thansettakij
มติบอร์ด รฟท. เคาะรับเหมา 2 ราย คว้าประมูลส่วนต่อขยายสายสีแดง 2 หมื่นล้าน

มติบอร์ด รฟท. เคาะรับเหมา 2 ราย คว้าประมูลส่วนต่อขยายสายสีแดง 2 หมื่นล้าน

29 ม.ค. 2569 | 10:45 น.
อัปเดตล่าสุด :29 ม.ค. 2569 | 10:50 น.

มติบอร์ด รฟท.ไฟเขียวกิจการร่วมค้ายูที-ยูนิค คคว้าประมูลสร้างต่อขยายสายสีแดง 2 หมื่นล้านบาท จ่อลงนามสัญญา ก.พ.นี้ เผยบริษัทเสอาร์ทีฯต่อสัญญาเช่าเซ็นทรัลลาดพร้าว 4.2 หมื่นล้าน

KEY

POINTS

  • บอร์ด รฟท. มีมติอนุมัติการจ้างผู้รับเหมา 2 ราย ก่อสร้างโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงส่วนต่อขยาย 2 เส้นทาง ในวงเงินรวม 20,777 ล้านบาท
  • โครงการดังกล่าวประกอบด้วยส่วนต่อขยายช่วงศิริราช - ตลิ่งชัน - ศาลายา และช่วงรังสิต - มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
  • ผู้ชนะการประมูลคือ กิจการร่วมค้า ยูที (UT Joint Venture) และบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) โดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2569 และเปิดให้บริการปี 2572

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภายหลังการประชุมคณะกรรมการรถไฟฯ ครั้งที่ 2/2569 วันนี้ (29 มกราคม 2569) ที่ประชุมได้อนุมัติสั่งจ้างก่อสร้างโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงอ่อน 2 เส้นทาง รวมวงเงิน 20,777 ล้านบาท ประกอบด้วย ช่วงศิริราช - ตลิ่งชัน - ศาลายา และช่วงรังสิต - มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

ทั้งนี้ตามแผนทั้ง 2 โครงการอยู่ระหว่างประสานกับสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เพื่อพิจารณาขอใช้แหล่งเงินกู้ก่อนเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี (ครม.) รักษาการพิจารณาต่อไป

แต่หากครม.ชุดดังกล่าวดำเนินการไม่ได้จะต้องรอครม.ชุดใหม่พิจารณา ก่อนลงนามสัญญาภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ คาดดำเนินกาเนินการก่อสร้างภายในปี 2569 ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี และเปิดใหบริการปี 2572

สำหรับโครงการรถไฟสายสีแดง ช่วงศิริราช - ตลิ่งชัน - ศาลายา และสถานีเพิ่มเติม 3 สถานี (สถานีสะพานพระราม 6 สถานีบางกรวย - กฟผ. และสถานีบ้านฉิมพลี) ระยะทาง 20.50 กม. วงเงินค่าจ้างรวม 14,720 ล้านบาท โดยกิจการร่วมค้า ยูที (UT Joint Venture) เป็นผู้ชนะการประมูลก่อสร้างโครงการฯ

ส่วนโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้มช่วงรังสิต - มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ระยะทาง 8.84 กม. วงเงินค่าจ้างรวม 6,057 ล้านบาท โดยบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ชนะการก่อสร้างโครงการฯ

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า ขณะที่การลงนามต่อสัญญาเช่าที่ดินบริเวณสามเหลี่ยมย่านพหลโยธิน (เซ็นทรัลลาดพร้าว) โดยบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) บริษัทลูกบริหารสินทรัพย์ของ รฟท. ได้ลงนามต่อสัญญาเช่าที่ดินในพื้นที่ดังกล่าวให้กับ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา

สำหรับการต่อสัญญาครั้งนี้ อายุสัญญารวม 30 ปี เริ่มนับตั้งแต่วันที่หมดสัญญาเดิม คือ 19 ธ.ค.2571 ถึง 18 ธ.ค.2601 ขณะที่วงเงินค่าเช่ารวมประมาณ 42,000 ล้านบาท ในส่วนนี้ รฟท.จะได้รับค่าเช่าช่วงจาก SRTA ประมาณ 33,000 ล้านบาท ถือเป็นตัวเลขที่เหมาะสม และสอดคล้องกับระยะเวลาที่เพิ่มขึ้น

 นอกจากนี้ทั้งกลุ่มเซ็นทรัลจะลงทุนเพิ่มเติมในโครงการรวมวงเงิน 4,500 ล้านบาท ประกอบด้วย การปรับปรุงอาคาร และระบบสาธารณูปโภค (E&M) เช่น ลิฟต์ บันไดเลื่อน รวมถึงปรับให้รองรับเรื่องแผ่นดินไหวเพิ่มเติม โดยจะใช้เวลาปรับปรุง 4 ปี

"การต่อสัญญากับกลุ่มเซ็นทรัลไม่ต้องเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) เนื่องจากมีกฎหมายของ รฟท. ในการใช้ประโยชน์ที่ดินอยู่แล้ว อีกทั้ง SRTA ยังจัดตั้งขึ้นเพื่อบริการสินทรัพย์ของ รฟท." นายอนันต์ กล่าว

โดยมีหลักการบริหารสินทรัพย์2 รูปแบบ คือ

1.นำสัญญาของ รฟท.ไปเช่าช่วง ไม่ต้องเสนอ ครม. 2.หากนำที่ดินไปเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนแบบ PPP และ SRTA มีการใช้งบประมาณลงทุนร่วมด้วย จำเป็นต้องเสนอขออนุมัติจากบอร์ด รฟท. กระทรวงคมนาคม และรายงานสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.)

ขณะเดียวกัน SRTA ได้ส่งแผนบริหารสินทรัพย์ที่ดินของการรถไฟฯ มาเสนอบอร์ดแล้ว ซึ่งมีอีกหลายแปลงที่มีศักยภาพในการพัฒนา ก่อนหาผู้ประกอบการมาลงทุน เช่น ที่ดินย่านสถานีแม่น้ำและที่ดินหัวมุม อตก.

รายงานข่าวจาก รฟท. ระบุว่า การลงนามต่อสัญญาเช่าที่ดินเซ็นทรัลลาดพร้าว มีการลงนามเมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา เวลา 09.31 น. โดยมีนายทรงยศินทร์ ชนปทาธิป รักษาการกรรมการผู้จัดการบริษัท SRTA จำกัด

และนายปริญญ์ จิราธิวัฒน์ รองประธานกลุ่มเซ็นทรัล โดยมีนางสาวไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล ประธานกรรมการ บริษัท SRTA จำกัด นางสาวสุกุลยา เอื้อวัฒนะสกุล นายสุภรัฐ จิราธิวัฒน์ และนายปัณฑิต มงคลกุล ร่วมเป็นสังขีพยาน

สำหรับสัญญาเช่าที่ดินเซ็นทรัลลาดพร้าว รวมประมาณ 42,000 ล้านบาท ตลอดอายุสัญญาเช่า ประกอบด้วย ค่าเช่าที่ดิน 39,800 ล้านบาท ค่าธรรมเนียม 2,700 ล้านบาท ซึ่งจะมีการทยอยจ่ายเริ่มต้นปีแรก ประมาณ 1,300 ล้านบาท และปรับขึ้นในช่วง 10 ปีหลัง ตั้งแต่ปีที่ 21 - ปีที่ 30 ค่าเช่าเฉลี่ยจะปรับไปอยู่ที่กว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี จนครบสัญญา