thansettakij
อธิบดีกรมวิชาการเกษตร บุกระยอง ดัน “4 ไม่” คุมผลไม้ภาคตะวันออก ลุยตลาดแสนล้าน

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร บุกระยอง ดัน “4 ไม่” คุมผลไม้ภาคตะวันออก ลุยตลาดแสนล้าน

29 ม.ค. 2569 | 06:47 น.
อัปเดตล่าสุด :29 ม.ค. 2569 | 06:55 น.

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ลงพื้นที่จังหวัดระยอง ผนึกกำลังทุกภาคส่วน ย้ำ “ มาตรการ 4 ไม่” คุมคุณภาพผลไม้ตะวันออก ปี 2569 เข้มตรวจสอบย้อนกลับ มุ่งเป้า ขยาย ตลาดผลไม้คุณภาพ แสนล้านต่อเนื่อง

KEY

POINTS

  • กรมวิชาการเกษตรผลักดันมาตรการ “4 ไม่” ได้แก่ ไม่อ่อน ไม่หนอน ไม่สวมสิทธิ์ และไม่มีสารตกค้าง เพื่อควบคุมคุณภาพผลไม้ส่งออกภาคตะวันออก
  • มีเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานและรักษาตลาดส่งออกไป

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นประธานในการประชุมหารือเตรียมความพร้อมการบริหารจัดการและการส่งออกผลไม้ภาคตะวันออก ฤดูกาลผลิตปี 2569  เพื่อกำหนดแนวทางควบคุมคุณภาพผลไม้เชิงระบบ ครอบคลุมตั้งแต่แหล่งผลิต โรงคัดบรรจุ จนถึงกระบวนการส่งออกตลอดห่วงโซ่การผลิต เพื่อเตรียมความพร้อม การส่งออกผลไม้ภาคตะวันออก ฤดูกาลผลิตปี 2569  เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนยึด มาตรการ “4 ไม่” เป็นหลัก ได้แก่ ไม่อ่อน ไม่หนอน ไม่สวมสิทธิ์ และไม่มีสี/ไม่มีสาร ควบคู่กับการดำเนินการให้ สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้จริงในทุกขั้นตอน เพื่อป้องกันปัญหาคุณภาพและลดความเสี่ยงการตีกลับสินค้าจากประเทศคู่ค้า

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ระบุว่า การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งยกระดับสินค้าเกษตรส่งออกของไทยให้มีมาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัยในระดับสากล โดยเฉพาะตลาดสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกผลไม้สดที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย

การประชุมครั้งนี้ เป็นเวทีบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้แทนสมาคมที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่การผลิตและการส่งออกผลไม้ โดยมีหน่วยงานหลักเข้าร่วม ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับสมาคมและเครือข่ายผู้มีส่วนได้เสีย อาทิ สมาคมทุเรียนไทย สมาคมผู้ผลิตทุเรียนไทย สมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออก สมาคมมังคุดไทย สมาคมชาวสวนลำไยจังหวัดจันทบุรี สมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียนและมังคุด สมาคมการค้าผลไม้ยุคใหม่ สมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร บุกระยอง ดัน “4 ไม่” คุมผลไม้ภาคตะวันออก ลุยตลาดแสนล้าน

สมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดนไทย–กัมพูชา สมาคมผู้ค้าและส่งออกลำไยภาคตะวันออก สมาคมการค้าธุรกิจเกษตรไทย–จีน สมาคมนำเข้า–ส่งออกสินค้าเกษตรไทย–จีน รวมถึงผู้แทนผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุทุเรียนและลำไยในพื้นที่ภาคตะวันออก นอกจากนี้ ยังมีอัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายเกษตรประจำกรุงปักกิ่ง และกงสุลฝ่ายเกษตรประจำสถานกงสุลใหญ่ ณ นครกว่างโจว เข้าร่วมประชุมผ่านระบบประชุมทางไกล เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ข้อกำหนด และแนวทางการกำกับดูแลการผลิตและการส่งออกผลไม้ไทยไปยังประเทศจีนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ก่อนเข้าสู่ฤดูกาลผลิตและส่งออกอย่างเป็นทางการ

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร บุกระยอง ดัน “4 ไม่” คุมผลไม้ภาคตะวันออก ลุยตลาดแสนล้าน

