thansettakij
thansettakij
‘ชนะ’ โต้ทุกข้อครหาเลือกตั้ง ส.อ.ท. ยันโปร่งใส–ไร้บังคับสมาชิก

‘ชนะ’ โต้ทุกข้อครหาเลือกตั้ง ส.อ.ท. ยันโปร่งใส–ไร้บังคับสมาชิก

27 มี.ค. 69 | 09:10 น.
อัปเดตล่าสุด :27 มี.ค. 69 | 09:27 น.

“ชนะ ภูมี” ลุกแจงปมร้อนเลือกตั้ง ส.อ.ท. ย้ำชักชวนสมาชิกเป็นไปโดยสมัครใจ ไร้นโยบายใช้เงินองค์กรหนุน โต้ทุกข้อกล่าวหา ตั้งแต่ตัวแทนลงคะแนนถึงปลอมเอกสาร ชี้เป็นการบิดเบือน หวังผลทางการเมืองมากกว่าธรรมาภิบาล

KEY

POINTS

  • นายชนะ ภูมี ปฏิเสธข้อกล่าวหาบังคับคู่ค้าสมัครสมาชิก ส.อ.ท. โดยยืนยันว่าเป็นการเชิญชวนตามความสมัครใจและไม่มีการใช้งบองค์กรจ่ายค่าสมาชิกให้
  • ชี้แจงกรณีให้ตัวแทนช่วยกาบัตรเลือกตั้งว่าเป็นแนวปฏิบัติที่ทำกันมาเพื่ออำนวยความสะดวก แต่สมาชิกเป็นผู้ตรวจสอบและหย่อนบัตรด้วยตนเอง
  • ยืนยันไม่มีการปลอมแปลงเอกสารเพื่อเปลี่ยนผู้แทนใช้สิทธิ์เลือกตั้ง โดยระบุว่าเจ้าของกิจการเป็นผู้ลงนามด้วยตนเอง และกำลังพิจารณาดำเนินการทางกฎหมาย

กรณีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการเลือกตั้งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และมีการพาดพิงถึงองค์กรขนาดใหญ่ในประเด็นการขอให้คู่ค้าสมัครสมาชิก สนับสนุนค่าสมาชิก และกำหนดตัวแทนใช้สิทธิ์นั้น

นายชนะ ภูมี ชี้แจงหลังถอนตัวจากแคนดิเดต ชิงตำแหน่งประธาน ส.อ.ท.คนที่ 17 ที่จะมีขึ้นในเดือนเมษายนนี้ ว่า การอาสาช่วยงาน ส.อ.ท. ในตำแหน่งประธาน ส.อ.ท. มีวัตถุประสงค์ เพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวข้ามกับดักการเติบโตต่ำ โดยเฉพาะ SMEs ที่เผชิญความยากลำบากในท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจซบเซา ประกอบกับวิกฤตความขัดแย้งโลก ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความอยู่รอดของผู้ประกอบการไทย ด้วยประสบการณ์ทำงานในภาคอุตสาหกรรม ทั้งในและต่างประเทศตลอด 37 ปีที่ผ่านมา และเกษียณแล้ว ทำให้มีเวลาทำงานได้อย่างเต็มตัว จึงตั้งใจที่จะทำงานเพื่อประโยชน์กับภาคอุตสาหกรรมและประเทศชาติต่อไป

ข้อกล่าวหาบังคับให้คู่ค้าสนับสนุนและสมัครเป็นสมาชิก

เมื่อได้เปิดตัวอาสาเป็นประธาน ส.อ.ท. นายชนะได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกของ ส.อ.ท. เป็นอย่างมาก จากกลุ่มที่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ได้เข้ามาช่วยสนับสนุนในรูปแบบต่าง ๆ ตามกฎกติกาและประเพณีปฎิบัติของ ส.อ.ท. โดยการชักชวนให้สมัครเป็นสมาชิกตามความสมัครใจ เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจอุตสาหกรรมไทย

ขอยืนยันว่า การสมัครสมาชิกเป็นความสมัครใจ และไม่มีการบังคับ ทั้งไม่มีนโยบายและจ่ายเงินจากองค์กร เพื่อชำระค่าสมาชิก ส.อ.ท. ให้กับบริษัทหรือตัวแทนรายใดทั้งสิ้น การกล่าวอ้างลอย ๆ ว่า เงินนั้นมาจากงบประมาณขององค์กร เป็นการกระทำที่ขาดความรับผิดชอบ

