thansettakij
thansettakij
'ร้องโมฆะ' เลือกตั้งกรรมการ ส.อ.ท. ชี้ปมธรรมาภิบาล เขย่าเกียรติภูมิองค์กร

'ร้องโมฆะ' เลือกตั้งกรรมการ ส.อ.ท. ชี้ปมธรรมาภิบาล เขย่าเกียรติภูมิองค์กร

01 เม.ย. 69 | 06:57 น.
อัปเดตล่าสุด :01 เม.ย. 69 | 07:00 น.

“วิวรรธน์ เหมมณฑารพ” สมาชิกสภาอุตฯ ยื่นหนังสือถึงประธาน ส.อ.ท. ขอสอบลึกปมซื้อเสียง-ปลอมเอกสาร-นอมินี เตือนหากปล่อยผ่าน เสี่ยงวิกฤตความเชื่อมั่น จี้พิจารณาโมฆะ-ยกเครื่องกติกาใหม่ทั้งระบบ

KEY

POINTS

  • นายวิวรรธน์ เหมมณฑารพ สมาชิก ส.อ.ท. ยื่นหนังสือร้องเรียนให้การเลือกตั้งกรรมการเป็นโมฆะ โดยอ้างถึงวิกฤตด้านธรรมาภิบาลที่กระทบต่อเกียรติภูมิขององค์กร
  • ข้อร้องเรียนระบุถึงหลักฐานเบื้องต้นที่พบเส้นทางการเงินจริง ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับการซื้อเสียง การใช้นอมินีลงคะแนนจำนวนมาก และการปลอมแปลงเอกสาร
  • มีการตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในการสมัครสมาชิกใหม่จำนวนมากในช่วงใกล้วันเลือกตั้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความโปร่งใสและความชอบธรรมของกระบวนการ

ศึกเลือกตั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ส่อร้อนแรง หลังสมาชิกยื่นหนังสือร้อง “โมฆะ” ชี้ข้อครหาทุจริตกระทบธรรมาภิบาลและเกียรติภูมิองค์กร

สถานการณ์ก่อนการเลือกตั้งคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) วาระปี 2569–2571 ในวันที่ 30 มีนาคม 2569 ทวีความตึงเครียดมากขึ้น หลัง นายวิวรรธน์ เหมมณฑารพ สมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และผู้มีรายชื่ออยู่ในบัญชีกรรมการสรรหา ได้ยื่นหนังสือถึงประธาน ส.อ.ท. (1 เม.ย. 2569) เพื่อขอให้พิจารณา “การเลือกตั้งเป็นโมฆะ” โดยให้เหตุผลถึงความจำเป็นในการรักษาธรรมาภิบาลและเกียรติภูมิขององค์กร ท่ามกลางข้อกังวลต่อความโปร่งใสและความชอบธรรมของกระบวนการเลือกตั้ง

เนื้อหาในหนังสือระบุว่า ปัจจุบันมีข้อเท็จจริงและข้อมูลจำนวนมากที่มีนัยสำคัญต่อความสุจริตของการเลือกตั้ง ทั้งจากการร้องเรียนของสมาชิกทั้งสองฝ่าย และข้อมูลที่ปรากฏผ่านสื่อมวลชนในช่วงกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะผลการตรวจสอบเบื้องต้นของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยประธาน ส.อ.ท. และรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ว่า พบ “หลักฐานและเส้นทางการเงินจริง” ในบางประเด็น

'ร้องโมฆะ' เลือกตั้งกรรมการ ส.อ.ท. ชี้ปมธรรมาภิบาล เขย่าเกียรติภูมิองค์กร

ข้อกังวลดังกล่าวนำไปสู่การตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดร้ายแรง อาทิ การจัดตั้งขบวนการซื้อเสียง การใช้บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นตัวแทนลงคะแนน (nominee) จำนวนมาก รวมถึงการเชื่อมโยงเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสิทธิ์ลงคะแนน ซึ่งหากเป็นจริงจะกระทบต่อความชอบธรรมของการเลือกตั้งโดยตรง

  • พบเบาะแสเส้นทางการเงินจริง ส่อเข้าข่ายซื้อเสียง-ใช้นอมินีจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการปลอมแปลงเอกสารและการเปลี่ยนแปลงผู้แทนใช้สิทธิ์ของสมาชิกบางราย โดยมีกรณีที่ชื่อผู้ใช้สิทธิ์ถูกเปลี่ยนเป็นพนักงานของบริษัทขนาดใหญ่ และมีการส่งข้อมูลผ่านอีเมล์จากบุคคลในบริษัทเดียวกัน ซึ่งอาจไม่เป็นไปตามเจตนาของผู้มีสิทธิ์ตัวจริง และอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง

อีกประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกต คือ การสมัครสมาชิกใหม่จำนวนมากในช่วงใกล้วันเลือกตั้ง โดยมีข้อสงสัยถึงแหล่งที่มาของการชำระค่าสมัคร และความเหมาะสมของกระบวนการดังกล่าว รวมถึงความเป็นไปได้ของความเชื่อมโยงระหว่างผู้มาใช้สิทธิ์บางส่วนกับกลุ่มบุคคลหรือองค์กรเดียวกัน ซึ่งอาจมีผลต่อความเป็นอิสระของการลงคะแนน

  • ข้อครหาปลอมเอกสาร-เปลี่ยนสิทธิ์ สมัครสมาชิกใหม่ผิดปกติช่วงโค้งเลือกตั้ง

แม้ข้อเท็จจริงทั้งหมดจะยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างข้อครหาในวงกว้างต่อความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้ง โดยนายวิวรรธน์ ระบุว่า ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เพียงประเด็นทางเทคนิค แต่เป็น “วิกฤติด้านธรรมาภิบาล” ของ ส.อ.ท. ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระยะยาว

ทั้งนี้ ได้มีการสะท้อนต่อประธานที่ดูแลการเลือกตั้งแล้วว่า ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาเช่นไร หากกระบวนการยังมีข้อสงสัย สุดท้าย “สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจะเป็นฝ่ายแพ้” และผู้ที่ได้รับเลือกจะขาดความสง่างามในการทำหน้าที่เป็นตัวแทนภาคอุตสาหกรรมของประเทศ

  • ไม่ว่าใครชนะ ส.อ.ท. ก็แพ้ หากกระบวนการไม่โปร่งใส-ไม่เป็นธรรม

จากสถานการณ์ดังกล่าว นายวิวรรธน์ จึงเรียกร้องให้ประธาน ส.อ.ท. ดำเนินการอย่างเร่งด่วนใน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การตรวจสอบเชิงลึกอย่างเป็นระบบในทุกประเด็นที่มีข้อสงสัย การเปิดเผยผลการตรวจสอบต่อสมาชิกอย่างโปร่งใส และหากพบข้อเท็จจริงที่มีนัยสำคัญ ให้พิจารณาดำเนินการตามระเบียบเพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้ “เป็นโมฆะ” และจัดการเลือกตั้งใหม่ภายใต้กติกาที่โปร่งใสยิ่งขึ้น

ข้อเสนอในการปรับปรุงกติกาการเลือกตั้ง ยังครอบคลุมถึงการกำหนดโครงสร้างกรรมการให้เป็นตัวแทนที่แท้จริงของทุกกลุ่มอุตสาหกรรมและทุกจังหวัด การปรับสัดส่วนให้เหมาะสม การลดแรงกดดันทางธุรกิจที่อาจมีผลต่อการลงคะแนน รวมถึงการรับรองความลับของคะแนนเสียงและการเปิดโอกาสให้สมาชิกสามารถเลือกผู้สมัครได้อย่างอิสระ

  • จี้ยกเครื่องกติกาเลือกตั้งใหม่ สร้างระบบโปร่งใส-ตัวแทนแท้จริงของอุตสาหกรรมไทย

นอกจากนี้ ยังมีการอ้างถึงประสบการณ์ในอดีตที่เคยยื่นร้องเรียนต่อศาลปกครองเมื่อปี 2556 เพื่อให้แก้ไขกฎระเบียบการเลือกตั้ง แต่สุดท้ายไม่มีการปรับปรุงอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ปัญหายังคงสะสมต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

นายวิวรรธน์ ระบุทิ้งท้ายว่า การเพิกเฉยต่อข้อสงสัยหรือปล่อยให้กระบวนการดำเนินต่อไปโดยไม่แก้ไข จะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้รุนแรงขึ้น ในทางกลับกัน หากมีการตัดสินใจอย่างยึดหลักธรรมาภิบาลและจริยธรรม จะเป็นแนวทางสำคัญในการรักษาศักดิ์ศรีและความน่าเชื่อถือของ ส.อ.ท. ในฐานะตัวแทนภาคอุตสาหกรรมของประเทศต่อไปในระยะยาว