จากที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเห็นชอบร่างแผนการจัดการเลือกตั้ง สส. โดยกำหนดให้วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันเลือกตั้ง ทั้งนี้การเปิดรับสมัคร สส. ทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 400 เขต, รับสมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน และเปิดรับบัญชีรายชื่อผู้เสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรี จะเกิดขึ้นในช่วง 27-31 มกราคม 2569 นับเวลาถอยหลัง อีก 34 วัน เท่านั้น
จากกรณีดังกล่าว “ฐานเศรษฐกิจ” ได้สัมภาษณ์พิเศษแกนนำเกษตรกรว่าต้องการพรรคการเมือง นักการเมืองแบบไหน ที่จะเลือกเข้ามาบริหารประเทศ โดยมีนโยบายที่ต้องการจะช่วยเหลือเกษตรกรอย่างแท้จริง
เริ่มจาก นายพงษ์ศักดิ์ บุตรรักษ์ ผู้ประสานงานกลุ่มเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ทางกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว จะเชิญพรรคการเมืองมาหาเสียงถึงนโยบายพรรค ถึงการแก้ปัญหาราคามะพร้าว และโรคระบาด หากพรรคการเมืองไหนมีนโยบาย ครอบครัวของชาวสวนมะพร้าวทั่วประเทศมี 1 ล้านเสียง พร้อมเทคะแนนเลือกตั้งให้ทันที
“มะพร้าว” ไม่ใช่พืชล้นตลาด แต่เป็นพืชขาดแคลนของประเทศ มะพร้าวเป็นพืชเศรษฐกิจที่ประเทศไทยมีผลผลิต ไม่เพียงพอกับความต้องการ ไม่ใช่สินค้าล้นตลาดอย่างที่หลายฝ่ายเข้าใจ การปลูกและดูแลก็ไม่ยุ่งยาก หากมีระบบบริหารจัดการราคาที่เป็นธรรม เกษตรกรก็สามารถอยู่ได้
หลักสำคัญคือ ราคามะพร้าวไม่ควรต่ำกว่า 15 บาทต่อลูก โดยยึดราคามะพร้าวทับสะแกเป็นราคาอ้างอิง หากเมื่อใดราคาต่ำกว่าระดับนี้ รัฐควร สั่งหยุดการนำเข้าทันที เพื่อปกป้องเกษตรกรในประเทศ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน คือ การนำเข้า น้ำกะทิแช่แข็งและน้ำกะทิสำเร็จรูป ไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับของคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช แต่ไปอยู่ในการพิจารณาของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทำให้สามารถนำเข้าได้อย่างเสรี ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์มะพร้าวในประเทศ
ทางออกที่จำเป็นคือ ต้องออกระเบียบใหม่ โดยให้ผลิตภัณฑ์น้ำกะทิทุกชนิดต้องกลับมาอยู่ในการพิจารณาของ “บอร์ดพืชน้ำมันและน้ำมันพืช” จากนั้นจึงให้คำนวณความต้องการใช้น้ำกะทิของภาคอุตสาหกรรมแปลงปริมาณน้ำกะทิเป็น “จำนวนลูกมะพร้าว” นำไปหักออกจากปริมาณมะพร้าวที่ประเทศขาดแคลนแล้วจึงกำหนดโควตาการนำเข้าอย่างเหมาะสมเพื่อให้การนำเข้าเป็นไป เท่าที่จำเป็นจริง ๆ ไม่ใช่นำเข้าแบบไร้เพดาน
ที่ผ่านมา การแยกการบริหารเช่นนี้ทำให้ น้ำกะทิถูกนำเข้าไม่จำกัด ส่งผลให้ราคามะพร้าวในประเทศถูกกดลง เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน ขณะที่การนำเข้าน้ำกะทิ ไม่ก่อให้เกิดการจ้างงานหรือการพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศเลย นี่คือหัวใจของปัญหา
ในเร็ว ๆ นี้ จะมีการเชิญพรรคการเมืองมาพบเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว เพื่อสอบถามจุดยืนอย่างชัดเจนว่า หากได้เป็นรัฐบาลนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานบอร์ด จะเข้ามาแก้ปัญหานี้หรือไม่ และจะดึง อย.เข้ามาอยู่ในระบบบอร์ดฯ เพื่อให้รู้ตัวเลขความต้องการที่แท้จริงของอุตสาหกรรม ปิดช่องการใช้ “น้ำกะทินำเข้า” มาเป็นเครื่องมือทุบราคามะพร้าวหรือไม่
