
‘ปิยะพงษ์’ ประธานบอร์ด รฟท.คนใหม่ เปิดวิสัยทัศน์ สางทางคู่-ไฮสปีด
‘ปิยะพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล’ ประธานบอร์ด รฟท.คนใหม่ เปิดวิสัยทัศน์วางโรดแมปยกเครื่องรถไฟไทย เร่งปั๊มรายได้ที่ดิน-ลุยบิ๊กโปรเจ็กต์ค้างท่อ แก้ปมขาดแคลนพนักงาน 2.8 พันอัตรา
KEY
POINTS
- ‘ปิยะพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล’ ประธานบอร์ด รฟท.คนใหม่ เปิดวิสัยทัศน์ เร่งรัดโครงการก่อสร้างที่ล่าช้า โดยเฉพาะรถไฟทางคู่และรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน
- มุ่งสร้างรายได้เพิ่มจากการพัฒนาที่ดินเชิงพาณิชย์และเพิ่มขบวนรถท่องเที่ยว ควบคู่กับการแก้ปัญหาจุดตัดทางรถไฟเพื่อความปลอดภัย
- สั่งการให้เสนอแผนเพิ่มอัตรากำลังพนักงาน 2,800 อัตรา เพื่อแก้วิกฤตขาดแคลนบุคลากร
นายปิยะพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง ในฐานะประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) คนใหม่ เปิดเผยว่า สำหรับวิสัยทัศน์ในการประชุมบอร์ดนัดแรกเมื่อวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมานั้น เบื้องต้นได้มอบหมายให้รฟท.มุ่งเน้นการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงองค์กรในทิศทางที่ดีขึ้น
ทั้งนี้ได้เร่งรัดโครงการก่อสร้างที่ยังติดปัญหาระหว่างการก่อสร้าง เช่น โครงการรถไฟทางคู่หลายเส้นทาง ,โครงการรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) เชื่อม 3 สนามบินที่ยังติดเรื่องการแก้ไขสัญญา ตลอดจนการยกระดับให้บริการเพื่อสร้างรายได้
ดันพื้นที่เชิงพาณิชย์ เพิ่มรายได้
ขณะเดียวกันในปัจจุบัน รฟท.มีที่ดินหลายแปลงที่มีสามารถสร้างศักยภาพในการหารรายได้เพิ่ม โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากที่ดินของรฟท.ทั้งพื้นที่ติดสถานีและพื้นที่อื่นๆ รวมถึงการเปิดให้เอกชนมาเช่ารางเพื่อใช้ประโยชน์ ภายหลังกฎหมายกรมการขนส่งทางรางมีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งเป็นแผนงานเดิมที่ต้องเร่งทำให้เห็นผลเป็นรูปธรรมมากขึ้น
แก้จุดตัดรถไฟ ปลุกขบวนท่องเที่ยว
นายปิยะพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถไฟชนรถบัสแยกมักกะสันในช่วงที่ผ่านมานั้น ที่ประชุมฯได้กำชับให้ รฟท.ประสานหน่วยงานท้องถิ่นและกรมทางหลวงชนบทเพื่อเคลียร์สิ่งกีดขวางทางสายตาบริเวณจุดตัดทางรถไฟที่มีกว่า 2,600 จุดทั่วประเทศ แบ่งเป็นจุดตัดที่มีเครื่องกั้นและระบบป้องกันประมาณ 600 จุด และทางรถไฟระดับดิน 2,000 จุด เพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุได้ทันที
ขณะที่การบริการต้องการเห็นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในกระทรวงคมนาคม เพื่อสร้างความสะดวกในการเชื่อมต่อของผู้โดยสาร (Feeder) ทั้งจุดจอดรถและระบบขนส่งรอง โดยมีแผนเพิ่มขบวนรถท่องเที่ยวและเส้นทางพิเศษที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้.ให้กับรฟท.ด้วย
บริหารบุคลากร-เปิดรับรับสมัครพนักงานใหม่
นอกจากนี้รฟท. กำลังเผชิญวิกฤตขาดแคลนบุคลากรอย่างหนัก นายปิยะพงษ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันได้สั่งการให้ฝ่ายบริหารของรฟท.เพิ่มอัตรากำลังพนักงานจำนวน 2,800 อัตรา โดยรฟท. ต้องจัดทำรายละเอียดข้อมูลเชิงลึกและเหตุผลรองรับอย่างรอบด้าน เนื่องจากรฟท. เป็นรัฐวิสาหกิจที่ยังมีภาระทางการเงิน การเพิ่มบุคลากรจึงต้องอธิบายให้ชัดเจนถึงความจำเป็น ผลกระทบด้านต้นทุน และประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อประสิทธิภาพการดำเนินงาน
“การขอกำลังคนเพิ่มต้องตอบโจทย์การทำงานในอนาคต ไม่ใช่แค่ภาพปัจจุบัน ซึ่งแผนดังกล่าวคาดได้ข้อสรุปภายในเดือนมิถุนายนนี้ก่อนนำเสนอต่อบอร์ดรฟท.พิจารณาต่อไป” นายปิยพงษ์ กล่าว






