thansettakij
“รพีภัทร์” เปิดสูตรลับดิน-ปุ๋ย พลิกเกษตรกรสู่กำไรพุ่งทั่วประเทศ

“รพีภัทร์” เปิดสูตรลับดิน-ปุ๋ย พลิกเกษตรกรสู่กำไรพุ่งทั่วประเทศ

28 ม.ค. 2569 | 21:30 น.

“รพีภัทร์” เปิดคัมภีร์ลับดิน-ปุ๋ย ชี้ทางรวยเกษตรกร เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน กำไรพุ่ง เกษตรกรใช้ได้จริงในภาคสนาม

KEY

POINTS

  • ส่งเสริมให้เกษตรกรเปลี่ยนจากการใส่ปุ๋ยตามความเคยชินมาเป็นการจัดการธาตุอาหารเฉพาะพื้นที่ โดยเริ่มจากการตรวจวิเคราะห์ดินเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต
  • นำเสนอแนวคิด "ปุ๋ยสั่งตัด" (Tailor-made Fertilizer) โดยใช้ผลวิเคราะห์ดินมาคำนวณผสมปุ๋ยตามหลัก "4 ถูก" (ถูกชนิด, ถูกอัตรา, ถูกเวลา, ถูกตำแหน่ง) เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
  • ผลักดันการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าช่วย เช่น แผนที่ดินดิจิทัล (Digital Soil Map) และโดรน เพื่อสนับสนุนการทำเกษตรแม่นยำและเพิ่มความสะดวกให้เกษตรกร

ท่ามกลางความผันผวนของต้นทุนการผลิตที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้เกษตรกรทั่วประเทศ  “ฐานเศรษฐกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และนายกสมาคมดินและปุ๋ย ได้เปิด “คัมภีร์เพิ่มกำไร ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต” แนะแนวทางยกระดับประสิทธิภาพการผลิตอย่างยั่งยืน พร้อมต่อยอดสู่รายได้ที่มั่นคง โดยเกษตรกรสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในภาคสนาม

 

เลิกเดาเรื่องดิน พลิกกำไรเกษตร  

นายรพีภัทร์ กล่าวถึงบทบาทของสมาคมดินและปุ๋ยว่า ตระหนักดีว่า “ดิน” คือทุนชีวิต และ “ปุ๋ย” คือการลงทุน การช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตอย่างยั่งยืน จึงต้องเริ่มจากการรู้จักดินของตนเองอย่างถูกต้อง พร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านจาก “การใส่ปุ๋ยตามความเคยชิน” สู่ “การจัดการธาตุอาหารเฉพาะพื้นที่” (Site-Specific Nutrient Management) ผ่านกลไกสำคัญ ได้แก่ การสร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ เชื่อมโยงนักปฐพีวิทยาจากภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน เพื่อถ่ายทอดความรู้ด้านการเก็บตัวอย่างดินอย่างถูกวิธี เพราะหากต้นทางคลาดเคลื่อน ผลวิเคราะห์ก็ย่อมไม่แม่นยำ

  • การส่งเสริมเทคโนโลยีการวิเคราะห์ดิน สนับสนุนการใช้ชุดตรวจดินแบบรวดเร็วควบคู่กับผลวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการ เพื่อให้เกษตรกรเข้าถึงข้อมูลดินได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น
  • สูตรปุ๋ยสั่งตัด (Tailor-made Fertilizer) แนะนำการนำค่าวิเคราะห์ดินมาคำนวณผสมปุ๋ยใช้เองตามหลัก “4R” ได้แก่ ถูกชนิด ถูกอัตรา ถูกเวลา และถูกตำแหน่ง

“รพีภัทร์” เปิดสูตรลับดิน-ปุ๋ย พลิกเกษตรกรสู่กำไรพุ่งทั่วประเทศ

 

นายรพีภัทร์  กล่าวว่า สำหรับแผนพัฒนาระยะต่อไป สมาคมฯ ตั้งเป้ายกระดับการทำงานให้ทันสมัยและเข้าถึงเกษตรกรในวงกว้างมากขึ้น อาทิ

  • Digital Soil Map & Application พัฒนาฐานข้อมูลแผนที่ดินดิจิทัลที่ละเอียด เพื่อให้เกษตรกรตรวจสอบข้อมูลชุดดินในพื้นที่ผ่านสมาร์ทโฟนได้ทันที
  • Smart Fertilizing Machine สนับสนุนการวิจัยเครื่องหยอดปุ๋ยอัจฉริยะที่ปรับอัตราการใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินในแต่ละจุดของแปลง (Variable Rate Application)
  • Carbon Credit & Soil Health เพิ่มองค์ความรู้ด้านการกักเก็บคาร์บอนในดิน เพื่อยกระดับจากการดูแลพืชสู่การดูแลสุขภาพดิน และสร้างรายได้เสริมจากคาร์บอนเครดิตให้เกษตรกร

สรุป ภารกิจของสมาคมฯ คือเปลี่ยนจาก “การเดา” เป็น “การวัด” เพื่อให้ทุกเม็ดปุ๋ยที่ใส่ลงไป แปรเปลี่ยนเป็นกำไรที่จับต้องได้จริงอย่างยั่งยืน

เจาะหัวใจการทำเกษตรแม่นยำ

ภาพรวมเกี่ยวกับแนวโน้มและความจำเป็นของการปรับตัวสู่ระบบ “ปุ๋ยเฉพาะพืช/เฉพาะพื้นที่” ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) ในยุคปัจจุบัน เพื่อรับมือกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ เราก้าวข้ามยุคการใช้ปุ๋ยสูตรครอบจักรวาล (One-size-fits-all) ไปสู่การจัดการธาตุอาหารที่เน้น “ประสิทธิภาพสูงสุดและสูญเสียน้อยที่สุด” โดยมีแนวโน้มที่สำคัญดังนี้

