
เช็คเงื่อนไขลดภาษี 2 แสนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปบุคคลธรรมดา-นิติบุคคล
ตรวจสอบเงื่อนไขลดภาษี 2 แสนบาทติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปบุคคลธรรมดา-นิติบุคคล หนุนพลังงานสะอาด ฐานเศรษฐกิจรวบรวมข้อมูลไว้ให้ทั้งหมดแล้ว
KEY
POINTS
- บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมาลดหย่อนภาษีได้ตามจริงสูงสุด 200,000 บาท สำหรับระบบออนกริดขนาดไม่เกิน 10 kWp
- นิติบุคคลสามารถหักค่าใช้จ่ายในการลงทุนอุปกรณ์ได้ 100% และหักลดหย่อนเพิ่มได้อีก 50% ของมูลค่าการลงทุน
- มาตรการมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 3 มี.ค. 2569 - 31 ธ.ค. 2571 โดยอุปกรณ์ที่นิติบุคคลใช้ลดหย่อนเพิ่มต้องมีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ระดับ 5 ดาว
ลดภาษี 200,000 บาทหนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และกระตุ้นการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนในภาคธุรกิจ โดยมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2571
สำหรับมาตรการลดภาษี 200,00 บาทดังกล่าวนั้น จากการตรวจสอบของ "ฐานเศรษฐกิจ" พบว่า มีการแบ่งสิทธิลดหย่อนออกเป็น 2 รูปแบบ
บุคคลธรรมดา (บ้านอยู่อาศัย)
ประชาชนสามารถนำค่าใช้จ่ายในการซื้อแพ็กเกจที่รวมค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบ Solar Rooftop มาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท
โดยระบบที่ติดตั้งต้องเป็นระบบ On-grid (สามารถติดตั้งแบตเตอรี่ร่วมได้) และมีกำลังการติดตั้งไม่เกิน 10 kWp ต่อหนึ่งมิเตอร์ไฟฟ้า พร้อมมี E-Tax Invoice เป็นหลักฐานประกอบการใช้สิทธิ
มาตรการดังกล่าวช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปได้ง่ายขึ้น รวมถึงเลือกใช้อุปกรณ์ที่มี คุณภาพและประสิทธิภาพสูง ในราคาที่คุ้มค่าและเข้าถึงได้มากขึ้น โดยมาตรการสนับสนุนทั้งสองรูปแบบนี้ ช่วยให้ระยะเวลาการคืนทุนของระบบโซลาร์เซลล์สั้นลงประมาณ 1–2 ปี ทำให้ทั้งภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนสามารถเห็นผลประหยัดค่าไฟและผลตอบแทนจากการลงทุนได้เร็วขึ้น
นิติบุคคล (บริษัท ห้างหุ้นส่วน เจ้าของธุรกิจ หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ ประเภท 5–8)
สำหรับภาคธุรกิจ สามารถนำค่าใช้จ่ายในการลงทุนซื้ออุปกรณ์ในระบบโซลาร์เซลล์ หักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ 100% ตามปกติ และหักเพิ่มได้อีก 50% ของมูลค่าการลงทุนในอุปกรณ์ โดยอุปกรณ์ต้องได้รับการรับรอง ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ระดับ 5 ดาว ตามมาตรฐานที่กำหนดตัวอย่างเช่น หากมีมูลค่าการลงทุนในอุปกรณ์ 1,000,000 บาท จะสามารถนำไปหักค่าใช้จ่ายทางภาษีรวมได้สูงสุด 1,500,000 บาท
อุปกรณ์ที่ตอบโจทย์เงื่อนไขของมาตรการดังกล่าวคือ Huawei Inverter รุ่น 10K-MAP0 ซึ่งเป็นแบรนด์และรุ่นเดียวที่ได้รับ ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ระดับ 5 ดาว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และรองรับการใช้งานทั้งในภาคธุรกิจและภาคที่อยู่อาศัย
นอกจากนี้ เครื่อง Inverter ต้องใช้งานร่วมกับแผงโซลาร์เซลล์ซึ่งถ้าได้รับฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ระดับ 5 ดาว เช่นกัน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบและความคุ้มค่าในการลงทุนได้มากยิ่งขึ้น
ระบบดังกล่าวสามารถออกแบบและติดตั้งได้ตั้งแต่ขนาด 10 kWp ไปจนถึง 30 kWp เหมาะสำหรับธุรกิจ SME อาคารพาณิชย์ขนาดเล็ก และบ้านขนาดใหญ่ ที่ต้องการลดต้นทุนค่าไฟฟ้าและเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว






