
นิวเจนเพื่อไทย 'ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช' จากสิงห์เชียงราย สู่ว่าที่ รมช.เกษตรฯ
เปิดโปรไฟล์ "สส.โฮม" ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ว่าที่ รมช.เกษตรและสหกรณ์ คนใหม่ กับบทพิสูจน์ฝีมือที่มากกว่าทายาท "ยงยุทธ" ด้วยประสบการณ์บริหารฟุตบอลและผลงานกฎหมายชาติพันธุ์ สู่ภารกิจกุมบังเหียนแก้จนเกษตรกรไทย
KEY
POINTS
- ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช หรือ "มาดามโฮม" สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย มีชื่อเป็นว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีประสบการณ์จากการเป็นอดีตรองประธานสโมสรฟุตบอลสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด
- เริ่มต้นเส้นทางการเมืองกับพรรคเพื่อชาติ ก่อนย้ายมาชนะเลือกตั้งในนามพรรคเพื่อไทย 2 สมัย มีผลงานโดดเด่นคือการเป็นประธานผลักดันร่าง พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ จนผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ
- เตรียมนำประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการมาใช้ในกระทรวงเกษตรฯ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจฐานรากและแก้ปัญหาให้เกษตรกรตามแนวทางของพรรค
ในนาทีที่รายชื่อคณะรัฐมนตรี "อนุทิน 2" กำลังถูกตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเข้มข้น ชื่อของ "โฮม - ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช" สส.เชียงราย จากพรรคเพื่อไทย
กลายเป็นหนึ่งในรายชื่อที่ถูก "สปอตไลต์" ทางการเมืองฉายส่องมามากที่สุดในฐานะว่าที่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ปฐมบท "มาดามโฮม" และวิชาบริหารหลังบ้านสโมสร
ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ในวัย 38 ปี ก่อร่างสร้างฐานความรู้ด้วยดีกรีปริญญาโทด้านอาชญวิทยาและงานยุติธรรม จากมหาวิทยาลัยมหิดล ก่อนจะเริ่มต้นบทบาทสาธารณะในฐานะ รองประธานสโมสรฟุตบอล "สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด"
งานของเธอในช่วงนั้นไม่ใช่การเดินหน้ากล้อง แต่คือการดูแล "หลังบ้าน" ของสโมสรทั้งหมด ตั้งแต่ระบบจัดการจนถึงตัวเลขงบประมาณ
เจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์ยอมรับว่าบทบาท "มาดาม" ในวันที่อายุยังน้อยสอนให้เธอรู้จักการทำงานกับคนหลากหลายประเภท และการจัดการระบบงานที่ซับซ้อนภายใต้แรงกดดัน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่เธอส่งต่อมายังงานนิติบัญญัติในเวลาต่อมา โดยมักย้ำว่าการเป็นนักการเมืองต้องไม่เป็น "น้ำเต็มแก้ว" ตามคำสอนของผู้เป็นพ่อ
ดีเอ็นเอทางการเมือง: จากพรรคเพื่อชาติสู่แม่ทัพเพื่อไทย
แม้จะเติบโตในครอบครัวนักการเมือง โดยเป็นลูกสาวของ ยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา และ สลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช อดีตนายก อบจ.เชียงราย
แต่ปิยะรัฐชย์เลือกที่จะสร้างโปรไฟล์ของตนเองจากการลงพื้นที่จริง เธอเริ่มต้นก้าวแรกในสภาชุดที่ 25 ในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ ก่อนจะย้ายกลับสู่ชายคาพรรคเพื่อไทยเพื่อสานต่อภารกิจที่ใหญ่ขึ้น โดยชนะเลือกตั้งในเขต 2 เชียงรายถึง 2 สมัยติดต่อกัน (ชุดที่ 26 และ 27)
ในการทำงานพื้นที่ เธอได้รับฉายาว่า "ทูตสันถวไมตรี" จากภาพลักษณ์ที่เฟรนลี่และเป็นกันเองกับชาวบ้าน แต่ในขณะเดียวกันเธอก็มีความเข้มแข็งในการชนกับปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะเรื่อง "น้ำ ไฟ ถนน" ของกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงที่ถูกละเลยมานาน
"มาสเตอร์พีซ" ในสภา: หมุดหมายใหม่ของกฎหมายชาติพันธุ์
ความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดของเธอในฐานะนักนิติบัญญัติ คือการนั่งเป็น ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ เธอสามารถผลักดันกฎหมายที่มีความละเอียดอ่อนสูงให้ผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ ได้สำเร็จ
ด้วยหลักการ "ความเท่าเทียมอย่างเป็นธรรม" และการเปิดพื้นที่ให้ชุมชนร่วมจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
วิธีคิดของเธอในการทำงานกับระบบราชการค่อนข้างน่าสนใจ เธอเลือกที่จะเป็น "สส.ที่ไม่กร่าง" แต่เน้นการขอความร่วมมือและตรวจสอบความถูกต้องตามระเบียบ เพื่อให้งานสำเร็จอย่างยั่งยืน สิ่งนี้สะท้อนผ่านมุมมองที่ว่า "สส. คือผู้รับใช้ประชาชน ไม่ใช่เจ้านาย"
เปิดเซฟ 66 ล้าน: ความมั่งคั่งบนวิถีนักธุรกิจหญิงโสด
ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ " ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช" กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส.เชียงราย เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2566
ปิยะรัฐชย์แจ้งสถานภาพ "โสด" โดยมีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 66,291,618 บาท และมีหนี้สินจำนวน 3,064,601 บาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้จากสถาบันการเงิน โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่ถูกจัดสรรอยู่ในรูปแบบของอสังหาริมทรัพย์และเงินลงทุนที่สะท้อนถึงสายสัมพันธ์ทางธุรกิจ
1. ขุมทรัพย์อสังหาริมทรัพย์: แลนด์มาร์คกลางกรุงและถิ่นบ้านเกิด ทรัพย์สินที่เป็น "ไฮไลต์" สำคัญคือ ที่ดินรวม 4 แปลง มูลค่า 49,500,000 บาท โดยชิ้นที่แพงที่สุดคือที่ดินใน เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ เนื้อที่ 2 งาน ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 45,000,000 บาท นอกจากนี้ยังมีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างเป็นตึกแถวในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย อีก 1 หลัง มูลค่า 2,100,000 บาท
2. พอร์ตการลงทุนและสายสัมพันธ์ "เชียงราย ยูไนเต็ด" ในด้านการลงทุน ปิยะรัฐชย์แจ้งรายการเงินลงทุนรวม 4 รายการ มูลค่า 5,816,100 บาท โดยมีรายการที่น่าสนใจคือ:
- เงินลงทุนใน บจก.โอโซ่ เอ็ม.คอร์เปอเรชั่น มูลค่า 5,000,000 บาท
- เงินลงทุนใน บจก.เวียงนา 800,000 บาท
นอกจากนี้ยังพบรายการ เงินให้กู้ยืม แก่ บจก.เชียงรายยูไนเต็ด คลับ จำนวน 200,000 บาท ซึ่งตอกย้ำบทบาทเดิมของเธอในแวดวงธุรกิจกีฬา
3. สินทรัพย์สภาพคล่องและรสนิยมส่วนตัว
- เงินสดและเงินฝาก: แจ้งว่ามีเงินสด 1,500,000 บาท และเงินฝากประมาณ 240,944 บาท
- ยานพาหนะ: มีรถยนต์ในครอบครอง 3 คัน มูลค่ารวม 2,615,000 บาท
- ของสะสมและเครื่องประดับ (20 รายการ): มูลค่ารวม 4,245,000 บาท ประกอบด้วยทรัพย์สินที่บ่งบอกถึงรสนิยมและความเชื่อ อาทิ:
- ทองคำแท่งหนัก 25 บาท (มูลค่า ณ วันแจ้ง 810,000 บาท)
- แหวนเพชร 5 วง และเครื่องประดับสตรี
- กระเป๋าแบรนด์เนม Chanel จำนวน 3 ใบ
- เหรียญพระเจ้าตากสิน ซึ่งเป็นของสะสมที่มีคุณค่าทางจิตใจ
ก้าวต่อไปที่ถนนราชดำเนิน: ภารกิจกู้วิกฤตเกษตรกรไทย
การก้าวเข้าสู่กระทรวงเกษตรฯ ของปิยะรัฐชย์อาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นยุทธศาสตร์การรุกงาน เศรษฐกิจฐานราก ของพรรคเพื่อไทย
ล่าสุดมีรายงานว่าได้เริ่มส่งทีมงานเข้าไปเตรียมความพร้อมและตรวจสอบห้องทำงานที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว เพื่อเตรียมรับไม้ต่อในภารกิจดูแลพี่น้องเกษตรกร
ความท้าทายที่รออยู่คือการเปลี่ยนรายได้เกษตรกรให้มั่นคง ผ่านนโยบายใหม่ๆ เช่น "ศูนย์โดรนการเกษตร" และ "ศูนย์บาดาลทุกตำบล" ที่พรรคเพื่อไทยกำลังผลักดันในระดับท้องถิ่น






