thansettakij
thansettakij
นิวเจนเพื่อไทย 'ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช' จากสิงห์เชียงราย สู่ว่าที่ รมช.เกษตรฯ

นิวเจนเพื่อไทย 'ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช' จากสิงห์เชียงราย สู่ว่าที่ รมช.เกษตรฯ

23 มี.ค. 69 | 07:34 น.
อัปเดตล่าสุด :23 มี.ค. 69 | 07:48 น.

เปิดโปรไฟล์ "สส.โฮม" ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ว่าที่ รมช.เกษตรและสหกรณ์ คนใหม่ กับบทพิสูจน์ฝีมือที่มากกว่าทายาท "ยงยุทธ" ด้วยประสบการณ์บริหารฟุตบอลและผลงานกฎหมายชาติพันธุ์ สู่ภารกิจกุมบังเหียนแก้จนเกษตรกรไทย

KEY

POINTS

  • ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช หรือ "มาดามโฮม" สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย มีชื่อเป็นว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีประสบการณ์จากการเป็นอดีตรองประธานสโมสรฟุตบอลสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด
  • เริ่มต้นเส้นทางการเมืองกับพรรคเพื่อชาติ ก่อนย้ายมาชนะเลือกตั้งในนามพรรคเพื่อไทย 2 สมัย มีผลงานโดดเด่นคือการเป็นประธานผลักดันร่าง พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ จนผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ
  • เตรียมนำประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการมาใช้ในกระทรวงเกษตรฯ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจฐานรากและแก้ปัญหาให้เกษตรกรตามแนวทางของพรรค

ในนาทีที่รายชื่อคณะรัฐมนตรี "อนุทิน 2" กำลังถูกตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเข้มข้น ชื่อของ "โฮม - ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช" สส.เชียงราย จากพรรคเพื่อไทย

กลายเป็นหนึ่งในรายชื่อที่ถูก "สปอตไลต์" ทางการเมืองฉายส่องมามากที่สุดในฐานะว่าที่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ปฐมบท "มาดามโฮม" และวิชาบริหารหลังบ้านสโมสร

ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ในวัย 38 ปี ก่อร่างสร้างฐานความรู้ด้วยดีกรีปริญญาโทด้านอาชญวิทยาและงานยุติธรรม จากมหาวิทยาลัยมหิดล ก่อนจะเริ่มต้นบทบาทสาธารณะในฐานะ รองประธานสโมสรฟุตบอล "สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด"

งานของเธอในช่วงนั้นไม่ใช่การเดินหน้ากล้อง แต่คือการดูแล "หลังบ้าน" ของสโมสรทั้งหมด ตั้งแต่ระบบจัดการจนถึงตัวเลขงบประมาณ

เจ้าตัวเคยให้สัมภาษณ์ยอมรับว่าบทบาท "มาดาม" ในวันที่อายุยังน้อยสอนให้เธอรู้จักการทำงานกับคนหลากหลายประเภท และการจัดการระบบงานที่ซับซ้อนภายใต้แรงกดดัน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่เธอส่งต่อมายังงานนิติบัญญัติในเวลาต่อมา โดยมักย้ำว่าการเป็นนักการเมืองต้องไม่เป็น "น้ำเต็มแก้ว" ตามคำสอนของผู้เป็นพ่อ

ดีเอ็นเอทางการเมือง: จากพรรคเพื่อชาติสู่แม่ทัพเพื่อไทย

แม้จะเติบโตในครอบครัวนักการเมือง โดยเป็นลูกสาวของ ยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา และ สลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช อดีตนายก อบจ.เชียงราย

แต่ปิยะรัฐชย์เลือกที่จะสร้างโปรไฟล์ของตนเองจากการลงพื้นที่จริง เธอเริ่มต้นก้าวแรกในสภาชุดที่ 25 ในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ ก่อนจะย้ายกลับสู่ชายคาพรรคเพื่อไทยเพื่อสานต่อภารกิจที่ใหญ่ขึ้น โดยชนะเลือกตั้งในเขต 2 เชียงรายถึง 2 สมัยติดต่อกัน (ชุดที่ 26 และ 27)

ในการทำงานพื้นที่ เธอได้รับฉายาว่า "ทูตสันถวไมตรี" จากภาพลักษณ์ที่เฟรนลี่และเป็นกันเองกับชาวบ้าน แต่ในขณะเดียวกันเธอก็มีความเข้มแข็งในการชนกับปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะเรื่อง "น้ำ ไฟ ถนน" ของกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูงที่ถูกละเลยมานาน

"มาสเตอร์พีซ" ในสภา: หมุดหมายใหม่ของกฎหมายชาติพันธุ์

ความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดของเธอในฐานะนักนิติบัญญัติ คือการนั่งเป็น ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ เธอสามารถผลักดันกฎหมายที่มีความละเอียดอ่อนสูงให้ผ่านความเห็นชอบจากสภาฯ ได้สำเร็จ

ด้วยหลักการ "ความเท่าเทียมอย่างเป็นธรรม" และการเปิดพื้นที่ให้ชุมชนร่วมจัดการทรัพยากรธรรมชาติ

วิธีคิดของเธอในการทำงานกับระบบราชการค่อนข้างน่าสนใจ เธอเลือกที่จะเป็น "สส.ที่ไม่กร่าง" แต่เน้นการขอความร่วมมือและตรวจสอบความถูกต้องตามระเบียบ เพื่อให้งานสำเร็จอย่างยั่งยืน สิ่งนี้สะท้อนผ่านมุมมองที่ว่า "สส. คือผู้รับใช้ประชาชน ไม่ใช่เจ้านาย"

เปิดเซฟ 66 ล้าน: ความมั่งคั่งบนวิถีนักธุรกิจหญิงโสด

ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ " ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช" กรณีเข้ารับตำแหน่ง สส.เชียงราย เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2566 

ปิยะรัฐชย์แจ้งสถานภาพ "โสด" โดยมีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น 66,291,618 บาท และมีหนี้สินจำนวน 3,064,601 บาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้จากสถาบันการเงิน โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่ถูกจัดสรรอยู่ในรูปแบบของอสังหาริมทรัพย์และเงินลงทุนที่สะท้อนถึงสายสัมพันธ์ทางธุรกิจ

1. ขุมทรัพย์อสังหาริมทรัพย์: แลนด์มาร์คกลางกรุงและถิ่นบ้านเกิด ทรัพย์สินที่เป็น "ไฮไลต์" สำคัญคือ ที่ดินรวม 4 แปลง มูลค่า 49,500,000 บาท โดยชิ้นที่แพงที่สุดคือที่ดินใน เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ เนื้อที่ 2 งาน ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 45,000,000 บาท นอกจากนี้ยังมีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างเป็นตึกแถวในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย อีก 1 หลัง มูลค่า 2,100,000 บาท

2. พอร์ตการลงทุนและสายสัมพันธ์ "เชียงราย ยูไนเต็ด" ในด้านการลงทุน ปิยะรัฐชย์แจ้งรายการเงินลงทุนรวม 4 รายการ มูลค่า 5,816,100 บาท โดยมีรายการที่น่าสนใจคือ:

  • เงินลงทุนใน บจก.โอโซ่ เอ็ม.คอร์เปอเรชั่น มูลค่า 5,000,000 บาท
  • เงินลงทุนใน บจก.เวียงนา 800,000 บาท

นอกจากนี้ยังพบรายการ เงินให้กู้ยืม แก่ บจก.เชียงรายยูไนเต็ด คลับ จำนวน 200,000 บาท ซึ่งตอกย้ำบทบาทเดิมของเธอในแวดวงธุรกิจกีฬา

3. สินทรัพย์สภาพคล่องและรสนิยมส่วนตัว

  • เงินสดและเงินฝาก: แจ้งว่ามีเงินสด 1,500,000 บาท และเงินฝากประมาณ 240,944 บาท
  • ยานพาหนะ: มีรถยนต์ในครอบครอง 3 คัน มูลค่ารวม 2,615,000 บาท
  • ของสะสมและเครื่องประดับ (20 รายการ): มูลค่ารวม 4,245,000 บาท ประกอบด้วยทรัพย์สินที่บ่งบอกถึงรสนิยมและความเชื่อ อาทิ:
  • ทองคำแท่งหนัก 25 บาท (มูลค่า ณ วันแจ้ง 810,000 บาท)
  • แหวนเพชร 5 วง และเครื่องประดับสตรี
  • กระเป๋าแบรนด์เนม Chanel จำนวน 3 ใบ
  • เหรียญพระเจ้าตากสิน ซึ่งเป็นของสะสมที่มีคุณค่าทางจิตใจ

ก้าวต่อไปที่ถนนราชดำเนิน: ภารกิจกู้วิกฤตเกษตรกรไทย

การก้าวเข้าสู่กระทรวงเกษตรฯ ของปิยะรัฐชย์อาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นยุทธศาสตร์การรุกงาน เศรษฐกิจฐานราก ของพรรคเพื่อไทย

ล่าสุดมีรายงานว่าได้เริ่มส่งทีมงานเข้าไปเตรียมความพร้อมและตรวจสอบห้องทำงานที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว เพื่อเตรียมรับไม้ต่อในภารกิจดูแลพี่น้องเกษตรกร

ความท้าทายที่รออยู่คือการเปลี่ยนรายได้เกษตรกรให้มั่นคง ผ่านนโยบายใหม่ๆ เช่น "ศูนย์โดรนการเกษตร" และ "ศูนย์บาดาลทุกตำบล" ที่พรรคเพื่อไทยกำลังผลักดันในระดับท้องถิ่น