thansettakij
thansettakij
‘พิมพ์ใจ’นำทัพภาคอุตฯ ฝ่าโจทย์หินวิกฤตซ้อน ศึกนอก-แรงกดดันใน

‘พิมพ์ใจ’นำทัพภาคอุตฯ ฝ่าโจทย์หินวิกฤตซ้อน ศึกนอก-แรงกดดันใน

01 พ.ค. 69 | 07:57 น.
อัปเดตล่าสุด :01 พ.ค. 69 | 07:57 น.

“พิมพ์ใจ” ประธาน ส.อ.ท.คนใหม่ รับไม้ต่อ ท่ามกลางมรสุมเศรษฐกิจโลก ต้นทุนพลังงานพุ่ง ซัพพลายเชนสะดุด สินค้าจีนบุกกดดัน SME อ่วม ลุยเร่งขับเคลื่อน “5I” พลิกอุตสาหกรรมไทย ท่ามกลางแรงกดดันคดีเลือกตั้งที่อาจสั่นคลอนความเชื่อมั่นและเสถียรภาพองค์กร

KEY

POINTS

  • นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานสภาอุตสาหกรรมฯ (ส.อ.ท.) คนที่ 17 ซึ่งเป็นประธานหญิงคนแรก ท่ามกลางข้อกังขาเรื่องความโปร่งใสในกระบวนการเลือกตั้ง
  • ประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมด้วยกรอบนโยบาย “5I” มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม, สร้างเครือข่ายพันธมิตร, ปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐาน และส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน
  • ต้องเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจโลก, ปัญหาซัพพลายเชน, การแข่งขันจากสินค้าจีน และแรงกดดันภายในประเทศ เช่น ค่าพลังงานสูงและปัญหาภัยแล้ง

ปิดฉากไปแล้วสำหรับการเลือกตั้งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ สนับสนุน “นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล” เป็นประธาน ส.อ.ท. คนใหม่คนที่ 17 แบบไร้คู่แข่ง และได้เป็นประธานฯหญิงคนแรก

พิมพ์ใจ  ลี้อิสสระนุกูล ประธาน ส.อ.ท.คนที่ 17

สำหรับนางพิมพ์ใจ จบการศึกษาปริญญาโทบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) สาขาการบริหารการดำเนินงาน(Operations) จากมหาวิทยาลัยเดร็กเซล ฟิลาเดลเฟีย สหรัฐอเมริกา และปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนหน้านี้ (วาระปี 2567-2569) ดำรงตำแหน่งรองประธานส.อ.ท. และประธานสถาบันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ ปัจจุบันยังดำรงตำแหน่งสำคัญในบริษัทย่อยและบริษัทร่วมค้าของกลุ่มสิทธิผลหลายบริษัท

ผลงานโดดเด่นที่ผ่านมา เช่น วางระบบเมด อิน ไทยแลนด์(MiT) เพื่อสนับสนุนสินค้าไทยเข้าสู่ระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เพื่อสร้างแต้มต่อและเพิ่มโอกาสการแข่งขันให้สินค้าไทย การเจรจาและประสานความร่วมมือเพื่อจัดหาวัคซีน 1 ล้านโดสให้ภาคอุตสาหกรรมไทยช่วงวิกฤตโควิด-19 เป็นต้น

อย่างไรก็ตามเส้นทางการเข้าสู่ตำแหน่งของนางพิมพ์ใจ ดูจะไม่สวยหรูนัก เพราะก่อนหน้านี้ในการประกาศตัวลงชิงชัยในตำแหน่งประธานส.อ.ท.คนใหม่วาระปี 2569-2571 ไม่ปรากฎชื่อนางพิมพ์ใจมาก่อน แต่มี 2 แคนดิเดตที่ประกาศตัวลงชิงชัยอย่างชัดเจนอย่างเป็นทางการคือ นายชนะ ภูมี รองประธาน ส.อ.ท.จากเครือ SCG และนายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท.จากบริษัท บีสไพพ์ฟิตติ้ง จำกัด ที่ถือเป็นตัวแทนของสมาชิกที่เป็นเอสเอ็มอี