ปัจจุบันราคามะพร้าวปรับลดลงมาเหลือเพียง 14 บาทต่อลูก ทั้งที่ความจริงควรสูงกว่านี้มาก เพราะผลผลิตมะพร้าวในประเทศมีอยู่น้อยและขาดแคลน นั่นสะท้อนชัดว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ผลผลิตล้นตลาด แต่อยู่ที่ระบบนำเข้าและการกำกับดูแลที่ผิดทิศทาง
นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวสะท้อนเสียงจากชาวนาไทย จำนวณ 12 ล้านคน ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติ อยากได้พรรคการเมือง มีนโยบาย 2 เรื่องเร่งด่วน เพื่อพลิกฟื้นรายได้และความมั่นคงอาชีพ ดังนี้
สรุป ถ้า “มีพันธุ์ดี + มีน้ำใช้” ชาวนาไทยจะลืมตาอ้าปากได้ ประเทศก็จะแข่งขันข้าวโลกได้
ด้าน ดร.อุทัย สอนหลักทรัพย์ นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อยากได้พรรคหรือนักการเมืองที่มีความจริงใจ ช่วยเหลือชาวสวนยางอย่างแท้จริง แล้วพูดจริง ทำจริง และเมื่อได้เป็นแล้ว อยากให้ทำตามนโยบายอย่างที่หาเสียงไว้ โดยเฉพาะให้นึกถึงเรื่องปากท้องรากหญ้า เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม ไม่ใช่นึกแต่เรื่องผลประโยชน์ของนายทุนเกินไป
“ยางพารา” ในเรื่องลดต้นทุน ก็หันมาส่งเสริมเกษตรกรผลิตในประเทศแทนการนำเข้าปุ๋ยจากต่างต่างประเทศ ส่วนเพิ่มผลผลิต ต้องเปลี่ยนพันธุ์ยางใหม่ที่ให้ผลผลิตสูงกว่า PRIM 600 ขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รีบเปลี่ยนพันธุ์ยางที่เกษตรกรชาวสวนยางจะปลูกแทนหรือปลูกใหม่ตามพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทยพ.ศ. 2558 โดยยึดพันธุ์ยางที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูง ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการผลิตระดับชาวสวนลดลงได้เพราะพันธุ์ยางใหม่ๆที่วิจัยโดยสถาบันวิจัยยางการยางแห่งประเทศไทยมีผลผลิตสูงกว่าพันธุ์ยางที่ชาวสวนยางปลูกไปแล้วถึงเท่าตัวซึ่งจะทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำเทียบเคียงกับประเทศอื่นได้
“ปัจจุบันพันธุ์ยาง PRIM 600 มีเนื้อที่เพาะปลูกกว่า 70% ของพื้นที่ยางทั้งหมด แต่ไม่อาจโค่นแล้วปลูกแทนด้วยยางพันธุ์ดีที่ให้ผลผลิตสูงได้ในทันที เพราะต้นยางยังให้ผลผลิตน้ำยางอยู่ จึงเสนอให้รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรฯ สนับสนุนและส่งเสริมให้นำเทคโนโลยีที่เพิ่มผลผลิต คือฮอร์โมนเอพธิลีนมาให้ชาวสวนยางที่ปลูกด้วยพันธุ์ดังกล่าวจะช่วยเพิ่มผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างน้อยหนึ่งเท่าตัว จะทำให้มีรายได้เพิ่ม ก็จะทำให้ชีวิตชาวสวนยางมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยรัฐบาลไม่จำเป็นที่จะต้องแทรกแซงราคา หรือการประกันรายได้เป็นจำนวนมหาศาลเลย” ดร.อุทัย กล่าวย้ำในตอนท้าย
ขณะที่ นายทศพล ขวัญรอด ประธานภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางและปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย (คยปท.) กล่าวว่า ผมไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง เราต้องการรัฐบาลเฉพาะกาลหรือรัฐบาลแห่งชาติ ขึ้นมา เนื่องจากการสรรหาที่ผ่านการเลือกตั้งล้มเหลวในการแก้ปัญหาราคายางพารา การแก่ปัญหาน้ำท่วม และการแก้ปัญหาความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ก็ขาดความไว้วางใจที่จะมอบให้กับพรรคการเมืองใดการเมืองหนึ่งในการบริหารประเทศในขณะนี้
“ประเทศไทยในขณะนี้อยู่ในภาวะวิกฤตจะต้องมีคนดี มีฝีมือเข้ามาร่วมกันแก้ไขปัญหาเพื่อที่จะนำพาให้ประเทศชาติบ้านเมืองผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ ดังนั้นรัฐบาลที่จะทำได้ก็คือ รัฐบาลแห่งชาติ หรือรัฐบาลเฉพาะกาล คือคำตอบ”