
"คมนาคม" นำทัพเปิด 5 ด่าน วิ่ง "มอเตอร์เวย์บางปะอิน-ปากช่อง" ฟรีวันแรก
“คมนาคม” เปิดมอเตอร์เวย์บางปะอิน–ปากช่อง ฟรีวันนี้ นำร่อง 5 ด่าน ตั้งเป้าเปิดตลอดสาย รับปีใหม่ 2570 ฟาก BGSR เปิดสาเหตุติดหล่มส่งมอบพื้นที่ 2 สัญญา เร่งติดตั้งงานระบบ ถ้าทดสอบระบบภายใน 2 เดือน
KEY
POINTS
- กระทรวงคมนาคมเปิดทดลองใช้มอเตอร์เวย์ M6 ช่วงบางปะอิน-ปากช่อง โดยไม่เก็บค่าผ่านทาง
- เปิดให้วิ่งฟรีเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ คือ วันศุกร์ เวลา 12.00 น. ถึงวันอาทิตย์ เวลา 24.00 น. ไปจนถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2569
- สามารถขึ้น-ลงได้ 5 ด่านฟรี
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วันนี้ได้เปิดทดลองให้บริการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (M6) สายบางปะอิน–นครราชสีมา เพิ่มเติมช่วง บางปะอิน–ปากช่อง ระยะทางประมาณ 110 กิโลเมตร ณ ด่านบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเปิดให้ประชาชนใช้เส้นทางฟรี ทุกวันศุกร์ เวลา 12.00 น. ถึงวันอาทิตย์ เวลา 24.00 น.
และจะเปิดในลักษณะดังกล่าวทุกสัปดาห์ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและทดสอบความพร้อมของระบบ ก่อนเดินหน้าสู่เป้าหมายเปิดทดลองให้บริการ ตลอดสาย 196 กิโลเมตร ฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง รองรับเทศกาลปีใหม่ 2570
รวมถึงการบริหารจัดการจราจรตลอดแนวเส้นทางก่อนเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ โดยในช่วงเปิดทดลองใช้ประชาชนจะต้องใช้ความเร็วด้วยความระมัดระวัง โดยกำหนดความเร็วไว้ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เนื่องจากยังเป็นช่วงทดสอบระบบและยังมีงานบางส่วนที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ
นำร่อง 5 ด่านขึ้นฟรี
- ด่านบางปะอิน
- ด่านหินกอง
- ด่านแก่งคอย
- ด่านมวกเหล็ก
- ด่านปากช่อง
อย่างไรก็ดีเส้นทางจะเชื่อมต่อกับ M6 ช่วงปากช่อง–ทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมาที่เปิดทดลองให้บริการอยู่แล้ว ทำให้การเดินทางจากพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลสามารถเข้าสู่เส้นทางสู่อีสานได้สะดวกและต่อเนื่องยิ่งขึ้น ช่วยแบ่งเบาการจราจรบน ถนนพหลโยธินและถนนมิตรภาพ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักเดิมสู่นครราชสีมาและภาคอีสาน โดยคาดว่าจะช่วยลดปริมาณการจราจรบนเส้นทางเดิมได้ประมาณ 30–40% โดยเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และเทศกาลที่มีปริมาณรถหนาแน่น
ลุยปิดจ็อบ 2 สัญญา
นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า ด้านภาพรวมการก่อสร้างโครงการท่างหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายบางปะอิน-นครราชสีมา ระยะทาง 196 กิโลเมตร (กม.) วงเงินค่าก่อสร้าง 76,600 ล้านบาท ปัจจุบันโครงการนี้แบ่งการก่อสร้างงานโยธาทั้ง 40 ตอน มีความก้าวหน้างานโยธา 99.37% งานระบบดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) วงเงินลงทุน 6,211 ล้านบาท คืบหน้า 92.32%
ขณะเดียวกันการก่อสร้างงานโยธา ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จ 38 สัญญา และอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 2 สัญญา ประกอบด้วย สัญญา 4 คืบหน้า 95.21% ปัจจุบันคงเหลืองานก่อสร้าง Ramp ทางเข้า-ออกด่านวังน้อย และสะพาน Frontage โดยมีบจ.กรุงธนเอนยิเนียร์ เป็นผู้รับจ้าง ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569 และสัญญา 21 คืบหน้า 91.50% ปัจจุบันคงเหลืองานก่อสร้างทางยกระดับ Main Road ฝั่งมุ่งหน้า กทม. โดยมีบจ.กรุงธนเอนยิเนียร์ เป็นผู้รับจ้าง คาดว่าก่อสร้างแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569 ดันแผนสร้างที่พักริมทาง
นอกจากนี้ โครงการฯยังมีแผนก่อสร้างที่พักริมทาง 15 แห่ง ซึ่งเป็นขาออก 8 แห่งและขาเข้า 7 แห่ง วงเงินลงทุน 2,025 ล้านบาท จำนวน 2 สัญญา ปัจจุบันอยู่ระหว่างพิจารณาข้อเสนอของเอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP Net Cost สัญญาสัมปทาน 32 ปี แบ่งการก่อสร้างเป็น 2 ระยะ
โดยระยะที่ 1 งานออกแบบและก่อสร้างที่พักริมทาง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ประกอบด้วย ห้องน้ำ ร้านค้า ลานจอดรถ ร้านอาหาร สถานีบริการน้ำมันและอีวี อื่นๆตามข้อตกลงของทล. ใช้เวลาดำเนินการ 2 ปี
ส่วนระยะที่ 2 งานระบบบำรุงรักษา (O&M) ระยะเวลาสัญญา 30 ปี คาดว่าภายในปี 2570 จะเริ่มทยอยให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ก่อนเปิดให้บริการภายในปี 2572
BGSR เร่งสปีดติดตั้งงานระบบ O&M
นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ของบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บีทีเอสซี (BTSC) ผู้แทนกลุ่มกิจการร่วมค้า BGSR กล่าวว่า ความคืบหน้าการติดตั้งระบบจัดเก็บค่าผ่านทางบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายบางปะอิน-นครราชสีมา เบื้องต้นภาพรวมการก่อสร้างคืบหน้าประมาณ 92% ปัจจุบันยังเหลือการส่งมอบพื้นที่จากกรมทางหลวงในส่วนของตอนที่ 4 และตอนที่ 21 ที่ยังล่าช้าอยู่ โดยคาดว่าตอนที่ 4 จะมีการส่งมอบพื้นที่และเข้าติดตั้งระบบให้เสร็จสิ้นได้ในเร็ว ๆ นี้
ขณะที่ตอนที่ 21 ตามแผนงานคาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งปัจจุบันงานโยธาเสร็จแล้วหนึ่งฝั่งและเหลืออีกเพียงฝั่งเดียวเท่านั้น ติดหล่มส่งมอบพื้นที่
นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นความล่าช้าที่เกิดขึ้นเมื่อเทียบกับแผนงานในสัญญานั้น ยอมรับว่ามีความล่าช้าไปพอสมควรซึ่งเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งเรื่องการส่งมอบพื้นที่ของกรมทางหลวงที่ติดปัญหาด้านสภาพภูมิประเทศในบางจุด ซึ่งเดิมตามแบบประมูลเป็นถนนแต่เมื่อจะเข้าก่อสร้างจริงกลับมีสภาพเปลี่ยนไป
ทั้งนี้ ตามเป้าหมายหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน พร้อมเริ่มทดสอบระบบเต็มรูปแบบในช่วงเทศกาลปีใหม่หรือตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคมเป็นต้นไป โดยจะใช้เวลาทดสอบประมาณ 2 เดือน
นอกจากนี้ บริษัทฯ มั่นใจว่าจะสามารถติดตั้งระบบจัดเก็บค่าผ่านทางแล้วเสร็จเพื่อเปิดให้บริการเต็มรูปแบบจัดเก็บค่าผ่านทางหลังเทศกาลสงกรานต์ 2570 ซึ่งภายหลังเริ่มจัดเก็บค่าผ่านทางจะถือเป็นการเริ่มนับสัญญาจ้าง O&M โดยเป็นสัญญาจ้างรูปแบบ PPP Gross Cost ภาครัฐจะเป็นผู้จัดเก็บและรับรายได้ทั้งหมด และจะจ่ายค่าตอบแทนจากการให้บริการ ซึ่งหากเริ่มจัดเก็บค่าผ่านทางในเดือน เม.ย.2570 บริษัทฯ จะได้รับค่าตอบแทนจากการให้บริการเดือนแรกในเดือน พ.ค.2570






