thansettakij
thansettakij
เบรกขาย ‘น้ำมันปาล์ม’ รอลุ้นราคาใหม่  วิกฤตถุง-ขวดพลาสติกขาดตลาด รง.เล็กจ่อปิด

เบรกขาย ‘น้ำมันปาล์ม’ รอลุ้นราคาใหม่ วิกฤตถุง-ขวดพลาสติกขาดตลาด รง.เล็กจ่อปิด

13 มี.ค. 2569 | 07:00 น.
อัปเดตล่าสุด :13 มี.ค. 2569 | 07:02 น.

จี้รัฐหยุดบิดเบือนกลไกตลาด ปล่อยลอยตัวราคาน้ำมัน จับตา “น้ำมันปาล์ม” หลังโรงงานไม่เปิดการขาย รอราคาใหม่จันทร์นี้ ขณะที่วิกฤต “บรรจุภัณฑ์” ส่งผลกระทบวงกว้างทั้งพ่อค้า แม่ค้าร้านริมถนน ยักษ์บะหมี่ ยันโรงงานน้ำปลา น้ำดื่มขนาดเล็ก ต้องหยุดผลิต

KEY

POINTS

  • โรงงานน้ำมันปาล์มหยุดขายสินค้าและไม่เปิดเผยราคา เพื่อรอความชัดเจนเรื่องการปรับราคาใหม่ในวันจันทร์
  • เกิดวิกฤตบรรจุภัณฑ์พลาสติกขาดตลาดและราคาพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่หยุดการผลิต
  • วิกฤตบรรจุภัณฑ์ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทำให้โรงงานขนาดเล็กที่ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคหลายประเภทขาดแคลนวัตถุดิบและเสี่ยงต้องปิดกิจการ

นายสมชาย พรรัตนเจริญ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในปัจจุบันกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า กำลังเผชิญกับวิกฤต "บรรจุภัณฑ์พลาสติก" ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างกะทันหัน โดยมีสาเหตุหลักมาจากผู้ผลิตรายใหญ่ระดับประเทศหยุดการผลิต ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังโรงงานขนาดเล็กที่ไม่มีวัตถุดิบและไม่สามารถแจ้งราคาขายหรือกำหนดเวลาที่ชัดเจนได้

นอกจากนี้ปัญหาบรรจุภัณฑ์ขาดแคลนยังส่งผลไปยังธุรกิจอื่นๆ เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำปลา น้ำดื่ม และกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตสินค้าหลายประเภท โดยจากการสำรวจพบว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โรงงานผลิตรายใหญ่แจ้งว่าอาจจะไม่มีซองบรรจุสินค้าในช่วงเดือนเมษายนนี้ ส่วนน้ำปลา โรงงานขนาดเล็กเริ่มขาดแคลนขวดบรรจุ และอาจต้องหยุดผลิตภายในครึ่งเดือนหากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย รวมถึงน้ำดื่ม โรงงานขนาดเล็กหากใช้เม็ดพลาสติกสต็อกเดิมหมดลง จะไม่สามารถผลิตต่อได้ทันที

น้ำมันปาล์ม "ราคาไม่นิ่ง-หยุดขาย"

สำหรับสถานการณ์น้ำมันปาล์ม นายสมชายระบุว่า ล่าสุดโรงงานไม่เปิดราคาขายและไม่มีสินค้าให้สั่งซื้อ เนื่องจากต้องรอความชัดเจนจากภาครัฐและการประชุมเรื่องการปรับราคาในวันจันทร์ที่จะถึงนี้  ซึ่งขณะนี้ตลาดยังมีความไม่แน่นอน เมื่อมีนโยบายการนำน้ำมันปาล์มไปผสมเป็นดีเซลในช่วงที่ราคาน้ำมันปาล์มสูงกว่า 50 บาท ขณะที่ดีเซลอยู่ที่ 30 บาท ว่าเป็นการบิดเบือนกลไกและอาจมีการฮั้วราคากัน

จี้รัฐเลิกอุ้มน้ำมัน-ออกมาตรการ "ภาวะสงคราม"

นายสมชายเสนอแนะให้รัฐบาลหยุดบิดเบือนราคาน้ำมันและปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงการประหยัด โดยระบุว่าการนำเงินกองทุนน้ำมันไปอุดหนุนเป็นการช่วยกลุ่มทุนและธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีรถจำนวนมาก แต่คนจนกลับต้องแบกรับหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น

เบรกขาย ‘น้ำมันปาล์ม’ รอลุ้นราคาใหม่  วิกฤตถุง-ขวดพลาสติกขาดตลาด รง.เล็กจ่อปิด

นอกจากนี้ ยังเสนอให้รัฐบาลออกมาตรการที่เด็ดขาดในสภาวะไม่ปกตินี้ ได้แก่

  • ปิดสถานีบริการน้ำมันและร้านสะดวกซื้อเวลา 21:00 น. เพื่อลดการใช้พลังงานของประเทศ
  • พัฒนาระบบขนส่งทางราง นำงบประมาณอุดหนุนน้ำมันไปลดค่าบริการรถไฟเพื่อขนส่งสินค้าเกษตร ซึ่งจะช่วยลดค่าครองชีพประชาชนได้ยั่งยืนกว่า,
  • Work From Home (WFH) ต้องมีมาตรการที่ชัดเจนและปฏิบัติได้จริง โดยเฉพาะในส่วนราชการ

“สิ่งที่รัฐบาลควรทำคือสร้างความเข้าใจ และความชัดเจนถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน เพื่อให้ผู้บริโภคปรับตัวเพื่อความอยู่รอด เช่น Walk-in เดินไปซื้อสินค้าที่หน้าร้านเอง จะช่วยลดราคาสินค้าลงได้ทันที 25% เพราะไม่ต้องเสียค่าแพลตฟอร์ม,  หากนำภาชนะมาเองจะช่วยประหยัดค่าบรรจุภัณฑ์ได้อีก 5% เป็นต้น”  

เบรกขาย ‘น้ำมันปาล์ม’ รอลุ้นราคาใหม่  วิกฤตถุง-ขวดพลาสติกขาดตลาด รง.เล็กจ่อปิด

นายสมชาย กล่าวอีกว่า ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ก่อนได้ลงพื้นที่จังหวัดสระแก้ว พบว่าตลาดระดับล่างเงียบเหงามาก กำลังซื้อถดถอย ขณะเดียวกันเริ่มเห็นสัญญาณอันตรายในพื้นที่ชนบทที่ปั๊มน้ำมันขนาดเล็กเริ่มไม่มีน้ำมันขาย ทำให้ประชาชนต้องขับรถเข้าเมืองเพื่อซื้อน้ำมัน เป็นการเพิ่มต้นทุนค่าเดินทางและสร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคม