thansettakij
thansettakij
L.T. Group จับมือ China Xinshidai ปั้น 4 อุตฯ ดันโดรน-โซลาร์-ข้าวไทย เจาะตลาดจีน

L.T. Group จับมือ China Xinshidai ปั้น 4 อุตฯ ดันโดรน-โซลาร์-ข้าวไทย เจาะตลาดจีน

27 มี.ค. 69 | 12:34 น.
อัปเดตล่าสุด :27 มี.ค. 69 | 12:34 น.

L.T. Group ผนึก China Xinshidai ลงนาม MOU เชิงยุทธศาสตร์ ครอบคลุมโดรน โซลาร์ ข้าวไทย และอุปกรณ์การแพทย์รับโอกาสเศรษฐกิจโลกผันผวน ดันไทยเป็นฮับเชื่อมจีน–อาเซียน เพิ่มขีดแข่งขันระยะยาว

KEY

POINTS

  • บริษัท แอล. ที. กรุ๊ป (ไทยแลนด์) และ China Xinshidai Company ของจีน ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างสองประเทศ
  • ความร่วมมือมุ่งเน้นการพัฒนา 4 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ เทคโนโลยีโดรน, พลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์), การส่งออกข้าวไทย และอุปกรณ์ทางการแพทย์สมัยใหม่
  • มีเป้าหมายเพื่อผลักดันข้าวหอมมะลิและข้าวพรีเมียมของไทยเข้าสู่ตลาดจีน และนำเทคโนโลยีขั้นสูงจากจีนมาประยุกต์ใช้ในภาคเกษตรและพลังงานของไทย

รายงานข่าวเผยว่า เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 บริษัท แอล. ที. กรุ๊ป (ไทยแลนด์) จำกัด และ China Xinshidai Company (Poly) ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เชิงยุทธศาสตร์ เพื่อพัฒนาความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างไทย–จีน ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรมสำคัญ ได้แก่ เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (Drone) พลังงานแสงอาทิตย์ การส่งออกข้าวไทย และอุปกรณ์ทางการแพทย์สมัยใหม่

นางนันทพร สุริยกุล ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายศักดิ์ชัย ภูเงิน กรรมการผู้จัดการ L.T. Group เปิดเผยว่า ภาวะความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน จากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน กลับเป็น “โอกาสเชิงยุทธศาสตร์” ที่สำคัญของประเทศไทย ในการยกระดับบทบาทสู่การเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงระหว่าง สาธารณรัฐประชาชนจีน และภูมิภาคอาเซียน

ขณะที่นาย Ma Ziteng กรรมการผู้จัดการ China Xinshidai ระบุว่า ประเทศไทยมีศักยภาพโดดเด่น ทั้งด้านทำเลที่ตั้ง ความเชี่ยวชาญด้านเกษตรกรรม และฐานอุตสาหกรรมที่เข้มแข็ง ซึ่งสามารถผสานเข้ากับเทคโนโลยีและเครือข่ายตลาดของจีนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

L.T. Group จับมือ China Xinshidai ปั้น 4 อุตฯ ดันโดรน-โซลาร์-ข้าวไทย เจาะตลาดจีน

สำหรับกรอบความร่วมมือหลัก ครอบคลุม 4 ด้านสำคัญ ได้แก่

  1. เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (Drone Technology) มุ่งนำเทคโนโลยีระดับอุตสาหกรรมจากจีนมาประยุกต์ใช้ในไทย โดยเฉพาะภาคเกษตรและโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และยกระดับการบริหารจัดการด้วยระบบดิจิทัล
  2. พลังงานสะอาด (โซลาร์เซลล์) ส่งเสริมการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ในภาคอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน
  3. การส่งออกสินค้าเกษตร (ข้าวไทย) ผลักดันข้าวหอมมะลิและข้าวพรีเมียมของไทยสู่ตลาดจีน ผ่านเครือข่ายจัดจำหน่ายของ Xinshidai เพื่อเพิ่มมูลค่าและขยายโอกาสทางการค้า
  4. อุปกรณ์ทางการแพทย์สมัยใหม่ นำเข้าและพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อยกระดับระบบสาธารณสุข เพิ่มศักยภาพการวินิจฉัย และเสริมโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพของไทย

นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมมองว่า ความร่วมมือดังกล่าวเป็นการบูรณาการ “เทคโนโลยีขั้นสูง” เข้ากับ “เกษตรสมัยใหม่” ซึ่งมีศักยภาพสูง และสอดคล้องกับแนวทาง Thailand 4.0 อีกทั้งยังตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคระดับกลางถึงระดับบนในตลาดจีนที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ความตึงเครียดทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ส่งผลให้ภาคธุรกิจจีนจำนวนมากมองหาฐานการลงทุนในประเทศที่สาม เพื่อลดความเสี่ยงและเชื่อมโยงสู่ตลาดโลก โดยประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญ จากความได้เปรียบด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เอื้อต่อการลงทุน

L.T. Group จับมือ China Xinshidai ปั้น 4 อุตฯ ดันโดรน-โซลาร์-ข้าวไทย เจาะตลาดจีน

ด้วยปัจจัยดังกล่าว L.T. Group จึงเดินหน้าสร้างพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับ China Xinshidai ซึ่งมีความเชี่ยวชาญทั้งด้านเทคโนโลยีโดรน พลังงานสะอาด การค้าสินค้าเกษตร และอุปกรณ์การแพทย์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้างธุรกิจ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นดีลธุรกิจระหว่างสององค์กร แต่ยังสะท้อนทิศทางการปรับตัวของภาคเอกชนไทย ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลง โดยมุ่งใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม และเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน และวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ในภูมิภาคอาเซียนในอนาคต