thansettakij
thansettakij
พาณิชย์ยันปุ๋ยไม่ขาดตลาด! สต๊อก 1.52 ล้านตัน ใช้ยาวถึงสิงหาคม 69

พาณิชย์ยันปุ๋ยไม่ขาดตลาด! สต๊อก 1.52 ล้านตัน ใช้ยาวถึงสิงหาคม 69

05 มี.ค. 69 | 06:23 น.
อัปเดตล่าสุด :05 มี.ค. 69 | 06:46 น.

พาณิชย์ แจงสถานการณ์ปุ๋ยไม่ขาดตลาด แม้ตะวันออกกลางตึงเครียด สต๊อกคงเหลือ 1.52 ล้านตัน ยูเรีย 6.5 ล้านกระสอบ พร้อมนำเข้าเพิ่ม 1 แสนตัน ใช้ได้ถึงส.ค. 2569 เตือนห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา คุก 7 ปี

KEY

POINTS

  • กรมการค้าภายในยืนยันปริมาณสต็อกปุ๋ยเคมีในประเทศมีเพียงพอ โดยมีสต็อกคงเหลือ 1.52 ล้านตัน
  • ปริมาณปุ๋ยที่มีอยู่สามารถรองรับความต้องการใช้ของเกษตรกรได้จนถึงเดือนสิงหาคม 2569
  • ราคาจำหน่ายปุ๋ยในประเทศยังคงที่เนื่องจากเป็นสต็อกเดิม และภาครัฐจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคา

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง กรมการค้าภายในได้ติดตามสถานการณ์ปุ๋ยเคมีอย่างใกล้ชิด เนื่องจากไทยต้องนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศเป็นหลัก กรมจึงได้ประสานกับสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทยเพื่อติดตามสถานการณ์การค้าปุ๋ยเคมีในไทย ซึ่งได้รับการยืนยันว่า ปริมาณปุ๋ยเคมีของไทย

ขณะนี้มีเพียงพอสำหรับการใช้ในประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับสต๊อกสินค้าปุ๋ยเคมี ซึ่งผู้ผลิต ผู้นำเข้าปุ๋ยเคมีรายงานมายังกรมการค้าภายใน ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เนื่องจาก ปุ๋ยเคมีเป็นสินค้าควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ 

ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์ล่าสุด พบว่า ปริมาณปุ๋ยเคมีในประเทศยังอยู่ในระดับเพียงพอ โดยมีสต็อกคงเหลือ ณ เดือนมกราคม 2569 ประมาณ 1.52 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการใช้เฉลี่ยเดือนละประมาณ 0.8 ล้านตัน สำหรับปุ๋ยยูเรียซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 36% ของการใช้ปุ๋ยทั้งหมด มีปริมาณสต๊อก 0.32 ล้านตัน หรือคิดเป็น 6.5 ล้านกระสอบ 

โดยปัจจุบันมีปริมาณเพียงพอรองรับการใช้มากกว่า 2 เดือน นอกจากนี้ยังมีปุ๋ยยูเรียที่ไทยอยู่ระหว่างการนำเข้าจากซาอุดีอาระเบีย ปริมาณรวมประมาณ 100,000 ตัน หรือคิดเป็นปริมาณ 2 ล้านกระสอบ ทำให้ไทยจะมีปุ๋ยยูเรียใช้ในปริมาณ 8.5 ล้านกระสอบ ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้ได้ถึงเดือนสิงหาคม 2569 

นอกจากนี้ ไทยยังได้มีช่องทางการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม เช่น มาเลเซีย และบรูไน ซึ่งสามารถนำเข้าได้ปกติ และขณะนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตสินค้าเกษตรของไทย เนื่องจากเป็นช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวผลผลิตสินค้าเกษตรสำคัญหลายรายการ เช่น ข้าวนาปรัง ผลไม้ เป็นต้น ในส่วนของข้าวนาปีขณะนี้ยังไม่เข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูก  

 

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน

 

นายวิทยากร กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของราคาปุ๋ยที่จำหน่ายในตลาด ที่เป็นปุ๋ยสูตรมีส่วนผสมของยูเรียยังเป็นสต็อกเดิมที่จัดหามาก่อนสถานการณ์ดังกล่าว ดังนั้นราคาจำหน่ายในประเทศยังคงอยู่ในระดับเดิม 

อย่างไรก็ดี หากสถานกาณ์ยังคงยืดเยื้อ ต้นทุนปุ๋ยเคมีในตลาดโลกมีการปรับเปลี่ยน กรมจะติดตามสถานกาณ์และโครงสร้างราคาอย่างใกล้ชิดและให้เป็นไปตามโครงสร้างต้นทุนจริง โดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อเกษตรกรน้อยที่สุด

“ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกและไม่จำเป็นต้องเร่งซื้อหรือกักตุนปุ๋ยเคมีไว้ในปริมาณมาก ทั้งนี้ กรมได้ประสานสั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์การจำหน่ายปุ๋ยอย่างเป็นธรรม เพื่อป้องกันไม่ให้มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุอันสมควร โดยกรมการค้าภายในจะติดตามสถานการณ์ราคาและปริมาณปุ๋ยอย่างใกล้ชิด"

ทั้งนี้ หากพบการจำหน่ายสินค้าในราคาสูงเกินสมควร หรือการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผล จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อเกษตรกร โดยผู้กระทำความผิดมีโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 จำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

 

พาณิชย์ยันปุ๋ยไม่ขาดตลาด! สต๊อก 1.52 ล้านตัน ใช้ยาวถึงสิงหาคม 69

 

นอกจากนี้ หากพี่น้องเกษตรกรหรือประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป