
‘พิมพ์ใจ’ ประกาศวิสัยทัศน์อย่างเป็นทางการ ชู ‘5I’ นำทัพ ส.อ.ท. สู้โลกผันผวน
“พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล” ประกาศพร้อมทำหน้าที่ประธาน ส.อ.ท. วาระ 2569–2571 ชูยุทธศาสตร์ “5I” ฝ่าความท้าทายพลังงาน-ภูมิรัฐศาสตร์เร่งยกระดับขีดความสามารถภาคผลิตไทยทั้งระบบ ปรับโครงสร้างสู่ Smart Industry และการเติบโตยั่งยืน
KEY
POINTS
- นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธาน ส.อ.ท. คนใหม่ ประกาศวิสัยทัศน์ "5I" เพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยให้พร้อมรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
- นโยบายมุ่งเน้นการยกระดับอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยี AI และนวัตกรรม เพื่อเปลี่ยนจากการรับจ้างผลิต (OEM) สู่การสร้างแบรนด์ พร้อมปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
- ชูจุดแข็งความเป็นกลางของไทยเพื่อสร้างโอกาสเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain HUB) ควบคู่กับการส่งเสริมการเติบโตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) คนใหม่ ออกเอกสารแถลงข่าวในฐานะประธาน ส.อ.ท.คนใหม่อย่างเป็นทางการ (29 เม.ย. 2569) ประกาศเดินหน้าภารกิจขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย ภายใต้วาระปี 2569–2571 ด้วยกรอบนโยบาย “5I” เพื่อรับมือความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ทั้งวิกฤตพลังงาน ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการการค้าที่เข้มงวด และความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ซึ่งกดดันต้นทุนและความสามารถแข่งขันของผู้ประกอบการไทยอย่างมีนัยสำคัญ
ท่ามกลางแนวโน้ม GDP ไทยปี 2569 ที่คาดโตเพียง 1.2–1.6% สะท้อนข้อจำกัดเชิงโครงสร้างดังนั้นภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องเร่งปรับตัวครั้งใหญ่ ตนจึงได้กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายในวาระปี 2569-2571 ภายใต้แนวคิด “The New Chapter of Thai Industry: Empowering Growth with” ที่ถูกออกแบบเป็นกรอบบูรณาการ ครอบคลุมทั้งเทคโนโลยี นวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยงการค้า และความยั่งยืน โดยมีเป้าหมายเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมไทยสู่ยุคใหม่อย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้
I1: Intelligent Industry
เป้าหมาย: ยกระดับอุตสาหกรรมด้วยการใช้ AI & Automation เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และก้าวสู่ Smart Factory & Smart OEM
การขับเคลื่อนในมิตินี้มุ่งให้ผู้ประกอบการสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการผลิตได้จริง โดยเริ่มจากการประเมินศักยภาพของสถานประกอบการ เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาให้เหมาะสมกับระดับความพร้อมของแต่ละโรงงาน
โดยจะมีการสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุน เทคโนโลยี และองค์ความรู้อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการประสานความร่วมมือกับภาครัฐและสถาบันการเงิน เพื่อพัฒนาเครื่องมือทางการเงิน เช่น AI & Automation Transition Loan สำหรับสนับสนุนการลงทุนด้านเทคโนโลยีของผู้ประกอบการ
ในเชิงปฏิบัติ จะเน้นการนำระบบ Digital Technology, Artificial Intelligence (AI), Automation, Robotics และ Data Analytics มาใช้ โดยเฉพาะแนวทาง Data-driven Manufacturing เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลการผลิตแบบ Real-time การควบคุมคุณภาพด้วยระบบอัตโนมัติ และการเชื่อมโยงข้อมูลตลอดสายการผลิต แนวทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ ลดความสูญเสีย และยกระดับประสิทธิภาพโดยรวมของโรงงาน พร้อมทั้งสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ Digital Transformation อย่างเป็นรูปธรรม
I2: Innovation & Creative Industry
เป้าหมาย: สร้างความแตกต่าง พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทยจากรับจ้างผลิต (OEM) สู่การสร้างแบรนด์เพิ่มมูลค่า (Brand & IP)
นโยบายนี้มุ่งปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมจากรูปแบบที่พึ่งพาการผลิตตามคำสั่งซื้อ ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่าน Innovation และ Creativity โดยใช้ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property: IP) เป็นเครื่องมือสำคัญโดยแนวทางหลักคือการผลักดันแนวคิด “อุตสาหกรรมกำหนดโจทย์งานวิจัย” (Industry-driven R&D) เพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีตอบโจทย์การใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์ ลดช่องว่างระหว่างงานวิจัยกับการนำไปใช้
การดำเนินงานจะเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และแหล่งทุน เพื่อพัฒนานวัตกรรมในลักษณะ Agenda-based Innovation และสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศ
ขณะเดียวกัน จะส่งเสริมการสร้างแบรนด์ไทย และพัฒนาอุตสาหกรรมศักยภาพใหม่ อาทิ Health & Wellness และอุตสาหกรรมระบบขนส่งทางราง เป็นต้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างมูลค่าและขยายตลาดในอนาคต
I3: International Alliance & Network
เป้าหมาย: ใช้ความเป็นกลางของไทย สร้างโอกาสเป็น Global Supply Chain HUB เพื่อดึงดูดการลงทุนใหม่
นโยบายนี้มุ่งใช้จุดแข็งของประเทศไทยในด้าน ความเป็นกลาง ทั้งในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Neutrality) และเชิงภูมิศาสตร์ (Geographic Advantage) เพื่อสร้างบทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานโลก
การดำเนินงานจะมุ่งสร้าง Strategic Alliance กับประเทศคู่ค้าและนักลงทุน เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ พร้อมกันนี้ จะพัฒนาการเชื่อมโยง Supply Chain Integration ทั้งในประเทศและระดับภูมิภาค เพื่อให้ประเทศไทยสามารถทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการผลิตและการกระจายสินค้า (Regional Industry HUB) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในด้านตลาด จะดำเนินนโยบายเชิงรุกด้าน Market Penetration Enhancement โดยบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการเข้าถึงตลาดต่างประเทศ เพิ่มส่วนแบ่งตลาด และลดข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจข้ามประเทศ
I4: Industrial Infrastructure Reform
เป้าหมาย: ปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมไทย ลดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับสู่เศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
นโยบายนี้มุ่งแก้ไขข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม โดยครอบคลุมหลายมิติสำคัญ
ในด้านพลังงาน จะสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงพลังงานต้นทุนเหมาะสม โดยเฉพาะ Direct PPA และ Green & Clean Energy เพื่อลดภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ
ในด้านกฎหมาย จะดำเนินการปรับปรุงกฎระเบียบที่ล้าสมัย ลดขั้นตอน และอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ ผ่านแนวทาง Regulatory Guillotine และ Omnibus Law
ในด้านการค้า จะพัฒนามาตรการปกป้องอุตสาหกรรมไทยจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ด้วย Trade Remedy Early Warning System เฝ้าระวังการทุ่มตลาดล่วงหน้าด้วย AI และเร่งรัดการดำเนินมาตรการ AD/CVD/SG อย่างมีประสิทธิภาพ
ในเชิงรุก จะผลักดันนโยบาย MiT Plus (Made in Thailand) เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้สินค้าไทย และขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมกันนี้ จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนมนุษย์ โดยเน้น Upskill / Reskill, การทำงานร่วมกับ AI & Robotics, และการดึงดูด Global Talents เพื่อยกระดับศักยภาพแรงงานไทย
I5: Inclusive & Sustainable Growth
เป้าหมาย: ปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน
นโยบายนี้มุ่งสร้างการเติบโตที่สมดุล ครอบคลุม และยั่งยืน โดยผสานมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน
ในระดับอุตสาหกรรม จะส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Transition) และการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ในระดับองค์กร จะส่งเสริมการนำหลัก ESG มาใช้ในการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและความเชื่อมั่นในระยะยาว พร้อมทั้งพัฒนาระบบฐานข้อมูลและโครงสร้างองค์กรให้ทันสมัย (Modernized Database & Organization) เพื่อสนับสนุนสมาชิกได้อย่างตรงเป้าหมาย
ขณะเดียวกัน จะส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน รวมถึงการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือภายในภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนที่ต่อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน
นางพิมพ์ใจ ย้ำว่า กรอบ 5I ไม่ใช่เพียงนโยบายเชิงแนวคิด แต่เป็นแผนปฏิบัติการที่เชื่อมโยงทุกมิติของภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และก้าวสู่การแข่งขันในระดับโลกได้อย่างมั่นคงในระยะยาว ท่ามกลางความท้าทายที่ทวีความซับซ้อนมากขึ้นในเศรษฐกิจโลกยุคใหม่







