

KEY
POINTS
ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าชิคาโก (Chicago Board of Trade : CBOT) รายงานภาพรวมตลาดประจำวันที่ 28 มกราคม 2569 ระบุว่า สภาพอากาศในเขตมิดเวสต์ของสหรัฐยังคงเผชิญฝนและหิมะตกต่อเนื่อง ขณะที่การกู้ภัยจากพายุฤดูหนาว "เฟิร์น" (Fern) ซึ่งส่งผลกระทบมากกว่า 21 รัฐในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังอยู่ระหว่างดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน พยากรณ์อากาศล่วงหน้าชี้ว่า พื้นที่ลุ่มแม่น้ำมิสซิสซิปปีจะเผชิญอุณหภูมิต่ำกว่าค่าเฉลี่ยต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้ตลาดจับตาความเสี่ยงต่อภาคการผลิตและการขนส่งสินค้าเกษตรอย่างใกล้ชิด
ด้านนโยบายพลังงาน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวสุนทรพจน์ที่รัฐไอโอวา ยืนยันสนับสนุนการใช้น้ำมันเบนซินผสมเอทานอล E15 ช่วยลดสต็อก พร้อมผลักดันการผลิตไบโอดีเซลจากน้ำมันถั่วเหลือง ซึ่งหนุนมุมมองเชิงบวกต่อพืชพลังงาน
นอกจากนี้ ตลาดยังรอการประกาศรายงานตัวเลขการส่งออกของกระทรวงเกษตรสหรัฐ (USDA) ในวันที่ 29 มกราคม ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นข้อมูลสิ้นสุด ณ วันที่ 23 มกราคม 2569 โดยนักลงทุนคาดว่าปัจจัยดังกล่าวจะมีผลต่อทิศทางราคาข้าวโพดและสินค้าเกษตรหลักในระยะสั้นอย่างมีนัยสำคัญ ดังนี้
“ข้าวโพด” สัญญาพลิกขยับขึ้นปิดบวก +0.82%6 ด้วยแรงชื้อทางเทศนิดหลังจากราคาข้าวสาลีดีดตัวขึ้นกว่า 2.4496 ขานรับสุนทรพจน์ของทรัมป์ที่จะสนับสนุนร่างกฎหมายให้ใช้น้ำมันเบนซินเกรด E15 ที่ใช้เอทานอลผสมเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่เป็นน้ำมันเบนซิน E10 ซึ่งนาง บรูค โรลลินส์ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรสหรัฐ ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในกรณีนี้จะต้องใช้ข้าวโพดเพิ่มขึ้นถึง 2 พันล้านบุชเชล คิดเป็น 50.8 ล้านตัน ในการผลิตเอทานอลไปผสมน้ำมันเบนซิลจาก E10 เป็น E15 ซึ่งช่วยลดปริมาณสต็อกคงเหลือของข้าวโพดสิ้นฤดูและจะทำให้ราคาข้าวโพดมีเสถียรภาพขึ้น
วันนี้มีรายงานการผลิตเอทานอล งวดสิ้นสุด ณ วันที่ 23 มกราคม เฉลี่ยผลิตอยู่ที่วันละ 1.114 ล้าน บาร์เรล/วัน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนน้าที่ผลิตได้ 1.19 ล้านบาร์เรล/วัน แต่ก็ยังเป็นปริมาณผลิตที่สูงมากเช่นกัน (ปริมาณผลิตสูงสุด 1.196 ล้านบาร์เรล/วัน ในสัปดาห์สิ้นสุด วันที่ 9 มกราคม ที่ผ่านมา)
“ถั่วเหลือง” สัญญาล่วงหน้าปรับตัวขึ้นกว่า +0.75 จากแรงซื้อทางเทคนิคและแรงหนุนของสัญญาส่งมอบล่วงหน้า ส่งผลให้ราคาพุ่งแรงสุดในรอบปี หลังนโยบายทรัมป์เตรียมเสนอร่างกฎหมายเพิ่มการใช้น้ำมันชีวภาพที่ผสมน้ำมันถั่วเหลืองในดีเซล เพื่อลดปริมาณสต็อก ท่ามกลางภาวะผลผลิตสหรัฐที่เพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรสหรัฐรายงานว่า จีนซื้อถั่วเหลืองแล้วรวม 346 ล้านบุชเชล ในปีการค้า 2024/25 ส่วนสำนักข่าวรอยเตอร์อ้างข้อมูลศุลกากรว่า ปี 2025 จีนนำเข้าถั่วเหลืองสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 4.11 พันล้านบุชเชล (111.83 ล้านตัน) เพิ่มขึ้น 6.5% จากปีก่อน โดยนำเข้าจากบราซิลราว 75% และจากสหรัฐเพียง 15%
ส่วนราคาข้าวสาลีในตลาดล่วงหน้าปรับตัวพุ่งขึ้น 2.44% ได้แรงหนุนสำคัญจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ข้าวสาลีสหรัฐมีความสามารถแข่งขันด้านราคามากขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศผู้ส่งออกรายอื่น อย่างไรก็ตาม บรรยากาศตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากความกังวลต่ออุปสงค์นำเข้าของหลายประเทศที่ชะลอตัว ขณะที่อุปทานข้าวสาลีโลกยังอยู่ในระดับล้นตลาด
ขณะเดียวกัน พายุฤดูหนาวที่เกิดขึ้นช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา อาจสร้างความเสียหายต่อแปลงปลูกข้าวสาลีฤดูหนาวในสหรัฐบางส่วน เพิ่มปัจจัยหนุนต่อทิศทางราคาในระยะสั้น ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกานับเป็นผู้ส่งออกข้าวสาลีรายใหญ่อันดับ 5 ของโลก รองจากรัสเซีย สหภาพยุโรป แคนาดา และออสเตรเลีย ตามลำดับ
ขณะที่ไทยผลผวงจากมติคณะรัฐมนตรี(ครม.)ล่าสุด ที่อนุมัติให้ถั่วเหลือง สามารถนำเข้าได้ 3 ปี ทำให้ราคาถั่วเหลืองในประเทศปรับลงอย่างต่อเนื่อง เหลือ 14 บาทต่อกิโลกรัม จากที่เคยราคาสูงสุด 17 บาทต่อกิโลกรัม ช่วงที่ไม่อนุมัติให้นำเข้า