
จับตาเลือกตั้งประธาน ส.อ.ท. วันนี้ 'พิมพ์ใจ' นอนมา ฝั่งหนุน'อภิชิต'ถอย รอศาลชี้ขาด
ลุ้นผลเลือกตั้งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยวันนี้ “พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล” ถูกจับตาคว้าชัยไร้คู่แข่ง หลังอีกฝ่ายคาดไม่ส่งชื่อแข่ง ขณะที่ปมร้องเรียนความไม่โปร่งใสเข้าสู่ศาลปกครอง เสี่ยงสะเทือนเก้าอี้ผู้นำใหม่ หากศาลชี้โมฆะอาจต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่
KEY
POINTS
- การเลือกตั้งประธาน ส.อ.ท. ในวันนี้ (28 เม.ย.) คาดว่านางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล จะได้รับเลือกเป็นประธานคนใหม่อย่างแน่นอน
- นายอภิชิต ประสพรัตน์ ขาดคุณสมบัติในการลงชิงตำแหน่ง ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนตัดสินใจไม่ส่งผู้สมัครรายอื่นลงแข่งขัน
- ผลการดำรงตำแหน่งของประธานคนใหม่ยังมีความไม่แน่นอน เนื่องจากต้องรอคำตัดสินของศาลปกครองเกี่ยวกับความโปร่งใสในการเลือกตั้งกรรมการ
- หากศาลมีคำสั่งให้การเลือกตั้งกรรมการเป็นโมฆะ จะส่งผลให้ประธาน ส.อ.ท. ที่ได้รับเลือกในวันนี้ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที
แหล่งข่าวจากคณะกรรมการบริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ส.อ.ท. เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงการเลือกตั้งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยคนใหม่ ในวันนี้( 28 เมษายน 2569) ว่า การประชุมจะมีวาระเดียวคือการลงคะแนนเลือกประธานคนใหม่ โดยกำหนดเริ่มในเวลา 15.00 น. ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน โดยอาจรู้ผลภายใน 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง
สำหรับทิศทางการเลือกตั้งครั้งนี้ แนวโน้มค่อนข้างชัดเจนว่า นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล รองประธาน ส.อ.ท. จะได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานคนที่ 17 ค่อนข้างแน่นอน หากไม่มีการเสนอชื่อผู้แข่งขันรายอื่นเพิ่มเติม เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากฐานเสียงเดิมของนายชนะ ภูมี ที่ประกาศถอนตัวไปก่อนหน้านี้
ขณะที่อีกหนึ่งแคนดิเดตสำคัญอย่างนายอภิชิต ประสพรัตน์ แม้จะประกาศตัวชิงตำแหน่งมาก่อนหน้านี้ แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการ ส.อ.ท. จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ส่งผลให้ขาดคุณสมบัติในการถูกเสนอชื่อชิงตำแหน่งประธานในครั้งนี้โดยอัตโนมัติ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงก่อนวันเลือกตั้ง มีกระแสความเป็นไปได้ที่กลุ่มผู้สนับสนุนนายอภิชิตอาจเสนอชื่อบุคคลอื่นลงแข่งขันแทน เนื่องจากเมื่อประเมินฐานคะแนนเสียงจากกรรมการประเภทเลือกตั้งรวมกับกรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด และประธานกลุ่มอุตสาหกรรม พบว่ามีคะแนน “สูสี” กับฝั่งของนางพิมพ์ใจ และยังมีโอกาสลุ้นตำแหน่งประธานได้
อย่างไรก็ดีแหล่งข่าวเผยว่า สุดท้ายกลุ่มผู้สนับสนุนนายอภิชิตมีมติไม่เสนอชื่อผู้แข่งขันรายใหม่ เนื่องจากมองว่าไม่เป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติที่เหมาะสม และไม่ต้องการถูกมองว่าทำลายระบบการเลือกตั้งของสภาฯ เอง โดยเฉพาะเมื่อแคนดิเดตเดิมได้เปิดตัวและหาเสียงมาเป็นระยะเวลานาน การส่งบุคคลอื่นลงแข่งขันในช่วงท้ายอาจกระทบต่อความสง่างามของตำแหน่ง
“แม้จะประเมินแล้วว่าคะแนนสามารถสู้ได้ แต่หากวิธีการไม่ถูกต้อง ก็ไม่ควรทำ เพราะจะกระทบต่อระบบในระยะยาว” แหล่งข่าวกล่าว
ในอีกด้านหนึ่ง ประเด็นความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งกรรมการ ส.อ.ท. เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ โดยขณะนี้มีการยื่นร้องเรียนต่อศาลปกครอง และเรื่องได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ซึ่งศาลจะดำเนินการสอบสวน สืบพยาน และพิจารณาหลักฐานตามขั้นตอน พร้อมกันนี้ ยังมีการยื่นเรื่องถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งมีอำนาจตามมาตรา 30 ของพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในการพิจารณาประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความชอบธรรมของกระบวนการเลือกตั้ง
แหล่งข่าวระบุว่า หากในท้ายที่สุดศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าการเลือกตั้งกรรมการมีมูลความผิดปกติ และมีคำสั่งให้เป็นโมฆะ จะส่งผลโดยตรงต่อประธาน ส.อ.ท. คนใหม่ที่ได้รับการเลือกตั้งในวันนี้ โดยจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที และอาจมีผลย้อนหลัง ซึ่งหมายความว่ากระบวนการทั้งหมดจะต้องเริ่มต้นใหม่ ตั้งแต่การเลือกตั้งกรรมการไปจนถึงการเลือกประธาน
ทั้งนี้ ประเด็นข้อร้องเรียนสำคัญอยู่ที่ความผิดปกติของจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งกรรมการครั้งล่าสุด ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงข้อสงสัยเรื่องการเกณฑ์สมาชิกใหม่ การใช้นอมินี และพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายซื้อเสียง ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบในกระบวนการยุติธรรม แม้การเลือกตั้งในวันนี้จะยังเดินหน้าตามกำหนด แต่แหล่งข่าวยอมรับว่า ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอาจเผชิญความท้าทายด้านความชอบธรรม โดยเฉพาะหากผู้นำคนใหม่ต้องเข้ามาทำหน้าที่ท่ามกลางข้อกังขาเรื่องธรรมาภิบาล
“ตำแหน่งประธาน ส.อ.ท. ไม่ใช่แค่ตำแหน่งบริหารองค์กร แต่เป็นตัวแทนภาคอุตสาหกรรมไทยในการเจรจาและขับเคลื่อนนโยบาย หากที่มามีคำถาม ความน่าเชื่อถือก็จะถูกตั้งคำถามตามไปด้วย” แหล่งข่าว กล่าว
ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังเผชิญแรงกดดันทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด การเลือกตั้งประธาน ส.อ.ท. ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนผ่านผู้นำ แต่ยังเป็นบททดสอบความเป็นเอกภาพขององค์กร
หากกระบวนการเลือกตั้งถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใส หรือเกิดความไม่สง่างาม อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและความร่วมมือของสมาชิกในระยะยาว และอาจบั่นทอนศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญนี้







