
KEY
POINTS
จากกรณีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2569 อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงฯ เพื่อเปิดเสรีการนำเข้าสุราแช่ประเภทไวน์และสปาร์กลิ้งไวน์ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นตัวแทนขายสุราที่จะนำเข้ามาในราชอาณาจักรแต่เพียงผู้เดียว (Sole Agent) เพื่อลดการผูกขาด
โดยการนำร่องในไวน์และสปาร์กลิ้งไวน์ เนื่องจากสามารถตรวจสอบราคาเบื้องต้นเทียบกับราคาของแหล่งผลิตได้จากราคาอ้างอิงในระบบฐานข้อมูลของกรมสรรพสามิต และสามารถตรวจสอบราคาขายปลีกจริงได้
หากในอนาคตระบบตรวจสอบข้อมูลฯ สำหรับสุราชนิดอื่นๆมีความพร้อม อธิบดีกรมสรรพสามิตก็สามารถออกประกาศให้มีการนำเข้าเสรีได้ในลักษณะเดียวกันกับไวน์และสปาร์กลิ้งไวน์ โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงฯ
นายสมบูรณ์ แก้วเกรียงไกร เลขาธิการสมาพันธ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “ฐานทอล์ค” ช่องเนชั่นทีวี22 เปิดเผยถึงความกังวลเกี่ยวกับร่างกฎกระทรวงฯดังกล่าว โดยระบุว่า แม้ในเบื้องต้นข้อกำหนดนี้จะเน้นไปที่ไวน์และสปาร์กลิ้งไวน์ แต่ในอนาคตหากมีการเปิดเสรีนำเข้าสุราชนิดอื่นๆ นอกเหนือจากไวน์และสปาร์กลิ้งไวน์ จะส่งผลกระทบต่อกลุ่มสุราชุมชนอย่างรุนแรง
โดยเฉพาะสุราสี ที่รัฐบาลเพิ่งเตรียมจะอนุญาตให้คนไทยผลิตได้ ซึ่งหากมีสุราต่างประเทศทะลักเข้ามาในช่วงที่ผู้ผลิตไทยกำลังเริ่มต้น อาจทำให้ธุรกิจเหล่านี้ "แท้งตั้งแต่ในครรภ์" หรือไม่ได้เกิดเลย ปัจจุบันผู้ผลิตในระดับชุมชนกว่า 80% อยู่ในหมวดสุรากลั่น ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการการปกป้องเพื่อให้สามารถอยู่รอดได้ในอุตสาหกรรม
ภัยคุกคามจากสุราจีน
สิ่งที่ทางสมาพันธ์ฯ กังวลเป็นพิเศษคือการเข้ามาของสุราขาวจาก ประเทศจีน เนื่องจากจีนมีประวัติศาสตร์การทำสุรามานานนับพันปี และมีโรงงานผลิตจำนวนมหาศาลเป็นหมื่นราย ทำให้มีต้นทุนการผลิตที่ต่ำมากจากกำลังการผลิตจำนวนมาก (Economy of Scale)
นายสมบูรณ์เล่าว่า เมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา สมาคมสุราจีนได้เข้ามาจัดงาน Grand Opening เปิดตลาดในกรุงเทพฯ เพื่อเตรียมนำเข้าทั้งสุราสีและสุราขาว ซึ่งจากการไปสัมผัสด้วยตนเองพบว่าสุราจีนมีคุณภาพดีและมีรสชาติที่คนไทยสามารถยอมรับได้ แม้ในช่วงแรกอาจจะไม่คุ้นเคย โดยแบรนด์ใหญ่อย่าง "อู่เหลียงเย่" (Wuliangye) ก็มีการนำเข้ามาทำตลาด ซึ่งมีระดับราคากว้างตั้งแต่อย่างดีไปจนถึงราคาเพียง 100 กว่าบาท
นอกจากประเด็นเรื่องราคาแล้ว นายสมบูรณ์ยังชี้ให้เห็นถึงความเสียเปรียบด้านกฎระเบียบ โดยเฉพาะขนาดบรรจุภัณฑ์ ซึ่งสุรานำเข้าสามารถจำหน่ายในขนาดเล็ก เช่น 200-250 ซีซี ได้ แต่สำหรับสุราไทยในระดับชุมชน มักจะมีข้อกำหนดขนาดบรรจุที่ 330 ซีซีขึ้นไป ซึ่งทำให้เกิดความแตกต่างในการแข่งขันอย่างเห็นได้ชัด
ทั้งนี้ นายสมบูรณ์ย้ำว่าแม้ปัจจุบันสัดส่วนผู้บริโภคสุราขาวในประเทศจะอยู่ที่ประมาณ 10% แต่ในอนาคตหากมีการเปิดให้นำเข้าโดยเสรีในสุราประเภทอื่นๆเพิ่มเติม สุราชุมชนไทยจะไม่สามารถไปรอดได้อย่างแน่นอน หากไม่มีการพิจารณามาตรการปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศหรือการปรับปรุงระเบียบให้มีความเท่าเทียมกัน