
ม็อบโคนมถอย หลังบิ๊ก อ.ส.ค. ประกาศรับซื้อน้ำนม 40 ตัน ทำปุ๋ยแทนเททิ้ง
เกษตรกรโคนมโล่งใจ หลัง “อ.ส.ค.” งัดมาตรการฉุกเฉิน รับซื้อน้ำนมดิบ 40 ตัน นำไปผลิตปุ๋ยในราคากลาง 21.25 บาทต่อกิโลกรัม แทนการปล่อยทิ้ง ขณะ ผอ. เผยกล่องนมยูเอชที ไม่ขาดตลาด สาเหตุชะลอพิจารณาให้รอบคอบ เสี่ยงผิดกฎหมาย
KEY
POINTS
- กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมยุติการประท้วง หลัง อ.ส.ค. ยอมรับผิดชอบน้ำนมดิบส่วนเกินวันละ 40 ตันที่ไม่สามารถรับซื้อได้
- อ.ส.ค. แก้ปัญหาโดยรับซื้อน้ำนมดิบส่วนเกินในราคากลาง 21.25 บาทต่อ กก. และให้สหกรณ์นำกลับไปทำปุ๋ยแทนการเททิ้ง
- สาเหตุของปัญหาน้ำนมล้นระบบเกิดจาก อ.ส.ค. ขาดสภาพคล่องและขาดแคลนกล่องบรรจุภัณฑ์ ทำให้ไม่สามารถรับซื้อได้ตามสัญญา
จากมติที่ประชุมคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม (มิลค์บอร์ด) เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 มีมติให้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) รับซื้อน้ำนมดิบจากภาคสหกรณ์วันละ 165 ตัน แม้ อ.ส.ค. จะประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง มีหนี้ค้างชำระเกษตรกรราว 1,000 ล้านบาท และหนี้เจ้าหนี้การค้าอีกกว่า 2,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ อ.ส.ค. ไม่สามารถดำเนินการตามสัญญารับซื้อได้ครบถ้วน ส่งผลให้น้ำนมดิบตกค้างในระบบกว่า 40 ตันต่อวัน จนเกษตรกรและสหกรณ์ต้องออกมาประท้วงเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม และมีการออกมาเทน้ำนมดิบ จนมาสู่บนโต๊ะการเจรจาวันนี้ (7 ม.ค. 2568) มีข้อสรุปที่มีนัยสำคัญอย่างน่าสนใจ
นายธีระชัย เกรียงไกรเวคิน ประธานกรรมการชุมนุมสหกรณ์นมไทย-เดนมาร์ค จำกัด เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงผลการประชุมในวันนี้ว่า ทางผู้บริหาร อ.ส.ค. ได้แสดงความรับผิดชอบในน้ำนมดิบ 40 ตัน ที่ไม่สามารถนำเข้าไปป้อนโรงงานได้ โดยจะรับซื้อในราคากลางที่ 21.25 บาทต่อกิโลกรัม โดยให้สหกรณ์นำน้ำนมดิบกลับไปผลิตปุ๋ย และในขณะเดียวก็จะรีบจัดหากล่องผลิตนมวัวแดง ขนาด 200 ซีซี ที่ขาดตลาด ซึ่งจะรีบจัดซื้อ เพื่อให้เข้าสู่ไลน์ผลิตปกติให้เร็วที่สุด
“เราก็เข้าใจสถานการณ์จึงนำน้ำนมดิบที่เหลือจากการที่จะตั้งใจเททิ้ง ก็นำกลับไปแจกจ่ายให้เกษตรกรเพื่อนำไปผลิตเป็นปุ๋ยตามวัตถุประสงค์ที่ ผอ.สั่งการในที่ประชุมแล้ว ซึ่งจะดำเนินการให้เร็วที่สุด"
ด้านนางสาววัชรี วรรณศรี ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) เปิดเผยว่า ในที่ประชุมการเจรจากระหว่างกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ มีการพูดถึงแนวทางให้นำ “น้ำนมดิบส่วนเกิน” ไปใช้ผลิตปุ๋ย เพื่อสะท้อนสถานการณ์เร่งด่วน และให้ความสำคัญกับเกษตรกรในการแก้ปัญหา โดยวัตถุประสงค์หลักคือการระบายสต็อกน้ำนมที่ค้างสะสมมาหลายวัน
"น้ำนม" ดังกล่าวยังไม่ถึงขั้นเน่าเสีย แต่คุณภาพลดลง เนื่องจากค้างมาตั้งแต่ช่วงวันหยุดปีใหม่ที่โรงงานหยุดดำเนินการ ทำให้มีน้ำนมตกค้าง แต่เพื่อไม่ให้กลับมามีปัญหากลับนมในระบบที่มีคุณภาพสูง
อย่างไรก็ตาม กลุ่มสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมพอใจกับแนวทางแก้ปัญหาที่ อ.ส.ค. ดำเนินการในครั้งนี้
ขณะที่ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ อ.ส.ค. ออกแถลงการณ์ด่วน ลงวันที่ 7 มกราคม 2569 ระบุ ขอคัดค้านคำให้สัมภาษณ์ผู้อำนวยการ อ.ส.ค. ที่ระบุว่า “อาจยุบองค์กร” จากปัญหาบริหารงาน ชี้เป็นการทำลายขวัญกำลังใจพนักงานและเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม พร้อมย้ำ อ.ส.ค. เป็นองค์กรพระราชดำริมีมากว่า 64 ปี เคยสร้างรายได้เกือบ 1,000 ล้านบาทต่อเดือน เรียกร้องผู้บริหารแสดงภาวะผู้นำ รับผิดชอบนโยบายที่ผิดพลาด และหยุดสื่อสารที่สร้างความตื่นตระหนกต่อระบบโคนมของประเทศ

