
กรมราง ชงบอร์ดเคาะโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียว-สีทอง คืน รฟม.สัปดาห์นี้
กรมขนส่งทางราง กางแผนโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียว-สายสีทอง คืน รฟม. ภายในสัปดาห์นี้ เตรียมวางระบบหลังบ้านใช้ EMV เชื่อมต่อทุกสาย คุมค่าโดยสาร 17-45 บาท
KEY
POINTS
- กรมการขนส่งทางรางเตรียมเสนอคณะกรรมการฯ ภายในสัปดาห์นี้ เพื่ออนุมัติการโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทองกลับไปให้ รฟม. ดูแล
- การโอนสายสีทองและส่วนต่อขยายสายสีเขียวสามารถดำเนินการได้ทันที แต่สายสีเขียวหลักต้องรอแก้ไขสัญญาสัมปทานหรือรอให้หมดสัญญาในปี 2572
- ยืนยันนโยบายค่าโดยสาร 17-45 บาท โดยรัฐจะอุดหนุนส่วนต่างให้ประชาชนโดยตรง และจะเร่งติดตั้งระบบ EMV บนสายสีเขียวเพื่อรองรับนโยบายดังกล่าว
นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการโอนรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีทองจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) กลับมาอยู่ภายใต้การดูแลของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เบื้องต้นภายในสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้าจะมีการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อเร่งรัดขั้นตอนการโอนทรัพย์สิน หนี้สิน และการแก้ไขสัญญาที่เกี่ยวข้อง
โอนรถไฟฟ้า 2 สาย
ทั้งนี้การโอนโครงการรถไฟฟ้าที่สามารถดำเนินการได้ก่อน คือ โครงการรถไฟฟ้าสายสีทองช่วงกรุงธนบุรี-คลองสาน และโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายที่ 1 สายสุขุมวิท ช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง และสายสีลมตากสิน-บางหว้า และส่วนต่อขยายที่ 2 สายสีเขียวช่วงหมอชิต - สะพานใหม่ - คูคต และ ช่วงแบริ่ง - สมุทรปราการ โดยเป็นการโอนในเชิงบัญชีระหว่างหน่วยงานรัฐต่อรัฐสามารถดำเนินการได้ทันที
จ่อเปลี่ยนคู่สัญญา
นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวหลัก สายสุขุมวิท ช่วงสถานีหมอชิต - สถานีอ่อนนุชและสายสีลม ช่วงสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ - สถานีสะพานตากสิน ที่ปัจจุบันมีสัญญาสัมปทานเดินรถจะสิ้นสุดในปี 2572 เบื้องต้นภาครัฐเตรียมเปลี่ยนคู่สัญญาจากเอกชน มาเป็น รฟม. แทน ในกรณีที่ไม่สามารถเปลี่ยนคู่สัญญาได้จะต้องรอจนกว่าจะหมดสัญญาสัมปทานหมดก่อน
"นโยบายค่าโดยสารในราคา 17-45 บาทนั้น ยืนยันว่าไม่มีปัญหาแม้จะยังติดสัญญาสัมปทานเดิม เพราะหลักการคือรัฐจะเป็นผู้ให้เงินอุดหนุน (Subsidy) แก่ประชาชนโดยตรง ขณะที่เอกชนยังคงจัดเก็บค่าโดยสารตามสัญญาสัมปทานเดิม" นายพิเชฐ กล่าว
ลุยติดตั้งระบบ EMV เชื่อมสายสีเขียว
นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า กรณีที่มีความกังวลถึงการใช้บัตรแรบบิทในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่ปัจจุบันยังไม่สามารถรองรับบัตร EMV นั้น ในช่วงเปลี่ยนผ่านอยากให้ประชาชนปรับตัวเพื่อมาใช้บัตร EMV แทนบัตร Rabbit เนื่องจากบัตร EMV เป็นแพลตฟอร์มที่รัฐสามารถเคลียร์เงินระหว่างสายได้ทันที โดยเฉพาะการเดินทางข้ามสายที่จำเป็นต้องรู้ต้นทางและปลายทาง ซึ่งบัตรโดยสารของผู้ประกอบการในปัจจุบันยังไม่สามารถเชื่อมต่อระบบหลังบ้านเข้าหากันได้แบบเรียลไทม์
ทั้งนี้ในการบริหารจัดการคือระบบ EMV ซึ่งเป็นระบบหลังบ้านที่จะช่วยให้สามารถตรวจสอบยอดเงินและคืนส่วนต่างค่าโดยสารให้กับประชาชนได้ภายใน 3 วัน
ขณะเดียวกันกรมการขนส่งทางรางได้มีการหารือร่วมกับ กทม. และผู้ประกอบการเพื่อเตรียมติดตั้งระบบ EMV เพิ่มเติมในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดยจะเริ่มจากการติดตั้งเครื่องอ่านบัตรเคลื่อนที่บริเวณประตูพิเศษสำหรับผู้พิการ เพื่อเป็นช่องทางเสริมสำหรับผู้ที่ต้องการใช้โปรโมชั่น 17-45 บาท ในขณะที่ผู้ประกอบการเตรียมศึกษาการพัฒนาบัตร Rabbit ให้เป็นระบบ EMV ด้วยเช่นกัน
"ยืนยันว่าสิทธิการใช้ค่าโดยสารราคา 17-45 บาท จำกัดให้เฉพาะคนไทยเท่านั้น เนื่องจากระบบ EMV สามารถตรวจสอบตัวตนของชาติไทยผ่านธนาคาร จากบัตรเครดิตและเดบิตได้ โดยตั้งเป้าว่าภายในปีใหม่ 2570 รถไฟฟ้าทุกสายจะสามารถรองรับระบบชำระเงินเพื่อเข้าสู่นโยบายระบบตั๋วร่วม" นายพิเชฐ กล่าว
ส่วนชาวต่างชาติยังคงต้องจ่ายตามอัตราปกติ ซึ่งถือเป็นเรื่องเหมาะสม เพราะปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียวจำนวนมาก โดยเชื่อว่าประชาชนจะสามารถปรับตัวได้เหมือนกรณีที่ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีแดง 40 บาทตลอดวัน ที่มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นหลังมีโปรโมชั่น







