thansettakij
thansettakij
นายกสมาคมปุ๋ยฯ เตือนยี่ปั๊ว-ซาปั๊ว ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา ระวังเจอคุก 7 ปี

นายกสมาคมปุ๋ยฯ เตือนยี่ปั๊ว-ซาปั๊ว ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา ระวังเจอคุก 7 ปี

10 มี.ค. 2569 | 21:30 น.

นายกสมาคมการค้าปุ๋ยฯ เตือนยี่ปั๊ว-ซาปั๊ว ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาเจอคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท ยันสต็อกราคาเก่า ก่อนสงครามเกิด ยังพอใช้ 2 เดือนครึ่ง แม้ราคาโลกขยับ-ค่าขนส่งพุ่ง

KEY

POINTS

  • นายกสมาคมการค้าปุ๋ยฯ เตือนผู้ค้ารายย่อย (ยี่ปั๊ว-ซาปั๊ว) ทั่วประเทศ ห้ามฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาปุ๋ยเคมีโดยไม่มีเหตุอันควร
  • ผู้ที่ฝ่าฝืนปรับขึ้นราคาจะมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษจำคุกสูงสุด 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • สมาคมฯ ยืนยันจะตรึงราคาปุ๋ยไปอีกอย่างน้อย 2-3 เดือนข้างหน้า เพื่อช่วยเกษตรกรในช่วงต้นฤดูเพาะปลูก เนื่องจากปุ๋ยที่จำหน่ายเป็นสต็อกเก่า

นายเปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช นายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตร เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงสถานการณ์ราคาปุ๋ยเคมีในประเทศว่า ในฐานะตัวแทนสมาคมฯ ซึ่งมีสัดส่วนการตลาดประมาณ 70% ของประเทศ ได้มีการหารือร่วมกับภาครัฐและสมาชิกเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาปุ๋ยในช่วงต้นฤดูกาลเพาะปลูกที่จะมาถึง โดยยืนยันว่า ในระยะ 2 เดือนถึง 2 เดือนครึ่งต่อจากนี้จะไม่มีการขยับราคาปุ๋ยเคมีอย่างแน่นอน และทางสมาคมฯ จะพยายามตรึงราคาให้นิ่งที่สุดจนถึง 3 เดือนตามคำขอของทางราชการ

“แม้ปัจจุบันราคาปุ๋ยในตลาดโลกจะมีการขยับตัวสูงขึ้น แต่ปุ๋ยที่จำหน่ายในปัจจุบันยังเป็นสต็อกเก่า ซึ่งมีเพียงพอสำหรับรองรับช่วงต้นฤดูกาลเพาะปลูกที่จะเริ่มขึ้นในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามีความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนในอนาคต เนื่องจากปัญหาการขนส่งทางเรือในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz) ที่ส่งผลให้เรือต้องจอดค้างกลางทะเลนานขึ้น ทำให้เกิดค่าเสียเวลา (Demurrage) และเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้”

 

นอกจากนี้ ยังต้องจับตาปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะประเทศอินเดียที่เริ่มกว้านซื้อและประมูลปุ๋ยล็อตใหญ่เพื่อแจกจ่ายเกษตรกรในประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาปุ๋ยในตลาดโลก ทั้งในกลุ่มปุ๋ยยูเรียซึ่งมีสัดส่วนถึง 40% ของตลาดไทย รวมถึงปุ๋ยฟอสเฟต และโพแทสเซียม ตามลำดับ ปัจจุบันไทยมีปริมาณการใช้เฉลี่ยประมาณ 5 ล้านตันต่อปี

นายกสมาคมปุ๋ยฯ เตือนยี่ปั๊ว-ซาปั๊ว ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา ระวังเจอคุก 7 ปี

นายกสมาคมการค้าปุ๋ยฯ ได้เน้นย้ำไปยังสมาชิกและกลุ่มยี่ปั๊ว-ซาปั๊ว ในต่างจังหวัดทั่วประเทศว่า ห้ามปรับขึ้นราคาปุ๋ยโดยไม่มีเหตุอันควร เพื่อร่วมมือกับราชการในการรักษาเสถียรภาพราคาและช่วยเหลือเกษตรกร หากใครขยับราคาในช่วงนี้ ถือว่าทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้หากเกษตรกรพบการขายเกินราคา สามารถแจ้งตำรวจหรือพาณิชย์จังหวัดได้ทันที

"โดยผู้กระทำความผิดมีโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 จำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพราะเราต้องรักษาผลประโยชน์ส่วนรวม เราค้าขายต้องพึ่งพาเกษตรกร ถ้าเกษตรกรอยู่ไม่ได้ เราก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน"

 

สำหรับการดำเนินงานก้าวต่อไป สมาคมฯ มีกำหนดประชุมออนไลน์ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อสรุปแนวทางความร่วมมือ โดยปัจจุบันได้รับความร่วมมืออย่างดีจากหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อาทิ กรมวิชาการเกษตร เป็นต้น ที่เร่งกระบวนการจดทะเบียนสูตรปุ๋ย รวมถึงกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมพัฒนาที่ดินที่เข้ามาช่วยให้ความรู้การใช้ปุ๋ยอย่างถูกต้องแก่เกษตรกร

 

นายกสมาคมปุ๋ยฯ เตือนยี่ปั๊ว-ซาปั๊ว ห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา ระวังเจอคุก 7 ปี

ทั้งนี้สมาคมฯ เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะมีการพิจารณาแคมเปญลดราคาปุ๋ยหรือมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่เกษตรกรไทยในตลาดโลก และย้ำว่าปุ๋ยเคมีหากรู้จักใช้อย่างถูกวิธีจะช่วยเพิ่มผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่มีสารพิษตกค้าง เปรียบเสมือนน้ำตาลที่ต้องบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกาย