thansettakij
ด่วน! "กรมการค้าต่างประเทศ" ประกาศผู้ได้สิทธิ์ WTO นำเข้า “ถั่วเหลือง” ปี 2569

ด่วน! "กรมการค้าต่างประเทศ" ประกาศผู้ได้สิทธิ์ WTO นำเข้า “ถั่วเหลือง” ปี 2569

04 ก.พ. 2569 | 00:51 น.
อัปเดตล่าสุด :04 ก.พ. 2569 | 00:51 น.

ผู้นำเข้าถั่วเหลือง 8 รายเฮ "กรมการค้าต่างประเทศ" ประกาศผู้ได้สิทธิ์ WTO นำเข้า “ถั่วเหลือง” ปี 2569 เช็คด่วน มีสมาคมไหนบ้าง

KEY

POINTS

  • กรมการค้าต่างประเทศประกาศรายชื่อผู้มีสิทธินำเข้าถั่วเหลืองตามโควตา WTO สำหรับปี 2569-2571
  • มีผู้ได้รับสิทธิ์จำนวน 8 ราย ซึ่งเป็นสมาคมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมน้ำมันถั่วเหลือง อาหารสัตว์ และปศุสัตว์
  • การนำเข้าภายใต้สิทธิ์ดังกล่าวไม่จำกัดปริมาณ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2571
  • มาตรการนี้มีขึ้นเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบด้านต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์แก่เกษตรกรและภาคอุตสาหกรรมปศุสัตว์

แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการโรงงานสกัดถั่วเหลือง เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569) กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้ออกประกาศ เรื่อง รายชื่อผู้มีสิทธิขอหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิชำระภาษีในโควตาตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรายใต้องค์การการการค้าโลก (WTO) สำหรับสินค้าถั่วเหลือง ปี 2569 ถึงปี 2571

ตามที่ระเบียบกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิชำระภาษีในโควตาตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) สำหรับสินค้าถั่วเหลือง ปี 2569 ถึงปี 2571  ( พ.ศ. 2569)  กำหนดปริมาณถั่วเหลืองที่จะออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิชำระภาษีในโควตาตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) สำหรับปี 2569 ถึงปี 2571 ห้นำเข้าได้โดยไม่จำกัดปริมาณ  

โดยให้ผู้มีสิทธิขอหนังสือรับรองเป็นไปตามรายชื่อที่คณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืชกำหนด และให้กรมการค้าค้าต่างประเทศออกประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิขอหนังสือรับรองให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ นั้น

บัดนี้ คณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำนั้นนั้นพืชได้มีมติโมการประชุม ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 26  ธันวาคม พ.ศ. 2568 กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิขอหนังสือรับรองแสตงการได้รับสิทธิชำระภาษีในโควดา ตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) สำหรับสินค้าถั่วเหลือง ปี 2569 ถึง ปี 2571  แล้ว

ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามความในข้อ 5 วรรคสอง ของระเบียบกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิชำระภาษีในโควตาตามพันธารณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) สำหรับสินค้าถั่วเหลือง ปี 2569  ถึงปี 2571 พ.ศ. 2569 อธิบดีกรมการค้าต่างประประเทศ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1  มกราคม พ.ศ. 2569  จนถึงวันที่ 31  ธันวาคม พ.ศ. 2571

ข้อ 2 ผู้มีสิทธิขอหนังสือรับรองสำหรับการนำเข้าสินค้าถั่วเหลือง สำหรับปี 2569 ถึงปี 2571 มีจำนวน 8 รายดังนี้

  1. สมาคมผู้ผลิตน้ำมันถั่วเหลืองและรำข้าว
  2. สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย
  3. สมาคมส่งเสริมผู้ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์
  4. สมาคมปศุสัตว์ไทย
  5. สมาคมผู้ค้าสินค้าเกษตรกับประเทศเพื่อนบ้าน
  6. สมาคมการค้าสินค้าเกษตรกับประเทศเพื่อนบ้าน
  7. สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป
  8. สมาคมการค้าผู้ผลิตอาหารจากถั่วเหลืองไทย

ทั้งนี้ให้ผู้มีสิทธิขอหนังสือรับรองตามข้อ 2 ยื่นคำร้องขอหนังสือรับรองโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านระบบของกรมการค้าต่างประเทศ โดยหนังสือรับรองใช้แสดงต่อกรมศุลกากรเพื่อประกอบการนำเข้าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2571

 

 

ด่วน! "กรมการค้าต่างประเทศ" ประกาศผู้ได้สิทธิ์ WTO นำเข้า “ถั่วเหลือง” ปี 2569

ต่อกรณีดังกล่าวนี้ นายสืบวงษ์ สุขะมงคล นายกสมาคมส่งเสริมผู้ใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์  หนึ่งใน 8 บริษัท ที่ได้รับอนุญาตนำเข้าถั่วเหลือง เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ทาง สมาคมฯ ขอขอบคุณรัฐบาลที่ออกมาตรการช่วยเหลือฉุกเฉินเป็นกรณีพิเศษ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อเกษตรกรและภาคอุตสาหกรรมปศุสัตว์ในช่วงวิกฤต ตลอดช่วงที่ผ่านมา อุตสาหกรรมปศุสัตว์ไทยเผชิญความท้าทายต่อเนื่อง ทั้งการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ปัญหาขบวนการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรผิดกฎหมาย ตลอดจนความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก รวมถึงอัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยนที่กดดันต้นทุนตลอดห่วงโซ่การผลิต

พร้อมกันนี้ ประเทศคู่แข่งอย่างเวียดนามมีมาตรการด้านภาษีที่สนับสนุนอุตสาหกรรมปศุสัตว์เพื่อการผลิตในประเทศและเพื่อการส่งออก โดยกำหนดภาษีนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์สำคัญ อาทิ เมล็ดถั่วเหลือง กากถั่วเหลือง กากข้าวโพด (DDGS) ข้าวสาลี และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในอัตรา 0% ครอบคลุมทุกแหล่งนำเข้าและไม่จำกัดปริมาณ อีกทั้งมีความได้เปรียบด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ท่าเรือน้ำลึก ทำให้การขนถ่ายมีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำ ขณะที่ไทยยังมีข้อจำกัดด้านการขนถ่ายจากเรือใหญ่ลงเรือบาร์จ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงและต้นทุนด้านโลจิสติกส์

"ปัจจุบันเวียดนามมีความคืบหน้าในอุตสาหกรรมปศุสัตว์อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม หากประเทศไทยปรับ “กระบวนทัศน์” และยกระดับความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะด้านต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ โลจิสติกส์ และประสิทธิภาพทั้งระบบ ไทยยังมีศักยภาพกลับสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ได้อีกครั้ง" นายสืบวงษ์ กล่าวย้ำในตอนท้าย