thansettakij
“สทนช." ลั่น! เดินหน้า 8 มาตรการสู้ภัยแล้ง ยืนยันน้ำพอใช้ รับศึกเอลนีโญเต็มพิกัด

“สทนช." ลั่น! เดินหน้า 8 มาตรการสู้ภัยแล้ง ยืนยันน้ำพอใช้ รับศึกเอลนีโญเต็มพิกัด

04 ก.พ. 2569 | 22:30 น.

เลขา สทนช. มั่นใจ บริหารจัดการน้ำ ลั่นปีนี้ “เอาอยู่” แม้เอลนีโญจ่อ เร่งรวมดาต้าน้ำทั้งประเทศ รับมือฝน–แล้งครบวงจร ป้องกันล่วงหน้า ลดเสี่ยงขาดน้ำ

KEY

POINTS

  • สทนช. ยืนยันปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำอยู่ในเกณฑ์ดีกว่าปีก่อน ทำให้มีน้ำเพียงพอสำหรับรับมือสถานการณ์ภัยแล้งและผลกระทบจากเอลนีโญ
  • เดินหน้าขับเคลื่อน 8 มาตรการรองรับฤดูแล้งปี 2568/2569 ตามมติคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ โดยเน้นแนวคิด “ป้องกันมากกว่าแก้ไข”
  • วางแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้งทั่วประเทศรวมกว่า 46,983 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับการอุปโภคบริโภค เกษตรกรรม อุตสาหกรรม และรักษาระบบนิเวศ
  • บูรณาการข้อมูลจากทุกหน่วยงานเพื่อสร้างฐานข้อมูลเดียว สำหรับใช้คาดการณ์และวางแผนบริหารจัดการน้ำให้มีความแม่นยำและครอบคลุมทุกภาคส่วน

นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากสถิติที่ผ่านมาประเทศไทยมีปริมาณฝนมาก ส่งผลให้น้ำในอ่างเก็บน้ำอยู่ในระดับสูง เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า พบว่ามีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นราว 4,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้สถานการณ์น้ำในฤดูแล้งปีนี้ไม่น่าเป็นห่วงนัก เนื่องจากหลายพื้นที่ยังมีปริมาณน้ำสูงกว่าค่าเฉลี่ย

อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ของหน่วยพยากรณ์อากาศระบุว่า สภาพอากาศจะอยู่ในภาวะเป็นกลางช่วงหนึ่ง ก่อนจะมีแนวโน้มเข้าสู่สภาวะเอลนีโญในระยะถัดไป

"ในการวางแผนบริหารจัดการน้ำ สทนช. ให้ความสำคัญกับการบูรณาการข้อมูลจากทุกหน่วยงานให้เป็นชุดเดียวกัน เนื่องจากปัจจุบันตัวเลขจากกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือสสน. อาจมีความคลาดเคลื่อนเล็กน้อย จึงจำเป็นต้องหารือร่วมกัน เพื่อจัดทำฐานข้อมูลเดียวสำหรับใช้คาดการณ์และกำหนดแผนการใช้น้ำให้ครอบคลุมทั้งฤดูฝนและฤดูแล้งถัดไป เพื่อป้องกันปัญหาขาดแคลนน้ำในภาคอุปโภคบริโภค อุตสาหกรรม และเกษตรกรรมอย่างรอบด้าน"

 

ในส่วนของฤดูแล้ง สทนช. เดินหน้าขับเคลื่อน 8 มาตรการตามที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติเห็นชอบ พร้อมเน้นแนวคิด “ป้องกันมากกว่าแก้ไข” ด้วยการเตรียมดึงน้ำจากแหล่งต่าง ๆ ไปช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยง อาทิ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา และพื้นที่พืชเศรษฐกิจในจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งขณะนี้ยังสามารถบริหารจัดการได้ดี เนื่องจากปริมาณฝนในปีก่อนอยู่ในระดับสูง

 

“สทนช." ลั่น! เดินหน้า 8 มาตรการสู้ภัยแล้ง ยืนยันน้ำพอใช้ รับศึกเอลนีโญเต็มพิกัด

ขณะเดียวกัน การคาดการณ์ปริมาณฝนในช่วง 6 เดือนข้างหน้าพบว่า เดือนพฤษภาคมและกรกฎาคมจะมีฝนสูงกว่าค่าเฉลี่ยเล็กน้อย แต่ประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังมากที่สุดคือ “พายุ” ซึ่งคาดการณ์ล่วงหน้าได้ยาก โดยกรมอุตุนิยมวิทยาประเมินว่าจะมีพายุเข้าสู่ประเทศไทยประมาณ 1–2 ลูก สทนช. จึงเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฝนตกต่อเนื่องในบางพื้นที่ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด

