thansettakij
สภา กทม. ตีกลับงบปี 69 เพิ่ม 4 พันล้าน จ่ายหนี้ 'รถไฟฟ้าสายสีเขียว'

สภา กทม. ตีกลับงบปี 69 เพิ่ม 4 พันล้าน จ่ายหนี้ 'รถไฟฟ้าสายสีเขียว'

04 ก.พ. 2569 | 10:00 น.
อัปเดตล่าสุด :04 ก.พ. 2569 | 10:07 น.

“ชัชชาติ” เผยสภากทม.สั่งตั้งคณะกรรมการฯเคลียร์งบประมาณปี 69 หลังกทม.วอนดึงงบสะสมจ่ายขาดเพิ่ม 4 พันล้านบาท สางหนี้ไฟฟ้าสายสีเขียว เร่งตัดดอกเบี้ย–เปิดแผนหารายได้ใหม่

KEY

POINTS

  • สภากรุงเทพมหานคร (สภา กทม.) ตั้งคณะกรรมการวิสามัญเพื่อพิจารณางบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี 2569 วงเงินกว่า 4 พันล้านบาท
  • งบประมาณดังกล่าวจะถูกนำมาจากเงินสะสมจ่ายขาดของ กทม. เพื่อชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด
  • กทม. มีความจำเป็นต้องชำระหนี้เพื่อหลีกเลี่ยงภาระดอกเบี้ย แต่สภา กทม. มีความกังวลถึงผลกระทบต่อเงินสะสมคงคลังที่ใช้ในกรณีฉุกเฉิน

นายชัชชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร (สภากทม.) สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 4) ได้สั่งให้พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ฉบับที่ … พ.ศ. …

โดยตั้งคณะกรรมการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างข้อบัญญัติฯ จำนวน 21 ราย กำหนดเวลาแปรญัตติ 2 วันและกำหนดเวลาพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 45 วันทำการ เพื่อนำเงินสะสมจ่ายขาดตามสัญญาในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 1 ช่วงอ่อนนุช-แบริ่งและตากสิน-บางหว้า และส่วนต่อขยายที่ 2 ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการและหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต

สำหรับงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ฉบับที่ … พ.ศ. … ที่เสนอนั้น เป็นจำนวนไม่เกิน 4,009 ล้านบาท เป็นรายจ่ายพิเศษจ่ายจากเงินสะสมจ่ายขาดของกรุงเทพมหานครสำหรับจ่ายตามสัญญาโครงการบริหารจัดการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นโครงการรถไฟฟ้า ส่วนต่อขยายที่ 1 ช่วงอ่อนนุช-แบริ่งและตากสิน-บางหว้า จำนวน 859,184,500 บาท

ขณะที่ส่วนต่อขยายที่ 2 ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการและหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต จำนวน 3,149 ล้านบาท จากกรณีที่ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาให้ชำระหนี้ค่าเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งกรุงเทพมหานครไม่ได้ตั้งงบประมาณรายจ่ายสำหรับค่าจ้างเดินรถ เนื่องจากช่วงอยู่ในการพิจารณาของศาลปกครอง และศาลปกครองได้มีคำพิพากษาหลังจากกรุงเทพมหานครได้ทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 เสร็จสิ้นแล้ว

สภา กทม. ตีกลับงบปี 69 เพิ่ม 4 พันล้าน จ่ายหนี้ 'รถไฟฟ้าสายสีเขียว'

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า กรุงเทพมหานครมีความจำเป็นต้องชำระค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 1 และส่วนต่อขยายที่ 2 ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2568 จนถึงเดือน ก.ค. 2569 แต่เนื่องจากงบประมาณรายจ่ายงบกลางคงเหลือไม่เพียงพอ

ทั้งนี้จึงต้องจัดทำร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ในการชำระค่าจ้างเดินรถ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายในส่วนของการต้องรับภาระดอกเบี้ยในอัตราที่สูง หรือการถูกฟ้องร้องดำเนินคดี

นายชัชชาติ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่กทม.จะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้มีรายรับที่มากพอสามารถเลี้ยงตัวเองนั้น ส่วนต่อขยายที่ 2 กทม.รับมาจากรัฐบาล ซึ่งในช่วงที่รับโครงการมาไม่ได้เห็นตัวเลขว่ามีการคำนวณอย่างไร

"ที่ผ่านมา 3 ปีกว่า มีการขึ้นค่าโดยสารไป 2 ครั้ง เพราะตอนที่ผมเข้ามายังไม่มีเก็บค่าโดยสาร ทำให้มีภาระหนี้สะสม ซึ่งการคำนวณคงไม่ได้คำนวณง่ายๆ เหมือนกับเอาจำนวนผู้โดยสารไปหารต้นทุน เพราะค่าโดยสารรถไฟฟ้า เวลาขึ้นราคาจะมีผลกับปริมาณคน ถ้าขึ้นราคาเยอะไปจนแพงมาก คนก็จะนั่งน้อย ลงพอถึงจุดหนึ่งประชาชนจะไม่ใช้บริการ" นายชัชชาติ กล่าว

ทั้งนี้ในปัจจุบันกทม.ขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้า 2 ครั้งแล้ว ถ้าหากจะขึ้นอีกครั้ง คงจะเป็นภาระกับประชาชนค่อนข้างมาก ต้องพยายามคิดในเรื่องการหารายได้อื่น เช่น เรื่องเชิงพาณิชย์หรือเรื่องโฆษณา

และเอาเงินส่วนนี้มาช่วยชดเชยเรื่องการเดินรถได้ ตอนแรกอาจจะทำได้ยากลำบาก เพราะคนยังใช้ไม่เยอะ ตอนนี้เริ่มมีผู้โดยสารใช้ตามสถานีต่างๆ มากขึ้น อาจจะมีส่วนนี้มาช่วยลดปริมาณค่าใช้จ่ายได้

นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในเดือน พ.ย. 2568 ที่ผ่านมา เมื่อแบ่งแยกรายจ่าย ส่วนต่อขยายที่ 1 มีค่าจ้างเดินรถ 224 ล้านบาท รายรับ 132 ล้านบาท ต้องรับการสนับสนุน 92 ล้านบาท

สภา กทม. ตีกลับงบปี 69 เพิ่ม 4 พันล้าน จ่ายหนี้ 'รถไฟฟ้าสายสีเขียว'

ด้านส่วนต่อขยายที่ 2 มีรายจ่ายจำนวน 512 ล้านบาท มีรายรับ 170 ล้านบาท ต้องใช้งบประมาณสนับสนุน 341 ล้านบาท ซึ่งส่วนต่อขยายที่ 2 มีการปรับขึ้นราคาตามระยะทาง ทำให้มีรายรับเพิ่มขึ้นมา เดือนละประมาณ 100 ล้านบาท แต่เงินยังไม่เพียงพอ รายรับน้อยกว่ารายจ่ายพอสมควร

อย่างไรก็ดีกทม.มีแนวทาง 2 ทาง แนวทางแรกจะเปิดพื้นที่เชิงพาณิชย์ ตอนนี้อยู่ระหว่างการจัดหาพื้นที่เชิงพาณิชย์ ทั้งโฆษณาและการขายของบนสถานี

แต่ส่วนที่สำคัญกว่าคือการโอนถ่ายส่วนต่อขยายให้กับรัฐบาล ซึ่งมีการพิจารณาอยู่ รอนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้รัฐบาลลงมาเป็นเจ้าของแต่เพียงรายเดียว เราจะประหยัดงบประมาณในการจ่ายเงินสนับสนุน

นายนภาพล จีระกุล สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตบางกอกน้อย กล่าวว่า จากสภา กทม.อนุมัติไปก่อนหน้านี้นั้น ไม่ได้มีการทำงบประมาณในปี 2569 ที่จะจ่ายรายเดือนให้กับรถไฟฟ้าสายสีเขียว

"ตนได้ทราบข่าวว่าค้างชำระอยู่ประมาณ2 เดือน กลัวว่าจะถูกคิดดอกเบี้ยหลายแสนบาทต่อวัน แต่เท่าที่ทราบเงินสะสมที่ปลอดภาระหนี้ก็จะกันไว้ประมาณ 5,000-6,000 ล้านบาท เผื่อกรณีฉุกเฉิน ซึ่งหากขอไปเป็นจำนวนเงินถึงก้อนนี้ เงินสะสมก็จะเหลือไม่ถึง 1,000 ล้านบาท" นายสุรพล กล่าว

นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า ปัจจุบันกทม.มีเงินสะสมอยู่ในธนาคาร 25,578.07 ล้านบาท โดยมีเงินภาระผูกพัน 1,891.21 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไข

"ส่วนกรณีที่เงินภาระผูกพันและเงินที่ปลอดภาระหนี้จริงๆเหลือน้อยนั้น เบื้องต้นกทม.ได้หักงบส่วนนี้เผื่อไว้แล้ว 6,100 ล้านบาท" นายจักกพันธุ์ กล่าว