thansettakij
thansettakij
ปิโตรเคมีป่วน ดันต้นทุนอุตฯพลาสติกพุ่ง 80% เสี่ยงลามราคาสินค้าฉุดไม่อยู่

ปิโตรเคมีป่วน ดันต้นทุนอุตฯพลาสติกพุ่ง 80% เสี่ยงลามราคาสินค้าฉุดไม่อยู่

บิ๊กศรีไทยซุปเปอร์แวร์ชี้วิกฤตตะวันออกกลางดันวัตถุดิบปิโตรเคี–ค่าขนส่งพุ่ง กดดันอุตสาหกรรมพลาสติกต้นทุนวัตถุดิบขยับ 50-80% สะเทือนทั้งห่วงโซ่ บรรจุภัณฑ์ปรับราคาเสี่ยงดันราคาสินค้าปลายทาง จี้รัฐเร่งอุ้มพลังงาน–เจรจาอิหร่านเปิดทางนำเข้าวัตถุดิบ

KEY

POINTS

  • ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมปิโตรเคมี ทำให้ราคาวัตถุดิบเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นต้นทุนหลักปรับตัวสูงขึ้น
  • ต้นทุนรวมของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมพลาสติกพุ่งสูงขึ้นแล้วประมาณ 50-80% จากราคาวัตถุดิบ ค่าพลังงาน และค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น
  • ต้นทุนบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่สูงขึ้น เสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปลายทางให้ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกลุ่มศรีไทยซุปเปอร์แวร์ หนึ่งในผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกรายใหญ่ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ กำลังส่งแรงกระแทกเป็นลูกโซ่มายังอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและพลาสติกของไทยอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในมิติของต้นทุน การจัดหาวัตถุดิบ และเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทาน โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นสามารถไล่เรียงได้เป็น 8 ประเด็นสำคัญที่เชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่อง

ประเด็นแรก วัตถุดิบปิโตรเคมีผันผวนตามราคาพลังงานโลก โดยราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติที่ปรับตัวสูงขึ้น ได้ผลักดันให้ต้นทุนเม็ดพลาสติกหลัก เช่น PE, PP และ PET ปรับเพิ่มขึ้นทันทีตามกลไกตลาดโลก เนื่องจากวัตถุดิบเหล่านี้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับราคาพลังงาน ขณะเดียวกันปัญหาด้านโลจิสติกส์ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ ทั้งค่าระวางเรือที่พุ่งสูงอย่างรวดเร็ว และค่าประกันภัยการขนส่งที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ส่งผลให้ต้นทุนรวมของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ที่มีสัดส่วนการใช้เม็ดพลาสติกเป็นต้นทุนหลัก

ประเด็นที่สอง แม้ยังไม่เกิดภาวะขาดแคลนวัตถุดิบอย่างรุนแรง แต่เริ่มเห็นสัญญาณตึงตัวในระบบมากขึ้น จากการที่โรงงานปิโตรเคมีในบางประเทศมีการปรับลดกำลังการผลิต ประกอบกับระยะเวลาการขนส่งที่ยาวนานขึ้น ทำให้การส่งมอบวัตถุดิบล่าช้า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังสามารถบริหารสต็อกได้ในระดับหนึ่ง แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการวางแผนการผลิต ขณะที่บางรายเริ่มเผชิญปัญหาวัตถุดิบบางเกรดขาดแคลน จนต้องหยุดสายการผลิตบางส่วนชั่วคราว

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกลุ่มศรีไทยซุปเปอร์แวร์

 

ประเด็นที่สาม ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง โดยปัจจุบันผู้ประกอบการประเมินว่าต้นทุนรวมของอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นแล้วประมาณ 50-80% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดวิกฤต สาเหตุหลักมาจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น ค่าพลังงานทั้งไฟฟ้าและเชื้อเพลิงที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงค่าขนส่งและค่าประกันภัยที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งวัตถุดิบถือเป็นต้นทุนหลักของอุตสาหกรรม ทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระต้นทุนในระดับที่สูงมากในระยะเวลาอันสั้น