สำหรับมาตรการรองรับฤดูแล้ง ปี 2568/2569  ดังนี้

  • มาตรการที่ 1 คาดการณ์ชี้เป้าและแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ (ก่อนและตลอดฤดูแล้ง)
  • มาตรการที่ 2 สร้างความมั่นคงน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ (ก่อนและตลอดฤดูแล้ง)
  • มาตรการที่ 3 กำหนดแผนจัดสรรน้ำและพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้งบริหารจัดการน้ำให้เป็นไปตามลำดับความสำคัญการใช้น้ำที่คณะกรรมการลุ่มน้ำกำหนด (ก่อนและตลอดฤดูแล้ง)
  • มาตรการที่ 4 เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ประหยัดน้ำ และลดการสูญเสียน้ำในทุกภาคส่วน (ก่อนและตลอดฤดูแล้ง)
  • มาตรการที่ 5 เฝ้าระวังและแก้ไขคุณภาพน้ำ (ตลอดฤดูแล้ง)
  • มาตรการที่ 6 เสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการบริหารจัดการน้ำของชุมชน/องค์กรผู้ใช้น้ำ (ตลอดฤดูแล้ง)
  • มาตรการที่ 7 สร้างการรับรู้ ประชาสัมพันธ์ (ก่อนและตลอดฤดูแล้ง) สร้างการรับรู้ประชาสัมพันธ์ สถานการณ์การวางแผนบริหารจัดการน้ำ เละการควบคุมการใช้น้ำเพื่อให้เกิดความร่วมมือในการใช้น้ำอย่างประหยัดและเป็นไปตามแผนที่กำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพการจัดทำแผนประชาสัมพันธ์อย่างเป็นระบบ
  • มาตรการที่ 8 ติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน (ตลอดและหลังจากสิ้นสุดฤดูแล้ง)
  •  

“สทนช." ลั่น! เดินหน้า 8 มาตรการสู้ภัยแล้ง ยืนยันน้ำพอใช้ รับศึกเอลนีโญเต็มพิกัด

ขณะที่แผนการบริหารจัดการน้ำ ปี 2568/2569 มีแผนจัดสรรน้ำฤดูแล้ง ปี 2568/2569 ทั้งประเทศ ใน 4 กิจกรรมหลัก จำนวน 46,983 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยแบ่งเป็น ในเขตชลประทาน จำนวน 29,562 ล้านลูกบาศก์เมตร และนอกเขตชลประทาน จำนวน 17,421 ล้านลูกบาศก์เมตร แยกเป็นรายกิจกรรมการใช้น้ำได้ ดังนี้

  • 1.ด้านการอุปโภคบริโภค จำนวน 3,747 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 8% ของแผนจัดสรรน้ำ ฤดูแล้ง ปี 2568/2569 โดยแบ่งเป็นในเขตชลประทาน จำนวน 2,748 ล้านลูกบาศก์เมตร และนอกเขตชลประทาน จำนวน 999 ล้านลูกบาศก์เมตร
  • 2.ด้านการรักษาระบบนิเวศ จำนวน 16,756 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 36% ของแผนจัดสรรน้ำ ฤดูแล้ง ปี 2568/2569 โดยแบ่งเป็นในเขตชลประทาน จำนวน 8,089 ล้านลูกบาศก์เมตร และนอกเขตชลประทาน จำนวน 8,667 ล้านลูกบาศก์เมตร
  • 3.ด้านการเกษตรฤดูแล้ง จำนวน 24,538 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 52% ของแผนจัดสรรน้ำ ฤดูแล้ง ปี 2568/2569 โดยแบ่งเป็นในเขตชลประทาน จำนวน 18,247 ล้านลูกบาศก์เมตร และนอกเขตชลประทาน จำนวน 6,291 ล้านลูกบาศก์เมตร
  • 4.ด้านอุตสาหกรรม จำนวน 1,942 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 4% ของแผนจัดสรรน้ำ ฤดูแล้ง ปี 2568/2569 โดยแบ่งเป็นในเขตชลประทาน จำนวน 478 ล้านลูกบาศก์เมตร และนอกเขตชลประทาน จำนวน 1,464 ล้านลูกบาศก์เมตร