

KEY
POINTS
11 กุมภาพันธ์ 2569 แหล่งข่าวจากคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการผลิต เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” วันนี้ ว่า ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการฯ ครั้งที่ 1/2569
ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบเพิ่มวงเงินโครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีและส่งเสริมการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ ปีการผลิต 2568/69 สำหรับเกษตรกรที่ตกค้าง 233,729 ครัวเรือน วงเงินรวม 1,792.061 ล้านบาท
โดยให้ใช้เงินทุนของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำรองจ่ายไปก่อน พร้อมมอบหมายให้ ธ.ก.ส. และกรมส่งเสริมการเกษตร จัดทำรายละเอียดโครงการและงบประมาณตามมาตรา 27 และมาตรา 28 เสนอให้กรมการข้าว โดยอาจรวมดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ ธ.ก.ส. ด้วย
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตร กรมการข้าว และ ธ.ก.ส. ตรวจสอบความชัดเจนของเป้าหมายและงบประมาณโครงการของรัฐบาลในอนาคต รวมทั้งให้คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องทบทวนและปรับปรุงหลักเกณฑ์และกระบวนการขึ้นทะเบียนเกษตรกร ก่อนเสนอให้คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) พิจารณาเห็นชอบโดยเร็ว เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป
ทั้งนี้สาเหตุต้องขอวงเงินเพิ่มติม ดังนี้
1.เกษตรกรยังเพาะปลูกข้าวนาปี แจ้งขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนฯ อยู่ตลอดตามเงื่อนไขขึ้นและปรับปรุงการขึ้นทะเบียน
2.ข้อมูลสถิติเนื้อที่เพาะปลูกข้าวนาปีของขึ้นทะเบียนฯ และผลพยากรณ์ๆข้าวนาปี สศก. และกรมส่งเสริมการเกษตร สอดคล้องกัน
3.การวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลให้การคาดการณ์งบประมาณคลาดเคลื่อนไม่พอจ่ายให้กับเกษตรกร เกิดจากผลกระทบจากการปรับพฤติกรรมของเกษตรกรโครงการฯ ปีการผลิต 2568/69 อนุมัติโครงการเร็วกว่าปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เกษตรกรมีความตื่นตัว และต้องการได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล
รวมถึงการเพาะปลูกข้าวนาปีให้ครบตามจำนวนไร่ที่โครงการกำหนดคือ 10 ไร่ มากขึ้น และการปรับกลยุทธ์โดยการ "แยกครัวเรือน" เพื่อขึ้นทะเบียนเกษตรกรกร หรือการแตกทะเบียนบ้านใหม่ ส่งผลให้จำนวนครัวเรือนสิทธิ์เพิ่มสูงขึ้นจากประมาณการเดิม