ประเด็นที่สี่ การปรับขึ้นราคาสินค้ายังทำได้จำกัด แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมแปรรูปพลาสติกสามารถปรับราคาสินค้าได้เพียง 5-30% เท่านั้น เนื่องจากต้องคำนึงถึงความสามารถในการแข่งขันและกำลังซื้อของลูกค้าในห่วงโซ่อุปทาน หลายบริษัทจึงเลือกที่จะดูดซับต้นทุนบางส่วนไว้ก่อน เพื่อรักษาฐานลูกค้าและความสัมพันธ์ทางธุรกิจในระยะยาว ส่งผลให้กำไรของผู้ประกอบการถูกบีบตัวลงอย่างต่อเนื่อง

ประเด็นที่ห้า เริ่มมีความเสี่ยงของการบิดเบือนราคาในตลาด โดยมีเสียงสะท้อนว่าผู้ค้าบางรายอาจใช้สถานการณ์ต้นทุนพลังงานที่ปรับสูงขึ้นเป็นเหตุผลในการปรับราคาสินค้าเกินกว่าต้นทุนจริง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการแข่งขันที่เป็นธรรมในอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงดำเนินธุรกิจตามกลไกตลาด และพยายามรักษาสมดุลระหว่างต้นทุนและราคาขาย ขณะเดียวกันผู้ผลิตสินค้าสำเร็จรูปยังไม่สามารถปรับราคาขึ้นได้ทันกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในแต่ละวัน

ประเด็นที่หก ผลกระทบกำลังลุกลามไปยังสินค้าอุปโภคบริโภค เนื่องจากอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์เป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่อุปทานสินค้า เช่น อาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุตสาหกรรม เมื่อราคาบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้น ย่อมทำให้ต้นทุนของผู้ผลิตสินค้าเหล่านี้เพิ่มขึ้นตาม และมีแนวโน้มที่จะสะท้อนออกไปยังราคาสินค้าปลายทางในระยะต่อไป แม้ว่าการปรับราคาจะยังขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านกำลังซื้อของผู้บริโภคและการแข่งขันในตลาดก็ตาม

ประเด็นที่เจ็ด ในระยะกลางและระยะยาว อุตสาหกรรมมีแนวโน้มต้องเร่งปรับตัวอย่างจริงจัง หากสถานการณ์พลังงานยังคงอยู่ในระดับสูงและยืดเยื้อ ผู้ประกอบการจะต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงต่อเนื่อง รวมถึงแรงกดดันจากการแข่งขันกับประเทศที่มีต้นทุนพลังงานต่ำกว่า ทำให้เกิดความจำเป็นในการปรับโครงสร้างการผลิต เช่น การใช้วัสดุทางเลือก การเพิ่มสัดส่วนการใช้พลาสติกรีไซเคิล และการลงทุนในเทคโนโลยีที่ช่วยประหยัดพลังงาน ขณะเดียวกันยังมีความเสี่ยงที่สินค้าบางประเภทจะขาดแคลนเป็นช่วง ๆ จากข้อจำกัดด้านวัตถุดิบ

ประเด็นที่แปด ภาคเอกชนเสนอให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการรองรับวิกฤตอย่างเร่งด่วน ทั้งการลดภาระต้นทุนพลังงานให้กับผู้ประกอบการ การสนับสนุนการนำเข้าวัตถุดิบในช่วงที่ตลาดโลกผันผวน และการส่งเสริมการใช้พลาสติกรีไซเคิลเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบ นอกจากนี้ยังควรผลักดันความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม เพื่อลดผลกระทบด้านต้นทุนและรักษาเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทาน

ทั้งนี้มีข้อเสนอให้รัฐบาลเร่งเจรจากับประเทศผู้ผลิตพลังงาน โดยเฉพาะอิหร่าน เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งวัตถุดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงเร่งหาทางกระจายแหล่งนำเข้าไปยังประเทศอื่น เช่น รัสเซีย หรือประเทศที่ไม่มีข้อจำกัดด้านมาตรการคว่ำบาตร เพื่อเสริมความมั่นคงด้านวัตถุดิบในระยะสั้นและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งเดียว

นายสนั่นกล่าวว่า วิกฤตครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของโครงสร้างอุตสาหกรรมที่พึ่งพาพลังงานและวัตถุดิบจากต่างประเทศเป็นหลัก หากไม่มีการปรับตัวอย่างจริงจัง อาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังภาคการผลิตและค่าครองชีพของประชาชนในวงกว้าง ดังนั้นการบริหารจัดการทั้งในระดับนโยบายและระดับอุตสาหกรรมจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะต่อไป