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ภาคตะวันออกประกอบด้วยจังหวัดจันทบุรี ระยอง และตราด เป็นแหล่งผลิตไม้ผลเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ได้แก่ ทุเรียน มังคุด และลำไย รวมพื้นที่ปลูกกว่า 1.1 ล้านไร่ คาดการณ์ผลผลิตฤดูกาลผลิตปี 2569 ประมาณ 1.5 ล้านตัน สร้างรายได้จากการส่งออกมากกว่า 150,000 ล้านบาท โดยกว่าร้อยละ 80 ส่งออกไปยังตลาดจีน

อย่างไรก็ตาม บทเรียนจากฤดูกาลที่ผ่านมา โดยเฉพาะกรณีการแจ้งเตือนและการตีกลับลำไยจากบางโรงคัดบรรจุ เนื่องจากการตรวจพบศัตรูพืชและสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างเกินค่ามาตรฐาน สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า หากขาดการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มข้นตั้งแต่ต้นทาง จะส่งผลกระทบต่อระบบการส่งออกของประเทศในภาพรวม

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร บุกระยอง ดัน “4 ไม่” คุมผลไม้ภาคตะวันออก ลุยตลาดแสนล้าน

กรมวิชาการเกษตรจึงได้ยกระดับมาตรการกำกับดูแลผลไม้ส่งออกอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะลำไยและทุเรียน ภายใต้หลัก “4 ไม่” ได้แก่

  • ไม่อ่อน เก็บเกี่ยวตามอายุที่เหมาะสม
  • ไม่หนอน ต้องไม่พบศัตรูพืช โดยเฉพาะหนอนเจาะผลทุเรียน
  • ไม่สวมสิทธิ์ ห้ามนำผลไม้จากพื้นที่อื่นหรือจากต่างประเทศมาปะปน ใช้สิทธิ์ GAP/DOA โดยมิชอบ
  • ไม่มีสี / ไม่มีสาร ห้ามใช้สารแต่งสี และต้องไม่พบสารเคมีตกค้างเกินค่ามาตรฐาน

พร้อมทั้งกำชับว่า ทุกกระบวนการต้องสามารถ ตรวจสอบย้อนกลับได้จริง ตั้งแต่แปลงเกษตรกร โรงคัดบรรจุ การตรวจคุณภาพ การออกใบรับรอง ไปจนถึงการส่งออก หากไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ จะถือเป็นความเสี่ยงต่อทั้งระบบการส่งออก

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร บุกระยอง ดัน “4 ไม่” คุมผลไม้ภาคตะวันออก ลุยตลาดแสนล้าน

ทั้งนี้ กรมวิชาการเกษตรได้บังคับใช้ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนโรงงานผลิตสินค้าพืช (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2567 อย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการตรวจคุณภาพทุเรียนตามมาตรฐานการตรวจรับทุเรียน (มกษ. 9070–2566) เพื่อป้องกันทุเรียนอ่อน และติดตามการแจ้งเตือนจากประเทศจีนเป็นรายกรณี (Notification) โดยเชื่อมโยงข้อมูลกลับไปยังแหล่งผลิตและโรงคัดบรรจุ เพื่อแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดและไม่ให้เกิดซ้ำ หากตรวจพบการฝ่าฝืน จะมีมาตรการตั้งแต่การสั่งแก้ไข ระงับการส่งออก เพิกถอนการขึ้นทะเบียนโรงคัดบรรจุ ไปจนถึงการยึดอายัดสินค้าผลไม้ที่ถูกตีกลับ เพื่อไม่ให้สินค้าไม่ได้มาตรฐานหมุนกลับเข้าสู่ระบบการค้า

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร บุกระยอง ดัน “4 ไม่” คุมผลไม้ภาคตะวันออก ลุยตลาดแสนล้าน

อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวย้ำว่า หากทุกภาคส่วนร่วมกันยึด “4 ไม่” และทำให้การตรวจสอบย้อนกลับเกิดขึ้นได้จริง ผลไม้ไทยจะสามารถรักษาความเชื่อมั่นของตลาดจีน ลดความเสี่ยงการตีกลับสินค้า และรักษามูลค่าการส่งออกผลไม้ของประเทศให้อยู่ในระดับกว่า 150,000 ล้านบาท พร้อมสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน