thansettakij
thansettakij
BNI เร่งธุรกิจไทยสู่ Mega Trend ปั้น SMEs-Start Up ดันมูลค่าธุรกิจแตะ 1.35 แสนล้าน

BNI เร่งธุรกิจไทยสู่ Mega Trend ปั้น SMEs-Start Up ดันมูลค่าธุรกิจแตะ 1.35 แสนล้าน

21 ส.ค. 69 | 08:44 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ส.ค. 69 | 08:44 น.

BNI เร่งเครื่องธุรกิจไทยสู่ Mega Trend เดินหน้าปั้น SMEs-Start Up สร้างเครือข่าย ดันเศรษฐกิจโตยั่งยืน ตั้งเป้า 6,500 สมาชิก ดันมูลค่าธุรกิจแตะ 1.35 แสนล้านบาท

KEY

POINTS

  • BNI (ประเทศไทย) มุ่งผลักดันผู้ประกอบการ SMEs และ Start Up ให้ปรับธุรกิจสู่ Mega Trend ของโลก เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน และธุรกิจสร้างสรรค์
  • ใช้กลยุทธ์สร้างเครือข่ายที่สมาชิกจะช่วยเหลือและแนะนำธุรกิจให้แก่กัน (Giver Gain) เพื่อขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ พร้อมตั้งเป้าขยายสมาชิกเพิ่มเป็น 6,500 คน
  • ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เครือข่ายสมาชิก BNI สามารถสร้างมูลค่าทางธุรกิจหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจได้แล้วประมาณ 135,000 ล้านบาท

นายกลกิตติ์ เถลิงนวชาติ ประธาน บีเอ็นไอ (ประเทศไทย) หรือ BNI เปิดเผยถึงทิศทางในอนาคตของ BNI (ประเทศไทย) ว่า จะดำเนินการผลักดันสมาชิกผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs)  และ Start Up พัฒนาธุรกิจไปสู่เทรนด์โลก โดยใช้แนวทาง Accelerate คือ การเร่งเครื่องโดยมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง หรือปฏิรูปธุรกิจให้สอดคล้องกับ Maga Trend 

ซึ่งเป็นกระแสการเปลี่ยนแปลงระดับมหภาคที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ สังคม วิถีชีวิตและความยั่งยืน โดยร่วมมือกับภาครัฐ เพื่อตอบสนองนโยบายเศรษฐกิจในอนาคต เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า หรืออีวี (EV) ,โซลาร์เซลล์ ,การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน, ธุรกิจสร้างสรรค์ รวมถึงการเติบโตของธุรกิจเกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง เป็นต้น

BNI เร่งธุรกิจไทยสู่ Mega Trend ปั้น SMEs-Start Up ดันมูลค่าธุรกิจแตะ 1.35 แสนล้าน

“แนวทางAccelerate จะเน้นทิศทางไปสู่ความยั่งยืน ขยายสมาชิกไปสู่ผู้ประกอบการในจังหวัดต่างๆเพิ่มขึ้น และสร้างมูลค่าธุรกิจของสมาชิกโดยการเชื่อมโยงกับเครือข่ายในต่างประเทศ โดย BNI (ประเทศไทย) มีสมาชิกในหลากหลายอุตสาหกรรม คือ IT และ On line  ,Property & Construction , marketing Service , Industry , Health&Wellness และ Hotel&Hospitality โดยล่าสุดได้ดำเนินการ BNI Thailand Expo & International Conference 2026 เพื่อเชื่อมเครือข่ายผู้ประกอบการ SME และ Start Up ทั้งไทยและต่างประเทศ“

สร้างเครือข่ายดัน SMEs-Start Up โต

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาได้ดำเนินการพัฒนาผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจ SMEs และ start Up ให้เติบโต ด้วยการสร้างเครือข่าย ขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ 

รวมถึงเปลี่ยนโลกธุรกิจการแข่งขันเป็นการให้ความช่วยเหลือ Connectivity&Collaborative Network ซึ่งแนวทางนี้จะช่วยสร้างการเจริญเติบโต ความเข้มแข็งและความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจไทย ตามแนวทาง Giver Gain ผู้ให้คือผู้รับ สมาชิกจะให้โอกาสทางธุรกิจให้แก่กัน บนพื้นฐานของความไว้วางใจ โดยตั้งเป้าหมายสมาชิกแต่ละคนจะสามารถแนะนำลูกค้าให้กันและกันเฉลี่ย 5 ล้านบาทต่อคน ทำให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน BNI (ประเทศไทย) มีสมาชิก 5,000 คนจากหลากหลายธุรกิจ ส่งผลให้สมาชิกมีที่ปรึกษา ได้เรียนรู้การพัฒนาธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับในปี 2526 คาดว่าจะขยายสมาชิกผู้ประกอบการเพิ่มอีก 1,500 คน เป็น 6,500 คนทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าหมายสมาชิกแต่ละคนจะสามารถแนะนำลูกค้าให้กันและกัน

“20 ปีที่ผ่านมาได้เห็นการพัฒนาและสร้างความเปลี่ยนแปลงของเครือข่ายสมาชิก ผู้ประกอบการบางรายเติบโตเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ บางรายขยายฐานลูกค้าไปสู่ต่างประเทศ  มีการใช้เครื่องมือและเครื่อข่าย BNI รักษาธุรกิจให้อยู่รอดได้ แม้จะมีความท้าทายทั้งวิกฤติทางเศรษฐกิจ การเมือง  สถานการณ์โควิดที่ผ่านมา ภาพรวมสมาชิกฺBNI สามารถสร้างมูลค่าธุรกิจประมาณ 135,000  ล้านบาท”