

KEY
POINTS
27 มกราคม 2569 รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบและอนุมัติตามที่คณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2568 เสนอการเห็นชอบการเปิดตลาดและบริหารการนำเข้าสินค้ากากถั่วเหลือง ที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมผลิตเพื่อมนุษย์บริโภค และกากถั่วเหลืองที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ (ไม่รวมกากถั่วเหลืองที่นำเข้ามาเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์)
โดยเปิดตลาดและบริหารการนำเข้าคราวละ 3 ปี (ปี 2569-2571) ตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก World Trade Organization (WTO) ปริมาณ 230,559 ตัน อัตราภาษีในโควตา 10% นอกโควตา 133% และกรอบการค้าอื่น ๆ Free Trade Agreement (FTA)
รวมทั้งจากประเทศนอกความตกลง ให้เป็นไปตามข้อผูกพัน โดยความตกลง WTO กรณีภาษี ในโควตาให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571 และกรณีภาษีนอกโควตาให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง
ขณะเดียวกันยังเห็นชอบการเปิดตลาดและการบริหารการนำเข้าสินค้าเมล็ดถั่วเหลือง คราวละ 3 ปี (ปี 2569 - 2571) ตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้ WTO ไม่จำกัดปริมาณ อัตราภาษี 0% และกรอบการค้า FTA
รวมทั้งจากประเทศนอกความตกลงให้เป็นไปตามข้อผูกพัน โดยความตกลง WTO กรณีภาษีในโควตาให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571 และกรณีภาษีนอกโควตาให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง
อย่างไรก็ตามคณะกรรมการฯ ได้กำหนดแนวทางและมาตรการในการบริหาร การนำเข้าอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกษตรกรผู้ผลิตภายในประเทศได้รับผลกระทบ โดยที่ผ่านมา ผู้ประกอบการได้ให้ความร่วมมือกับภาครัฐปฏิบัติตามนโยบายด้วยดีเสมอมา
นอกจากนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สนับสนุนให้มีการดำเนินการโครงการที่เกี่ยวกับถั่วเหลืองในปี 2568 เช่น โครงการนำร่อง ศูนย์ต้นแบบการผลิตถั่วเหลืองตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากลและแฟร์เทรด ณ อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ โครงการวิจัยการพัฒนาพันธุ์ถั่วเหลืองให้มีความยาวของข้อแรกที่ติดฝักสูงจากพื้นดินเพิ่มมากขึ้น เป็นต้น
ทั้งนี้เพื่อสามารถใช้เครื่องจักรมาช่วยในการเก็บเกี่ยว ลดการใช้แรงงานนอกจากนี้กรมวิชาการเกษตรยังมีเป้าหมายผลิตเมล็ดพันธุ์ของปี 2568 และเพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนการปลูกเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองแทนพื้นที่นาปรัง โดยได้เมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองรวม 568.10 ตัน รองรับพื้นที่ 37,900 ไร่
ขณะที่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า เรื่องนี้เป็นการเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบการเปิดตลาดสินค้าเกษตรที่มีปริมาณในโควตา อัตราภาษีในและนอกโควตา แตกต่างจากที่กำหนดตามข้อผูกพันภายใต้ WTO ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2567
หากกรณีดังกล่าวก่อให้เกิดภาระต่องบประมาณหรือภาระทางการคลังในอนาคต หรือก่อให้เกิดการสูญเสียรายได้ของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 กรณีจะเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไปตามมาตรา 169 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและสมควรเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา
ต่อมาคณะกรรมการฯ ได้แจ้งยืนยันว่าการเปิดตลาดและการบริหารการนำเข้าสินค้ากากถั่วเหลืองและเมล็ดถั่วเหลืองตามที่คณะกรรมการฯ เสนอไม่เข้าข่ายตามมาตรา 169 (1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเนื่องจากไม่ก่อให้เกิดภาระต่องบประมาณหรือภาระทางการคลังในอนาคต หรือก่อให้เกิดการสูญเสียรายได้ของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐ ตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561
ทั้งนี้เพราะการเปิดตลาดนำเข้าสินค้าทั้ง 2 รายการเป็นการดำเนินการตามข้อกำหนด หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขเดิมที่รัฐบาลได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องอยู่แล้วตั้งแต่ปี 2539 ในกรณีของเมล็ดถั่วเหลือง และตั้งแต่ปี 2560 ในกรณีของสินค้ากากถั่วเหลือง