เอกชนเตือน ‘ผู้ส่งออก’ อย่าประมาท แม้ศาลสูงสหรัฐฯ เลื่อนตัดสินภาษีทรัมป์ โลกยังป่วนต่อ

15 ม.ค. 2569 | 11:07 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ม.ค. 2569 | 11:07 น.

'สรท.' ชี้ ศาลสูงสหรัฐเลื่อนตัดสินคดีภาษีทรัมป์ หากผลออกมาเป็นบวก โลกยังป่วนต่อ แนะผู้ส่งออกไทยเตรียมรับมือ อย่าประมาท

KEY

POINTS

  • สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือฯ (สรท.) เตือนผู้ส่งออกอย่าประมาท แม้ศาลสูงสหรัฐฯ จะเลื่อนตัดสินคดีภาษี เพราะเชื่อว่าสหรัฐฯ จะยังคงเก็บภาษีต่อไปในรูปแบบอื่น
  • ผลกระทบต่อผู้ส่งออกไทยไม่รุนแรงนัก เนื่องจากเป็นเรื่องที่คาดการณ์ไว้แล้ว และได้รวมผลจากภาษีไว้ในการเจรจาต่อรองราคาและเงื่อนไขการค้าแล้ว
  • ไม่ว่าคำตัดสินจะเป็นอย่างไร สหรัฐฯ ยังมีอำนาจบริหารในการออกมาตรการภาษีรูปแบบใหม่ ซึ่งอาจเจาะจงรายสินค้าหรือเฉพาะกลุ่มได้

นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท./สภาผู้ส่งออก) เปิดเผยถึงกรณีที่ศาลสูงสหรัฐฯ เลื่อนการตัดสินคดีภาษีทรัมป์ออกไปว่า ทาง สรท.มีความเชื่อว่าแนวโน้มที่ศาลฎีกาจะตัดสินคล้อยตามศาลชั้นต้นกับศาลอุทธรณ์ แต่ยังไม่สามารถที่จะประกาศทันที  

ทั้งนี้ ทางฝั่งผู้บริหารของสหรัฐฯ ทีมงานของทรัมป์อาจจะยังไม่พร้อมที่จะรับมือกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น โดยทุกคนทราบว่าภาษีนำเข้าได้มีการเก็บเข้าไปในระบบคลังเรียบร้อยแล้ว พอเก็บไปแล้วโอกาสที่จะเอาไปใช้แล้วก็คงมีสูง เพราะฉะนั้น เงินบางส่วนอาจจะหายออกไป

ขณะเดียวกัน ในเมื่อยังไม่มีทางออก เข้าใจว่าคงจะต้องทอดเวลาออกไป เพื่อให้ฝ่ายบริหารกับศาลฎีกาอาจจะให้ความเห็น และให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าทำไมถึงคิดว่าจำเป็น ทำไมถึงเอาเรื่องนี้มาใช้กับประเทศต่าง ๆ ซึ่งถึงแม้ต้องผ่านสภา แต่อำนาจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังมีอำนาจสั่งขึ้นภาษีตามกฎหมายในหลายมาตรา เช่น มาตรา 230 และ 232 ซึ่งเป็นอำนาจที่สามารถเลือกปฏิบัติกับสินค้าตัวใดตัวหนึ่งก็ได้ หรือหลายตัวก็ได้ 

เพราะฉะนั้นค่อนข้างมั่นใจว่าเรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นคุณกับประเทศไทยและทั่วโลก หากศาลตัดสินใจตามนั้น แต่เนื่องจากจะกระทบทางฝั่งสหรัฐฯ มากพอสมควร และฝ่ายบริหารได้ออกคำสั่งผู้บริหาร( Executive Order) ไปแล้ว จึงต้องพยายามประคองว่า Executive Order เป็นสิ่งที่ถูกต้อง และยังมีผลให้เป็นคุณกับประเทศสหรัฐฯ ต่อ ดังนั้นไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร การเก็บภาษียังคงต้องมีอยู่ เพียงแต่จะเป็นในรูปแบบอื่น

นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ประกอบการและผู้ส่งออก จริง ๆ แล้วสถานการณ์นี้อาจจะเกี่ยวกับผู้นำเข้ามากกว่า โดยเมื่อประเมินแล้วมองว่าเงินภาษีที่จัดเก็บไปแล้วคงจะไม่คืนให้ผู้นำเข้า ขณะเดียวกันผลกระทบที่เกิดขึ้นก็เกิดขึ้นไปแล้ว ผู้ส่งออกเองมองว่าเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้แล้วว่าจะถูกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่ม

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคำตัดสินจะออกมาอย่างไร ก็ไม่ได้มีผลกระทบมาก เพราะการเจรจา การดีลราคา และเทอมการซื้อขายต่างๆ ได้ตกลงกันไปหมดแล้ว ในเชิงผลกระทบจึงไม่หนักมาก เพราะเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายรู้ตัวอยู่แล้วว่าจะโดน

ทั้งนี้ แม้ในกรณีที่ตัดสินออกมาว่าไม่โดนภาษีในรูปแบบเดิม ก็ยังอาจจะต้องโดนในรูปแบบอื่น จึงมองว่าสถานการณ์ตอนนี้ค่อนข้างเฉย ๆ หากผลออกมาเป็นคุณกับผู้ส่งออก หรือ ผู้นำเข้ามากขึ้นก็ถือว่าดี แต่โดยรวมเข้าใจว่าน่าจะใกล้เคียงเดิม และสหรัฐฯ คงไม่ถอนเงินออกมาเพื่อคืนภาษี เพียงแต่ต้องไปจัดการกันภายในว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ

นายธนากร กล่าวว่า หากให้เดาในมุมของ สรท. มองว่า มีโอกาสเป็นผลดี แต่เนื่องจาก Executive Order ของสหรัฐฯ ยังมีอยู่เต็มมือ อยู่ที่ว่าจะเลือกใช้ในรูปแบบใด หากเก็บเงินมาแล้วและยังอยากจะเก็บต่อ ก็ต้องหาวิธีในการจัดเก็บต่อไป เพื่อให้สอดคล้องกับเม็ดเงินที่คำนวณไว้แล้วว่าจะเข้ามาเพิ่มงบประมาณประเทศเท่าใด พร้อมมองว่า Executive Order ของสหรัฐฯ น่าจะออกมาต่อเนื่อง หากมีการตัดสินว่าแนวทางเดิมไม่ถูกต้อง

ส่วนกระแสข่าวว่าคำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ น่าจะออกมาประมาณเดือนมิถุนายนนั้น ก็ถือว่าเป็นเวลาที่เพียงพอสำหรับฝ่ายบริหารสหรัฐฯ ในการเตรียมการ เพื่อประคองสิ่งที่ตัดสินใจไปแล้ว รวมถึงเงินที่จัดเก็บไปแล้ว จึงไม่อยากให้ผู้ประกอบการไทยวิตกกังวลจนเกินไป เพราะเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนรับรู้อยู่แล้ว และควรตั้งรับอย่างมีสติ เนื่องจากเป็นเรื่องภายในของสหรัฐฯ ว่าเขาจะจัดการต่ออย่างไร เงินจะคืนหรือไม่คืน เป็นเรื่องที่เขาต้องบริหารจัดการกันเอง