ข้อกล่าวหาพนักงานบริษัทเป็นผู้แทนลงคะแนน

การเลือกตั้งกรรมการ ส.อ.ท. เพื่อไปเลือกประธาน ส.อ.ท. ต่อไปนั้น มีความซับซ้อนและใช้เวลามาก เพราะสมาชิกแต่ละรายต้องเลือกกรรมการ 248 คน จากบัญชีรายชื่อ 500 รายชื่อในคราวเดียว ซึ่งสมาชิกจะต้องใช้เวลาไม่น้อยในการกาบัตรเลือกกรรมการ ด้วยเหตุนี้ แนวปฏิบัติที่ใช้กันมาโดยตลอดในการ เลือกตั้ง ส.อ.ท. คือ พันธมิตรของแต่ละฝ่ายจะจัดให้มีตัวแทนคอยอำนวยความสะดวกในการช่วยกาบัตรให้กับสมาชิก ซึ่งเป็นกลไกที่ช่วยลดภาระของสมาชิก และทำให้กระบวนการเลือกตั้งดำเนินให้อยู่ในกรอบเวลาที่กำหนด อย่างไรก็ตาม สมาชิกผู้ใช้สิทธิ์สามารถตรวจสอบ และแก้ไขการกาบัตรได้ด้วยตนเอง อีกครั้งในขั้นตอนสุดท้าย ก่อนหย่อนบัตรด้วยตนเอง อำนาจในการตัดสินใจขั้นสุดท้ายจึงยังคงอยู่ที่ เจ้าของสิทธิ์อย่างแท้จริง

การแต่งตั้งผู้แทน โดยวิธีเพิ่มเป็นชื่อผู้แทนลำดับที่ 3 เป็นแนวทางที่ระบุไว้และถูกต้องตาม กติกาการเลือกตั้งของ ส.อ.ท. ไม่ใช่เรื่องใหม่ และทำกันทั่วไปมานานแล้ว เพราะสมาชิกจากต่างจังหวัดไม่สะดวกที่จะเดินทางมาประชุมที่กรุงเทพ ซึ่งเสียเวลาและค่าใช้จ่ายมาก และทุกครั้งของการเลือกตั้งประธาน   ส.อ.ท. ทุกฝ่ายต่างก็ดำเนินการในทำนองเดียวกันมาโดยตลอด การหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาในเชิงกล่าวหา จึงเป็น การนำเอาแนวปฏิบัติที่ทุกฝ่ายต่างรู้และยอมรับมาบิดเบือนเป็นข้อครหา โดยตั้งใจให้เกิดความเข้าใจผิดของสังคมในวงกว้างต่อองค์กร มีเจตนาทางการเมืองหวังผลการเลือกตั้งมากกว่าความห่วงใยต่อ ธรรมาภิบาลอย่างแท้จริง

ข้อกล่าวหาปลอมแปลงเอกสารเพื่อเปลี่ยนผู้แทนใช้สิทธิ

ข้อกล่าวหาว่า มีการปลอมเอกสารและลายเซ็นในการเปลี่ยนแปลงผู้แทนใช้สิทธิของ หจก.ปิยภัทร อิมปอร์ต แอนด์ เอ็กซ์ปอร์ต จ.อำนาจเจริญ โดยมีการเปลี่ยนชื่อผู้แทนจาก "วรนิยม" เป็น "วิโรจน์" และพบว่า เป็นพนักงานของบริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง ซึ่งมีผู้สมัครท้าชิงตำแหน่งประธาน ส.อ.ท. ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษานั้น

"ขอยืนยันว่า ไม่มีการปลอมแปลงเอกสารหรือลายเซ็นใดๆ ทั้งสิ้น เจ้าของ หจก.ปิยภัทร ฯ เป็นผู้ลงนามและประทับตราในเอกสารด้วยตนเอง แต่ไม่ทราบว่าเหตุใดจึงมีการกล่าวอ้างว่า มีการปลอมเอกสาร ขณะนี้ คุณวิโรจน์และองค์กรกำลังพิจารณาดำเนินการทางกฎหมาย เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงนี้"

ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า การดำเนินการทุกประการเป็นกระบวนการที่อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติของ ส.อ.ท. โดยปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด และให้ความสำคัญกับความโปร่งใสสุจริตในทุกขั้นตอน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำงานเพื่อประโยชน์แก่ส่วนรวม