  • เทคโนโลยีปุ๋ยสั่งตัด (Customized Fertilizer): เป็นการนำค่าวิเคราะห์ดินในแต่ละแปลงมาคำนวณร่วมกับความต้องการของพืชเฉพาะชนิด เพื่อผสมแม่ปุ๋ยให้ได้สัดส่วน N-P-K ที่ดินตรงนั้นขาดจริงๆ ช่วยลดต้นทุนปุ๋ยส่วนเกินได้ถึง 30-50%
  • ปุ๋ยคีเลตและธาตุอาหารรองเสริม (Chelated & Micronutrients): มีการพัฒนาปุ๋ยที่พืชดูดซึมได้ง่ายขึ้น แม้ในสภาพดินที่เป็นกรดหรือด่างจัด เพื่อเพิ่มคุณภาพผลผลิต (เช่น เพิ่มน้ำหนักหัวมัน หรือเพิ่มปริมาณน้ำยาง)
  • การให้ปุ๋ยผ่านระบบน้ำ (Fertigation) และโดรน: แนวโน้มการเปลี่ยนจากการหว่านมือมาเป็นการใช้โดรนพ่นปุ๋ยน้ำหรือปุ๋ยเกล็ดที่มีความเข้มข้นสูงและแม่นยำสูง ลดการใช้แรงงานและลดการตกค้างในสิ่งแวดล้อม
  • นโยบายปุ๋ยร่วม (30:70): ภาครัฐและสมาคมฯ กำลังผลักดันการใช้ปุ๋ยอินทรีย์/ชีวภาพ ร่วมกับปุ๋ยเคมี เพื่อปรับปรุงโครงสร้างดินไปพร้อมกับการให้ธาตุอาหารหลัก ช่วยให้ดินไม่เสื่อมโทรมในระยะยาว

“รพีภัทร์” เปิดสูตรลับดิน-ปุ๋ย พลิกเกษตรกรสู่กำไรพุ่งทั่วประเทศ

การประยุกต์ใช้ในพืชเศรษฐกิจหลัก สำหรับพืชเศรษฐกิจ

  • ข้าว เน้นปุ๋ยไนโตรเจนที่ปลดปล่อยช้า (Slow-release) เพื่อลดการสูญเสียจากการระเหยและการชะล้างในนาข้าว และการใช้ปุ๋ยตามระยะการเจริญเติบโต (เช่น ระยะแตกกอ และระยะกำเนิดช่อดอก)
  • มันสำปะหลัง เน้นการเสริม โพแทสเซียม (K) เพื่อการสะสมแป้งและเพิ่มน้ำหนักหัว โดยพัฒนาเป็นปุ๋ยที่เหมาะกับดินทรายในภาคอีสานซึ่งมักขาดธาตุอาหารหลัก
  • ยางพารา พัฒนาปุ๋ยที่ช่วยเรื่องความแข็งแรงของเปลือกยางและระบบท่อน้ำยาง รวมถึงการเติมธาตุอาหารรอง เช่น แมกนีเซียมและกำมะถัน เพื่อความยั่งยืนของอายุต้นยาง

อย่างไรก็ดีในฐานะสมาคมฯ นายกสมาคมดินและปุ๋ย แนะนำสำหรับเกษตรกร คัมภีร์เพิ่มกำไร  "หลัก 4 ถูก" เพื่อความยั่งยืนของพี่น้องเกษตรกร: ถูกสูตร (ตรวจดินก่อนใส่): อย่าใส่ปุ๋ยตามความเคยชินหรือตามเพื่อนบ้าน แนะนำให้ส่งตัวอย่างดินตรวจที่กรมวิชาการเกษตร หรือใช้ชุดตรวจดิน (Soil Test Kit) เพื่อให้รู้ว่าดินเรา "ขาดอะไร" และ "เหลืออะไร"

“รพีภัทร์” เปิดสูตรลับดิน-ปุ๋ย พลิกเกษตรกรสู่กำไรพุ่งทั่วประเทศ

"ดึงเทคโนโลยี AI  มาใช้ อาทิ  Digital Soil Mapping หรือ แผนที่ดินดิจิทัลที่ละเอียดระดับแปลงทั่วประเทศ ทำให้สมาคมฯ และภาครัฐสามารถแนะนำสูตรปุ๋ยที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละพื้นที่ได้ , Smart Application: การใช้โดรนพ่นปุ๋ยน้ำและปุ๋ยนาโน (Nano-fertilizers) จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ ซึ่งช่วยให้พืชดูดซึมธาตุอาหารได้เกือบ 100% ลดการสูญเสียจากการชะล้าง และ Circular Economy: โรงงานผลิตปุ๋ยจะเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดและนำกากของเสียจากอุตสาหกรรมอาหาร/น้ำตาลมาหมุนเวียนเป็นธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริม"

อย่างไรก็ดีใน 5-10 ปีข้างหน้า "ปุ๋ยเคมีจะยังจำเป็น แต่ต้องใช้อย่างฉลาดขึ้น" โดยต้องทำงานร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์และเทคโนโลยีชีวภาพ ประเทศไทยจะก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน "การจัดการธาตุอาหารพืชอย่างยั่งยืน" ในภูมิภาคอาเซียน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดอาหารโลก