิบัติการฝนหลวง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ใช้เครื่องบินขนาดเล็ก จำนวน 3 ลำ

‘ฝนหลวง’ รับศึกเอลนีโญ ตั้ง 6 หน่วยทั่วประเทศ ลุยเติมน้ำสกัดภัยแล้ง

สำหรับภารกิจการดัดแปรสภาพอากาศบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เพื่อบรรเทาปัญหาให้กับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ พื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล พื้นที่ภาคเหนือ และพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยการโปรยน้ำแข็งแห้ง การสเปรย์น้ำเย็น การก่อเมฆและเลี้ยงเมฆเพื่อดูดซับและ
ระบายฝุ่นละอองขนาดเล็ก ขณะนี้สถานการณ์ได้คลี่คลายลง ค่าคุณภาพอากาศดีขึ้นตามลำดับ กลับมาอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ดี และดีมาก โดยผลปฏิบัติการที่ผ่านมา พบว่า

- พื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 – 31 มีนาคม 2569 ปฏิบัติการ
ไป 115 วัน 677 เที่ยวบิน สามารถลดปริมาณฝุ่น PM2.5 ให้มีค่าต่ำกว่า 37.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (ตามเกณฑ์มาตรฐาน) ได้จำนวน 105 วัน คิดเป็นค่าความสำเร็จ ร้อยละ 91

- พื้นที่ภาคเหนือ ปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ – 30 เมษายน 2569 ปฏิบัติการไป 83 วัน 576 เที่ยวบิน สามารถลดปริมาณฝุ่น PM2.5 ให้มีค่าต่ำกว่า 37.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (ตามเกณฑ์มาตรฐาน)
ได้จำนวน 48 วัน คิดเป็นค่าความสำเร็จ ร้อยละ 58

- พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม – 30 เมษายน 2569 ปฏิบัติการไป 42 วัน 124 เที่ยวบิน สามารถลดปริมาณฝุ่น PM2.5 ให้มีค่าต่ำกว่า 37.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (ตามเกณฑ์มาตรฐาน) ได้จำนวน 34 วัน คิดเป็นค่าความสำเร็จ ร้อยละ 81

ทั้งนี้ ยังคงตั้งหน่วยยับยั้งพายุลูกเห็บ เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์พายุฝนฟ้าคะนอง พายุฤดูร้อน จำนวน 3 หน่วยฯ ได้แก่ หน่วยยับยั้งพายุลูกเห็บ จ.เชียงใหม่ จ.พิษณุโลก และ จ.ขอนแก่น