KEY
POINTS
วันที่ 15 ม.ค.69 สำนักข่าวอัลจาซีราห์ (Al Jazeera) รายงานว่า ความพยายามในการลดความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างสหรัฐอเมริกา เดนมาร์ก และกรีนแลนด์ ประสบความล้มเหลว หลังจากที่รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของเดนมาร์กและกรีนแลนด์เดินทางไปยังกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อเข้าพบกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
นายลาร์ส ลอคเก เรสมุสเซน รัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์ก เปิดเผยภายหลังการหารือกับนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ และนายเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดี ว่า "เราไม่สามารถเปลี่ยนจุดยืนของอเมริกาได้" พร้อมระบุอย่างชัดเจนว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงมีความปรารถนาที่จะ "ยึดครอง" (Conquering) กรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองของเดนมาร์กต่อไป
ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ย้ำจุดยืนของเขาในวันพุธที่ผ่านมา ณ ห้องโอวัล ออฟฟิศ โดยให้เหตุผลเรื่อง "ความมั่นคงแห่งชาติ" ทรัมป์ตั้งคำถามถึงขีดความสามารถของเดนมาร์กในการป้องกันการรุกราน โดยระบุว่า "ปัญหาคือเดนมาร์กไม่สามารถทำอะไรได้เลยหากรัสเซียหรือจีนต้องการเข้ายึดครองกรีนแลนด์ แต่เรา (สหรัฐฯ) สามารถทำได้ทุกอย่าง"
ทางด้าน นางวิเวียน มอตซ์เฟลด์ รัฐมนตรีต่างประเทศกรีนแลนด์ ยืนยันว่าแม้กรีนแลนด์จะพร้อมร่วมมือกับสหรัฐฯ แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องการถูก "เป็นเจ้าของโดยสหรัฐอเมริกา" นอกจากนี้ ข้อมูลจากโซเชียลมีเดียที่เป็นตัวแทนรัฐบาลกรีนแลนด์ยังระบุว่า ผลสำรวจล่าสุดพบว่ามีชาวกรีนแลนด์เพียง 6% เท่านั้นที่เห็นด้วยกับการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ
ปัจจุบัน สหรัฐฯ มีฐานทัพอยู่ในกรีนแลนด์พร้อมกำลังพลประมาณ 150 นาย ซึ่งทางเดนมาร์กและกรีนแลนด์แสดงท่าทีพร้อมหารือเกี่ยวกับการ ขยายฐานทัพและเพิ่มความร่วมมือด้านความมั่นคงในแถบอาร์กติก, อย่างไรก็ตาม ทรัมป์มองว่าข้อเสนอดังกล่าวยังไม่เพียงพอ โดยเขายืนยันว่า หากสหรัฐฯ ไม่ได้เข้าควบคุมพื้นที่อย่างสมบูรณ์ ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ และเขาต้องการเห็นความคืบหน้าในเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด
การเคลื่อนไหวของทรัมป์สร้างความกังวลอย่างมากต่อพันธมิตรในยุโรป แม้ว่าทางยุโรปจะเสนอขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงเพื่อคานอำนาจจีนและรัสเซียแล้วก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถลดทอนความต้องการของทรัมป์ในการเข้าครอบครองดินแดนแห่งนี้ได้
อ้างอิงแหล่งที่มา: Al Jazeera