

KEY
POINTS
แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการโรงงานสกัดถั่วเหลือง เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569) กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้ออกประกาศ เรื่อง รายชื่อผู้มีสิทธิขอหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิชำระภาษีในโควตาตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรายใต้องค์การการการค้าโลก (WTO) สำหรับสินค้าถั่วเหลือง ปี 2569 ถึงปี 2571
ตามที่ระเบียบกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิชำระภาษีในโควตาตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) สำหรับสินค้าถั่วเหลือง ปี 2569 ถึงปี 2571 ( พ.ศ. 2569) กำหนดปริมาณถั่วเหลืองที่จะออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิชำระภาษีในโควตาตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) สำหรับปี 2569 ถึงปี 2571 ห้นำเข้าได้โดยไม่จำกัดปริมาณ
โดยให้ผู้มีสิทธิขอหนังสือรับรองเป็นไปตามรายชื่อที่คณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืชกำหนด และให้กรมการค้าค้าต่างประเทศออกประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิขอหนังสือรับรองให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ นั้น
บัดนี้ คณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำนั้นนั้นพืชได้มีมติโมการประชุม ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2568 กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิขอหนังสือรับรองแสตงการได้รับสิทธิชำระภาษีในโควดา ตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) สำหรับสินค้าถั่วเหลือง ปี 2569 ถึง ปี 2571 แล้ว
ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามความในข้อ 5 วรรคสอง ของระเบียบกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิชำระภาษีในโควตาตามพันธารณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) สำหรับสินค้าถั่วเหลือง ปี 2569 ถึงปี 2571 พ.ศ. 2569 อธิบดีกรมการค้าต่างประประเทศ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2571
ข้อ 2 ผู้มีสิทธิขอหนังสือรับรองสำหรับการนำเข้าสินค้าถั่วเหลือง สำหรับปี 2569 ถึงปี 2571 มีจำนวน 8 รายดังนี้
ทั้งนี้ให้ผู้มีสิทธิขอหนังสือรับรองตามข้อ 2 ยื่นคำร้องขอหนังสือรับรองโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบของกรมการค้าต่างประเทศ โดยหนังสือรับรองใช้แสดงต่อกรมศุลกากรเพื่อประกอบการนำเข้าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2571
ต่อกรณีดังกล่าวนี้ นายสืบวงษ์ สุขะมงคล นายกสมาคมส่งเสริมผู้ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ หนึ่งใน 8 บริษัท ที่ได้รับอนุญาตนำเข้าถั่วเหลือง เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ทาง สมาคมฯ ขอขอบคุณรัฐบาลที่ออกมาตรการช่วยเหลือฉุกเฉินเป็นกรณีพิเศษ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อเกษตรกรและภาคอุตสาหกรรมปศุสัตว์ในช่วงวิกฤต ตลอดช่วงที่ผ่านมา อุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทยเผชิญความท้าทายต่อเนื่อง ทั้งการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ปัญหาขบวนการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรผิดกฎหมาย ตลอดจนความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก รวมถึงอัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยนที่กดดันต้นทุนตลอดห่วงโซ่การผลิต
พร้อมกันนี้ ประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามมีมาตรการด้านภาษีที่สนับสนุนอุตสาหกรรมปศุสัตว์เพื่อการผลิตในประเทศและเพื่อการส่งออก โดยกำหนดภาษีนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์สำคัญ อาทิ เมล็ดถั่วเหลือง กากถั่วเหลือง กากข้าวโพด (DDGS) ข้าวสาลี และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในอัตรา 0% ครอบคลุมทุกแหล่งนำเข้าและไม่จำกัดปริมาณ อีกทั้งมีความได้เปรียบด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ท่าเรือน้ำลึก ทำให้การขนถ่ายมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ ขณะที่ไทยยังมีข้อจำกัดด้านการขนถ่ายจากเรือใหญ่ลงเรือบาร์จ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงและต้นทุนด้านโลจิสติกส์
"ปัจจุบันเวียดนามมีความคืบหน้าในอุตสาหกรรมปศุสัตว์อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม หากประเทศไทยปรับ “กระบวนทัศน์” และยกระดับความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะด้านต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ โลจิสติกส์ และประสิทธิภาพทั้งระบบ ไทยยังมีศักยภาพกลับสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ได้อีกครั้ง" นายสืบวงษ์ กล่าวย้ำในตอนท้าย