
ไทยขาดดุลค้าจีนไตรมาสแรกพุ่ง 6.7 แสนล้าน จับตาทั้งปีเกิน 2.2 ล้านล้าน
ไทยขาดดุลการค้าจีน Q1/2569 พุ่ง 6.79 แสนล้านบาท นำเข้าเร่งตัวเร็วกว่าส่งออก “ดร.อัทธ์” ชี้แนวโน้มขาดดุลยังขยายต่อ จาก 3 ปัจจัยหลัก จีนเบนตลาด-ลงทุนหนุน-อีคอมเมิร์ซทะลัก กดอุตสาหกรรมไทย แนวโน้มปีนี้ไทยขาดดุลการค้าจีนไม่ต่ำกว่า 2.2 ล้านล้าน
KEY
POINTS
- ไตรมาสแรกของปี 2569 ไทยขาดดุลการค้าจีนสูงถึง 6.79 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% เนื่องจากมูลค่านำเข้าจากจีนเติบโตสูงกว่าการส่งออกอย่างมีนัยสำคัญ
- มีการคาดการณ์ว่ายอดขาดดุลการค้ากับจีนตลอดทั้งปี 2569 มีแนวโน้มทำสถิติสูงสุดใหม่ อาจสูงกว่า 2.2 ล้านล้านบาทของปีก่อนหน้า
- สาเหตุหลักที่ทำให้ขาดดุลเพิ่มขึ้น มาจากการที่จีนเปลี่ยนทิศทางส่งออกสินค้ามายังอาเซียนมากขึ้น การลงทุนของจีนในไทยที่นำไปสู่การนำเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบ และการขยายตัวของอีคอมเมิร์ซ
การค้าระหว่างประเทศของไทยกับจีนยังคงร้อนแรง แต่ภาพรวมสะท้อนความเปราะบางเชิงโครงสร้าง หลังตัวเลขขาดดุลการค้าขยายตัวต่อเนื่อง โดย “ฐานเศรษฐกิจ” ตรวจสอบข้อมูลจากศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับกรมศุลกากร พบว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2569 การค้าไทย-จีนมีมูลค่ารวม 1.278 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.78% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ดี ไทยส่งออกไปจีนมูลค่า 299,423 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.70% ขณะที่การนำเข้าจากจีนพุ่งสูงถึง 979,160 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.68% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้ากับจีน 679,737 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41%
ทั้งนี้โครงสร้างการส่งออกของไทยไปจีนยังคงพึ่งพาสินค้าอุตสาหกรรมและเกษตร โดยสินค้าสำคัญ 5 อันดับแรก ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ มูลค่า 43,264 ล้านบาท ลดลง 4%, ผลิตภัณฑ์ยาง 33,968 ล้านบาท ลดลง 1.9%, ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง 23,392 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36%, ทองแดงและของทำด้วยทองแดง 22,586 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 80% และสินค้าอุตสาหกรรมอื่น ๆ 18,132 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71%
ด้านการนำเข้าจากจีนยังคงกระจุกตัวในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมและวัตถุดิบ โดย 5 อันดับแรก ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ 55,757 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30%, สินแร่โลหะอื่น ๆ และเศษโลหะ 43,160 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48%, เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ 35,241 ล้านบาท ลดลง 1.2%, ผลิตภัณฑ์โลหะ 34,376 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% และแผงวงจรไฟฟ้า 31,371 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2%
แนวโน้มขาดดุลที่เร่งตัวดังกล่าว สอดคล้องกับภาพรวมทั้งปี 2568 ที่ไทยขาดดุลการค้าจีนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมูลค่าการค้าไทย-จีนทั้งปีอยู่ที่ 4.87 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.82% ไทยส่งออก 1.30 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.06% ขณะที่นำเข้า 3.56 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นสูงถึง 27.78% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้าจีน 2.26 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.90% จากปี 2567
รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน วิเคราะห์ผ่าน “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า แนวโน้มการขาดดุลการค้าของไทยต่อจีนในปี 2569 มีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ เกิน 2.2 ล้านล้านบาท จากแรงกดดันเชิงโครงสร้าง 3 ประการสำคัญ
ประการแรก จีนปรับทิศทางการส่งออก โดยเบนตลาดจากสหรัฐมายังเอเชียและอาเซียนมากขึ้น หลังเผชิญแรงกดดันจากสงครามการค้าและมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐ ทำให้สินค้าจีนไหลเข้าสู่ภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ประการที่สอง การลงทุนและซัพพลายเชน โดยจีนเป็นนักลงทุนอันดับ 1 ในไทย ส่งผลให้เกิดการนำเข้าเครื่องจักร วัตถุดิบ และชิ้นส่วนจากจีนเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับฐานการผลิตในประเทศ
และประการที่สาม การขยายตัวของอีคอมเมิร์ซและแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่ทำให้สินค้าจีนราคาถูกเข้าถึงผู้บริโภคไทยได้รวดเร็วและกว้างขวางขึ้น นอกจากนี้สินค้าในประเทศถูกทดแทนจากสินค้านำเข้าจากจีนมากขึ้น สะท้อนจากอัตราการใช้กำลังการผลิต ของอุตสาหกรรมเหล็กและผลิตภัณฑ์ยางในไทยที่ต่ำกว่า 30%
ดร.อัทธ์ ระบุว่า ปี 2568 ไทยขาดดุลการค้าจีน 6.78 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.2 ล้านล้านบาท และในปี 2569 มีแนวโน้มขาดดุลเพิ่มขึ้นอีก ขณะที่ไทยยังคงได้ดุลการค้ากับสหรัฐประมาณ 5.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนบทบาทของตลาดสหรัฐที่ยังเป็นแรงพยุงสำคัญของภาคส่งออกไทยในระยะข้างหน้า
ทั้งนี้ ภาพรวมดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากการพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจีนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ศักยภาพการแข่งขันของภาคการผลิตในประเทศยังถูกกดดันจากทั้งต้นทุนและการแข่งขันด้านราคา ซึ่งเป็นโจทย์เชิงนโยบายสำคัญที่ต้องเร่งปรับตัวในระยะถัดไป







