สวนปาล์มเฮ! รับอานิสงส์ ถั่วเหลืองนำเข้าสะดุด ดันราคาปาล์มพุ่ง หวั่นกระทบส่งออก

22 ม.ค. 2569 | 06:17 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ม.ค. 2569 | 06:17 น.

ชาวสวนปาล์มเฮ ! ถั่วเหลืองนำเข้าสะดุด ดันราคาพุ่ง กังวลกระทบส่งออก กระบี่โชว์โมเดลตัดเปอร์เซ็นต์ปาล์มที่ 20% ดันปาล์มพุ่ง 7.10 บาท/กก. กรมการค้าภายในลุยตรวจสต็อก สกัดกักตุน

KEY

POINTS

  • การนำเข้าถั่วเหลืองที่ประสบปัญหา ช่วยหนุนให้ราคาปาล์มน้ำมันในประเทศปรับตัวสูงขึ้นซึ่งเป็นผลดีต่อเกษตรกร
  • แม้ราคาจะสูงขึ้น แต่ยังมีความกังวลเรื่องผลผลิตน้ำมันปาล์มส่วนเกินที่ต้องพึ่งพาการส่งออก เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าล้นตลาด
  • มีการผลักดันให้เกษตรกรพัฒนาคุณภาพผลผลิต โดยตัดปาล์มที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำมันสูง (ไม่ต่ำกว่า 20%) เพื่อให้ขายได้ราคาดีขึ้น

นายพันศักดิ์ จิตรรัตน์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดกระบี่ และกรรมการในคณะอนุกรรมการบริหารจัดการสมดุลน้ำมันปาล์ม เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากที่ถั่วเหลืองไม่สามารถนำเข้าได้ในช่วงนี้ ถือเป็นผลดีต่อเกษตรกร เพราะช่วยหนุนราคาปาล์มน้ำมันให้ปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือประเทศไทยต้องสามารถส่งออกน้ำมันปาล์มได้ด้วย มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาผลผลิตล้นตลาด

"ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันประมาณ 6.3 ล้านไร่ คิดเป็นผลผลิตน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ราว 250,000 ตันต่อเดือน โดยใช้ในประเทศประมาณ 120,000 ตัน และใช้ด้านพลังงานอีก 40,000–50,000 ตัน ส่งผลให้ยังมีส่วนเกินประมาณ 60,000 ตันต่อเดือน หากไม่สามารถส่งออกได้ ปริมาณส่วนเกินก็จะสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และอาจส่งผลด้านราคา"

ทั้งนี้หากราคาปาล์มปรับตัวสูงขึ้นจนสามารถแข่งขันในตลาดส่งออกได้ จะยิ่งเป็นผลดีต่อระบบ โดยเฉพาะในช่วงที่ถั่วเหลืองยังไม่สามารถนำเข้าได้ จะช่วยพยุงราคาปาล์มให้ดีต่อเนื่องมากขึ้น อย่างไรก็ดีน้ำมันปาล์มขวด 1 ลิตรเมื่อเทียบกับราคาปาล์มในช่วงนี้ควรไม่เกิน 58 บาท

สวนปาล์มเฮ! รับอานิสงส์  ถั่วเหลืองนำเข้าสะดุด ดันราคาปาล์มพุ่ง หวั่นกระทบส่งออก

นายพันศักดิ์ กล่าวว่า ต่อไปเกษตรกรชาวสวนปาล์มจะต้องตัดปาล์มที่ได้คุณภาพ เพื่อให้โรงงานสามารถสกัดน้ำมันได้ในอัตราที่สูงขึ้น ขณะนี้จังหวัดกระบี่อยู่ระหว่างหารือแนวทางการรับซื้อปาล์มน้ำมันที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำมันไม่น้อยกว่า 20% โดยจะร่วมมือกับโรงงานอย่างจริงจัง คาดว่าจะได้ข้อสรุปในวันที่ 27 มกราคมนี้ 

ปัจจุบันปาล์มน้ำมันที่มีเปอร์เซ็นต์น้ำมัน 20% มีราคารับซื้อเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 7.10 บาท และหากมีการกำหนดเป็นมาตรฐานบังคับ จะช่วยให้โรงงานได้วัตถุดิบคุณภาพดี ขณะเดียวกันเกษตรกรก็จะได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมตามคุณภาพผลผลิต

ขณะที่แหล่งข่าววงการถั่วเหลือง ระบุว่า จากสถานการณ์โรงงานไม่สามารถนำเข้าถั่วเหลืองได้ เนื่องจากรัฐบาลรักษาการไม่มีอำนาจอนุมัตินำเข้าหลังประกาศเดิมหมดอายุ กระทรวงพาณิชย์มีความกังวลว่าจะเกิดการกักตุนสินค้า จนทำให้ราคาถั่วเหลืองทั้งระบบปรับตัวสูงขึ้น จึงได้สั่งการให้กรมการค้าภายในและพาณิชย์จังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกน้ำมันถั่วเหลือง โรงงานสกัด โรงกลั่น คลังสินค้า รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อป้องกันผลกระทบเป็นวงกว้างต่อผู้บริโภคประชาชน