thansettakij
thansettakij
‘คมนาคม’ เปิดแผนลงทุนบิ๊กโปรเจ็กต์ 1.96 ล้านล้าน ดันแลนด์บริดจ์ เรือธงรัฐบาลอนุทิน 2

‘คมนาคม’ เปิดแผนลงทุนบิ๊กโปรเจ็กต์ 1.96 ล้านล้าน ดันแลนด์บริดจ์ เรือธงรัฐบาลอนุทิน 2

07 เม.ย. 69 | 06:30 น.
อัปเดตล่าสุด :07 เม.ย. 69 | 08:51 น.

‘คมนาคม’ กางแผนลงทุน 6 บิ๊กโปรเจ็กต์ยักษ์ หนุนแลนด์บริดจ์ 9.9 แสนล้าน เชื่อม 2 ท่าเรือ เตรียมเปิดประมูลปลายปี 70 เร่งไฮสปีดเฟส 2-ทางคู่สายใต้ ดันสร้างสวนสนุกระดับโลก จูงใจเอกชนลงทุนเชื่อม 3 สนามบิน กระตุ้นเศรษฐกิจระยะยาว

KEY

POINTS

  • กระทรวงคมนาคมเปิดแผนลงทุน 6 โครงการใหญ่ มูลค่ารวม 1.96 ล้านล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
  • ผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์เชื่อมทะเลอ่าวไทย-อันดามัน วงเงิน 9.97 แสนล้านบาท เป็นโครงการเรือธงของรัฐบาล คาดว่าจะเปิดประมูลได้ปลายปี 2570
  • เร่งรัดโครงการสำคัญอื่น ๆ ได้แก่ รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน (ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย), รถไฟทางคู่สายใต้ และรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม  เปิดเผยว่า สำหรับโครงการลงทุนของกระทมรวงคมนาคมที่เร่งรัดการผลักดันในรัฐบาลนายอนุทิน 2 จำนวน 6  โครงการ วงเงินประมาณ 1.96 ล้านล้านบาท  โดยโครงการแรกคือ โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน) หรือโครงการแลนด์บริดจ์ 9.97 แสนล้านบาท ยังคงเป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาลที่มีการส่งต่อความต่อเนื่องมาตั้งแต่รัฐบาลก่อนหน้า

“โครงการฯ มีความคุ้มค่าต่อการลงทุนแน่นอน ซี่งจะช่วยสร้างงานเพิ่มขึ้นกว่าแสนอัตรา ส่วนความล่าช้าในการขนถ่ายสินค้าเมื่อเทียบกับสถิติการถ่ายลำเรือในสิงคโปร์ที่สูงถึง 90% การใช้เวลาผ่านแลนด์บริดจ์ของไทยถือว่าไม่เสียเวลาและเป็นโอกาสในการเชื่อมมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิกเข้าด้วยกัน” นายพิพัฒน์ กล่าว 

นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า ทั้งนี้ตามแผนของสนข. ได้เริ่มเตรียมความพร้อมด้านเอกสารประกวดราคาไว้ล่วงหน้าแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนในการจัดทำเอกสารและเตรียมการต่าง ๆ ซึ่งจะเริ่มเปิดประมูลได้ในช่วงปลายปี 2570 จากนั้นจะตรวจสอบเอกสารและลงนามในสัญญาโครงการฯแล้ว ก่อนเริ่มดำเนินการก่อสร้างเฟสแรกได้ภายในปี 2571 ระยะเวลาการก่อสร้าง 4 ปี ก่อนเปิดให้บริการต่อไป
 

ต่อมาโครงการที่สอง คือ โครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพฯ-หนองคาย ระยะ (เฟส) ที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย วงเงิน 3.4 แสนล้านบาท ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการฯแล้ว โดยปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อยู่ระหว่างการจัดทำขอบเขตของงานและราคากลาง รวมถึงการจัดทำรายละเอียดสัญญาก่อนเปิดประมูลงานโยธาต่อไป 

นอกจากนี้ยังมีโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 สายใต้ วงเงิน   ล้านบาท  ประกอบด้วย 1.ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กม. วงเงิน 30,422 ล้านบาท 2.ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 66,270 ล้านบาท และช่วง 3.ชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 7,772 ล้านบาท 

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน วงเงิน 2.24 แสนล้านบาท และแผนการดึงดูดการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)นั้น ยืนยันไม่แก้ไขสัญญาไฮสปีด 3 สนามบิน เพราะจะนำไปสู่การฟ้องร้องจากผู้ยื่นประมูลรายอื่นที่ได้
 


“ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ทุกอย่างต้องดำเนินไปตามสัญญาเดิมที่ประมูลไว้ หลังเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 อาจมีจำนวนผู้เดินทางเข้าประเทศน้อยลงหรือการประเมินผลในช่วงก่อนหน้าอาจคลาดเคลื่อนไปบ้าง แต่รัฐบาลจะพยายามหาวิธีการเพิ่มจำนวนผู้มาใช้บริการรถไฟความเร็วสูงและสนามบินอู่ตะเภาให้ได้มากที่สุดแทนการแก้สัญญา” นายพิพัฒน์ กล่าว

ทั้งนี้กระทรวงฯมีนโยบายผลักดันโครงการ Entertainment Complex ด้านกีฬา และโครงการสวนสนุกขนาดใหญ่ในพื้นที่ วงเงิน 3 แสนล้านบาท เพื่อจูงใจให้คนเดินทางมายังสนามบินอู่ตะเภามากขึ้น โดยเน้นโครงการดึงดูดนักท่องเที่ยวระดับโลก ปัจจุบันเตรียมเชิญชวนนักลงทุนมาสร้างสนามกีฬาแบบครบวงจร (Compact) ในลักษณะของความบันเทิงที่ไม่มีคาสิโน

สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนโครงการเหล่านี้ นายพิพัฒน์ ระบุว่า หากนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาผู้แทนราษฎรเสร็จแล้ว  เบื้องต้นจะเชิญทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EEC และรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลหารือร่วมกันเพื่อเดินหน้าเชิญชวนนักลงทุนอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายหลัก คือ การเติมผู้ใช้บริการเข้าไปในพื้นที่ EEC ให้มากที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นการก่อสร้างโครงการต่างๆ ได้ตามแผน