thansettakij
thansettakij
เลือกตั้ง ส.อ.ท.ยังระอุ! ลุ้นผลสอบ 3 วงชี้ขาด 28 เม.ย. 'ไปต่อหรือโมฆะ'

เลือกตั้ง ส.อ.ท.ยังระอุ! ลุ้นผลสอบ 3 วงชี้ขาด 28 เม.ย. 'ไปต่อหรือโมฆะ'

21 เม.ย. 69 | 08:17 น.
อัปเดตล่าสุด :21 เม.ย. 69 | 08:17 น.

ตรวจสอบความโปร่งใสเลือกตั้งกรรมการ ส.อ.ท. ยังเยื้อ วงในเผยเร่งขยายผล 3 แนวทาง ทั้งส่งรัฐมนตรีอุตสาหกรรมพิจารณา-ตรวจสอบผ่านตลาดทุน และสอบภายใน จับตาเส้นตาย 28 เม.ย. ชี้ชะตา “เดินหน้าเลือกตั้งประธานหรือรีเซ็ตใหม่” ท่ามกลางแรงกดดันด้านความเชื่อมั่นองค์กร

KEY

POINTS

  • การเลือกตั้งกรรมการ ส.อ.ท. กำลังถูกตรวจสอบความโปร่งใสใน 3 แนวทาง คือ ผ่านกระทรวงอุตสาหกรรม, ตลาดทุน และการสอบสวนภายในองค์กรเอง
  • มีการตรวจสอบข้อร้องเรียนสำคัญหลายประเด็น เช่น การเพิ่มสมาชิกใหม่จำนวนมาก, การใช้ตัวแทน (นอมินี) ลงคะแนนเกือบ 500 บริษัท และการเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
  • ผลการสอบสวนคาดจะชี้ขาดในวันที่ 28 เมษายน ว่าจะสามารถเดินหน้าเลือกตั้งประธาน ส.อ.ท. ต่อไปได้ หรือจะต้องประกาศให้การเลือกตั้งกรรมการเป็นโมฆะ

ตรวจสอบความโปร่งใสเลือกตั้งกรรมการ ส.อ.ท. ยังยืดเยื้อ วงในเผยเร่งขยายผล 3 แนวทาง ทั้งส่งเจ้ากระทรวงอุตฯพิจารณา-ตรวจสอบผ่านตลาดทุน และสอบภายใน จับตาเส้นตาย 28 เม.ย. ชี้ชะตา “เดินหน้าเลือกตั้งประธานหรือรีเซ็ตใหม่” ท่ามกลางแรงกดดันด้านความเชื่อมั่นองค์กร

ศึกเลือกตั้งกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) วาระปี 2569-2571 ยังคงอยู่ในโหมด “รอคำตัดสิน” หลังข้อร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใสถูกยกระดับสู่กระบวนการตรวจสอบหลายชั้น ทั้งภายในและภายนอกองค์กร โดยความคืบหน้าล่าสุดเริ่มเห็นทิศทางชัดเจนมากขึ้น ขณะที่เส้นตายสำคัญปลายเดือนเมษายนกำลังจะเป็นตัวชี้ขาดว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะได้รับการรับรอง หรือจำเป็นต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการบริหาร ส.อ.ท.เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ความคืบหน้าการตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งกรรมการ ส.อ.ท. วาระปี 2569-2571 เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 ขณะนี้ได้มีการขยายผลการตรวจสอบออกเป็น 3 ส่วนหลัก ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการควบคู่กัน เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่รอบด้านและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ส่วนแรก เป็นการดำเนินการตามกลไกกำกับดูแล โดยมีการยื่นเรื่องไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะผู้กำกับดูแล ส.อ.ท.ตามพ.ร.บ.สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อใช้อำนาจตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้หนังสือได้ส่งถึงรัฐมนตรีแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป หรือจะดำเนินการได้รวดเร็วแค่ไหน

ส่วนที่สอง เป็นการส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในตลาดทุนตรวจสอบบริษัทจดทะเบียนบางแห่ง ซึ่งมีข้อสังเกตว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับพฤติกรรมที่เข้าข่ายไม่เหมาะสมในกระบวนการเลือกตั้ง โดยมีการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างความเชื่อมโยงของบริษัทที่ถูกตั้งข้อสังเกต รวมถึงลักษณะการเข้ามามีส่วนร่วมในช่วงใกล้วันเลือกตั้ง