ครั้นเมื่อมีผู้ร้องเรียนถึงความไม่โปร่งใส โดยระบุ เครือข่ายบริษัทใหญ่ได้เตรียมขบวนการใช้ตัวแทน(นอมินี) มาสวมสิทธิ์เลือกตั้งคณะกรรมการ ส.อ.ท.เพื่อเป็นตัวแทนไปโหวตเลือกตั้งประธานส.อ.ท.คนใหม่เพื่อชิงความได้เปรียบ ซึ่งในเวลาต่อมานายชนะได้ประกาศถอนตัวในการชิงตำแหน่ง และปรากฎชื่อนางพิมพ์ใจที่มารับไม้ต่อในการลงชิงชัยในตำแหน่งประธานฯแทน ผ่านมีการเปิดตัวผ่านช่องทางกลุ่มไลน์ของกรรมการในหลายกลุ่มย่อย ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งกรรมการ ส.อ.ท.เพียง 3 วัน ถือเป็นการ “เปลี่ยนม้ากลางศึก” ที่ถูกจับตามองอย่างมาก

ขณะที่ในการเลือกตั้งกรรมการ ส.อ.ท.ประเภทเลือกตั้งเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ผลปรากฎนายอภิชิต ประสพรัตน์ แคนดิเดตชิงตำแหน่งประธานฯ ไม่ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นกรรมการ ส.อ.ท. ส่งผลให้นายอภิชิต ถูกตัดตอนสิทธิ์ ทั้งการถูกนำเสนอชื่อเพื่อลงชิงตำแหน่งประธานฯ และหมดสิทธิ์ทั้งการโหวตเลือกตั้งประธานในครั้งนี้

ข้อร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งกรรมการ ส.อ.ท.เพื่อไปเลือกตั้งประธานฯ ได้ถูกนำร้องเรียนเพื่อตรวจสอบในหลายวง ทั้งการตรวจสอบภายในองค์กรเอง การร้องเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และการตรวจสอบของตลาดทุน(ในเรื่องธรรมาภิบาล) ส่งผลให้การเลือกตั้งประธาน ส.อ.ท.ต้องลากยาว จากธรรมเนียมปฏิบัติจะมีการโหวตเลือกตั้งประธานฯคนใหม่ก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่ในครั้งนี้ต้องเลื่อนยาวออกมา และมีการเลือกตั้งในวันเส้นตายคือวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งผลปรากฎ “นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล” ได้รับการโหวตอย่างเป็นเอกฉันท์ ให้เป็นประธานส.อ.ท.คนใหม่แบบไร้คู่แข่ง

นางพิมพ์ใจ เปิดเผยหลังการเข้ารับตำแหน่ง ประธาน ส.อ.ท.คนใหม่ว่า ในวาระ 2 ปีในตำแหน่งนับจากนี้จะเดินหน้าขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมด้วยกรอบนโยบาย “5I” เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทย และรับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน ได้แก่

 I1: Intelligent Industry มุ่งใช้ AI, Automation และ Data ยกระดับการผลิต ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และผลักดันสู่ Smart Factory & Smart OEM พร้อมสนับสนุนเงินทุน เทคโนโลยี และองค์ความรู้ ให้โรงงานปรับใช้ดิจิทัลได้จริงแบบ Data-driven

 I2: Innovation & Creative Industry เปลี่ยนโครงสร้างจาก OEM สู่การสร้างแบรนด์และทรัพย์สินทางปัญญา (IP) เน้น Industry-driven R&D เชื่อมงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ สร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมปั้นอุตสาหกรรมใหม่และแบรนด์ไทยให้แข่งขันได้ในตลาดโลก

 I3: International Alliance & Network ใช้จุดแข็งความเป็นกลางของไทย สร้างพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ ดึงการลงทุน และยกระดับสู่ Global Supply Chain HUB เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานทั้งในและภูมิภาค พร้อมรุกขยายตลาดต่างประเทศ

 I4: Industrial Infrastructure Reform ปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐาน ลดต้นทุนธุรกิจ ทั้งพลังงานสะอาด กฎหมายที่คล่องตัว และมาตรการการค้าที่เป็นธรรม ควบคู่พัฒนาแรงงาน (Upskill/Reskill) และดึงดูดทักษะระดับโลก เพื่อเพิ่มขีดแข่งขันระยะยาว

 I5: Inclusive & Sustainable Growth ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืน ด้วย Low Carbon และ Circular Economy ผสาน ESG ในองค์กร สร้างการเติบโตที่สมดุล โปร่งใส และมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน

โดยภาพรวม “5I” คือการเร่ง Transform อุตสาหกรรมไทยทั้งระบบ จากเทคโนโลยี นวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโลก และความยั่งยืน เพื่อยกระดับศักยภาพแข่งขันในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม

 “การแข่งขันเป็นเรื่องธรรมชาติ หลังจากนี้เมื่อมีการมอบหมายภารกิจที่ชัดเจน และทุกคนเป็นที่ยอมรับซึ่งกันและกัน ความกลมเกลียวจะเกิดขึ้น พลังของ ส.อ.ท.เกิดจากการรวมพลังของทุกคน ดิฉันเห็นคุณค่าของกรรมการทุกคนจะไม่ทิ้งใคร เพราะงานเราเยอะมาก ต้องอาศัยคนจำนวนมากมาช่วยกันทำงานให้สำเร็จ” นางพิมพ์ใจ กล่าวตอนหนึ่ง

อย่างไรก็วงการอุตสาหกรรมระบุตรงกันว่า ประธาน ส.อ.ท.ที่จะต้องนำทัพภาคอุตสาหกรรม(ปัจจุบันส.อ.ท.มีสมาชิก 48 กลุ่มอุตสาหกรรม) ในวาระ 2 ปีนับจากนี้ จะต้องเผชิญความท้าทายและแรงกดดันรอบด้าน ทั้งปัจจัยเศรษฐกิจโลกและปัญหาเชิงโครงสร้างในประเทศที่ซ้อนทับกันอย่างมีนัยสำคัญ

โจทย์แรกคือการรับมือวิกฤตเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ดันราคาน้ำมันและเงินเฟ้อไทยและโลกปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกันปัญหาซัพพลายเชนยังไม่คลี่คลาย โดยวัตถุดิบสำคัญอย่างเม็ดพลาสติกและปุ๋ยยังขาดแคลน กดดันต้นทุนภาคการผลิตโดยตรง ซ้ำเติมด้วยแนวโน้ม GDP ไทยที่ปีนี้ล่าสุดสภาพัฒน์คาดว่า จะโตเพียง 1.5% ขณะที่ผู้ประกอบการ SME กำลังเผชิญปัญหาสภาพคล่องตึงตัว ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น ขณะที่อีกด้านยังต้องเผชิญกับสินค้าราคาถูกจากจีนเข้ามาแย่งตลาด เป็นตัวเร่งให้ปิดตัวมากขึ้น

 ขณะเดียวกัน ปัญหาเชิงโครงสร้างในประเทศยังเป็นระเบิดเวลาที่ต้องเร่งแก้ ทั้งค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น และวิกฤตซูเปอร์เอลนีโญที่จะคาดจะก่อให้เกิดภัยแล้งที่ยืดเยื้อ จะกระทบภาคเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารอย่างหนัก ดังนั้นภารกิจสำคัญของประธานคนใหม่จึงไม่ใช่แค่ตั้งนโยบาย แต่ต้องเร่งขับเคลื่อนให้เกิดผลจริง