ส่วนที่สาม คือการตรวจสอบภายในของ ส.อ.ท.โดยคณะทำงานสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการภายใต้กรอบเวลา 30 วัน โดยมีการลงลึกในกรณีร้องเรียนสำคัญ อาทิ การเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้แทนใช้สิทธิเลือกตั้ง และการตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง โดยในบางกรณีพบข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ต้องนำมาตรวจสอบต่อในเชิงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย

แหล่งข่าวระบุว่า การตรวจสอบภายในเริ่มเห็นรายละเอียดเชิงลึกมากขึ้น โดยเฉพาะรูปแบบพฤติกรรมที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการจัดตั้งเชิงระบบ ซึ่งมีลักษณะของการเพิ่มจำนวนสมาชิกใหม่จำนวนมากในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน รวมถึงการมอบสิทธิ์ลงคะแนนให้บุคคลอื่นดำเนินการแทน(นอมินี)เกือบ 500 บริษัท ซึ่งต้องพิจารณาว่าเป็นไปตามระเบียบหรือไม่ หรือมีเจตนาแฝงที่อาจกระทบต่อความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้ง

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเกี่ยวกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งครั้งก่อน รวมถึงการเสนอชื่อกรรมการเพิ่มเติมจากที่ประชุมในจำนวนมากผิดปกติ และการเปลี่ยนแปลงตัวผู้ถูกเสนอชื่อชิงตำแหน่งสำคัญในช่วงใกล้วันเลือกตั้ง ซึ่งทั้งหมดอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อประเมินว่าเข้าข่ายผิดระเบียบหรือไม่

ในมิติภายนอกองค์กร ประเด็นดังกล่าวได้ถูกนำเข้าสู่การพิจารณาในเวทีคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) แล้ว หลังมีการยื่นเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการ โดยที่ประชุมได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้น และอยู่ระหว่างส่งต่อให้กลไกด้านการส่งเสริมธรรมาภิบาลและต่อต้านคอร์รัปชันพิจารณาเพิ่มเติม เพื่อเสริมความน่าเชื่อถือของกระบวนการตรวจสอบ

แหล่งข่าวย้ำว่า แม้กระบวนการตรวจสอบจะใช้เวลา แต่ถือเป็นความจำเป็น เพื่อให้ผลสรุปมีความชัดเจน โปร่งใส และสามารถยอมรับได้จากทุกฝ่าย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่บทบาทของ ส.อ.ท. มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมของประเทศ

สำหรับกรอบเวลาในการตรวจสอบ  มีแนวโน้มจะแล้วเสร็จทันภายในวันที่ 28 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่กำหนดให้มีการประชุมเพื่อพิจารณาเลือกตั้งประธาน ส.อ.ท. คนใหม่ โดยผลการตรวจสอบจะถูกนำเสนอให้ที่ประชุมพิจารณา เพื่อชี้ขาดว่าจะสามารถเดินหน้ากระบวนการเลือกตั้งต่อไปได้ หรือจำเป็นต้องทบทวนผลการเลือกตั้งกรรมการ

“หากผลการตรวจสอบยังมีข้อสงสัยและมีการเดินหน้าเลือกตั้งต่อ อาจส่งผลกระทบต่อการยอมรับของทั้งสมาชิกภายในองค์กร ภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะทำให้การทำงานของคณะกรรมการชุดใหม่เผชิญข้อจำกัด” แหล่งข่าวกล่าว

ในอีกด้านหนึ่ง หากผลการตรวจสอบนำไปสู่ข้อสรุปว่าการเลือกตั้งมีข้อบกพร่องอย่างมีนัยสำคัญ ก็อาจนำไปสู่การพิจารณาให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะส่งผลต่อไทม์ไลน์การเลือกตั้งประธาน ส.อ.ท. และอาจทำให้เกิดภาวะสุญญากาศเชิงการบริหารในระยะสั้น

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่ถูกจับตามองคือผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ขององค์กร โดยแหล่งข่าวเห็นว่า หากข้อร้องเรียนไม่ได้รับการคลี่คลายอย่างชัดเจน แม้ผลการเลือกตั้งจะไม่ถูกวินิจฉัยให้เป็นโมฆะ ก็อาจยังคงส่งผลต่อความเชื่อมั่นของสมาชิก และภาคีที่เกี่ยวข้องทั้งคนในองค์กร ข้าราชการ และรัฐบาล ซึ่งจะทำให้การทำงานลำบากมาก

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการตรวจสอบอย่างรอบคอบ และการเปิดเผยข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส ถูกมองว่าเป็นแนวทางสำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นในระยะยาว โดยสถานการณ์จากนี้ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผลการตรวจสอบภายในกรอบเวลา 30 วัน จะเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางของ ส.อ.ท. ทั้งในเชิงโครงสร้างองค์กร และบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยต่อไป