thansettakij
thansettakij
‘พิพัฒน์’ ประกาศดันแพ็กเกจค่าโดยสาร-มาตรการอุ้มภาคขนส่ง แก้พิษน้ำมันแพง

‘พิพัฒน์’ ประกาศดันแพ็กเกจค่าโดยสาร-มาตรการอุ้มภาคขนส่ง แก้พิษน้ำมันแพง

07 เม.ย. 69 | 04:25 น.
อัปเดตล่าสุด :07 เม.ย. 69 | 04:39 น.

‘พิพัฒน์’ จับมือ 3 รมช. เริ่มปฏิบัติหน้าที่ทางการ ชูนโยบายดันแพ็กเกจค่าโดยสารสาธารณะ เร่งเข็น พรบ.ราง-ตั๋วร่วม ชงครม.ไฟเขียว ลุ้นคลอดมาตรการอุ้มภาคขนส่ง หลังราคาน้ำมันพุ่งต่อเนื่อง เผยปรับลดงบประมาณ ส่อกระทบงบปี 70

KEY

POINTS

  • นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม พร้อมทีมรัฐมนตรีช่วยฯ เข้าปฏิบัติหน้าที่วันแรก ชูนโยบายเร่งด่วนเพื่อลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนจากปัญหาราคาน้ำมันแพง
  • เตรียมผลักดันแพ็กเกจลดค่าโดยสารขนส่งสาธารณะ ทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ และเรือ โดยกำลังพิจารณาแนวทางค่าโดยสารรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน เพื่อขยายผลจากสายสีม่วงและสีแดง
  • มีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการภาคขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โดยจะพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามความเดือดร้อน

วันนี้ (7 เมษายน 2539) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้นำทีมรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม 3 คน ประกอบด้วย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ , นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ และ นายสรรเพชญ บุญญามณี เข้าร่วมเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงและเริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการในวันแรก

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในภาวะวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจโลก หลังจากเข้าถวายสัตย์แล้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงเข้าทำงานพร้อมกัน โดยไม่ต้องถือฤกษ์ยาม เพราะถือว่าวันที่เข้าทำงานเป็นวันฤกษ์สะดวกที่ดีที่สุดในการแก้ปัญหาให้ประชาชน

ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมมีแพ็คเกจลดค่าโดยสารสาธารณะครอบคลุมทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ และเรือโดยสาร เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน ปัจจุบันการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และกรมการขนส่งทางราง (ขร.) อยู่ระหว่างการพิจารณาผลักดันค่าโดยสาร 40 บาทตลอดวันหรือการแบ่งโซน (Zoning)

ล่าสุดกำลังพิจารณาว่าจะใช้แบบใดจะสร้างความคุ้มค่าและประหยัดที่สุดสำหรับผู้ใช้บริการ เพื่อขยายผลไปยังรถไฟฟ้าสีอื่นๆ จากปัจจุบันได้เริ่มใช้มาตรการค่าโดยสาร 40 บาท โดยนำร่องในรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีแดง ซึ่งพบว่ามีผู้มาใช้บริการเพิ่มมากขึ้นอย่างน่าพอใจ

อย่างไรก็ดีนโยบายเรือธงสำคัญที่จะทำให้มาตรการนี้ยั่งยืนคือ การผลักดันพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 พรบ. ราง และพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างรอจัดทำกฎหมายลูก จากนั้นกระทรวงคมนาคมเตรียนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อประกาศใช้ทันที โดยกฎหมายเหล่านี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในระบบขนส่งมวลชนได้ครอบคลุมทั้งระบบบก-น้ำ-ราง 

ขณะที่การซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้านั้น นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในเรื่องนี้จำเป็นต้องดำเนินการเพื่อให้สามารถบริหารจัดการนโยบาย ระบบตั๋วร่วมได้ ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการหารือกับภาคเอกชนผู้รับสัมปทาน เนื่องจากมีองค์ประกอบของบริษัทเอกชนหลายราย จึงต้องใช้เวลาในการหาข้อสรุปที่เหมาะสมร่วมกัน

 

‘พิพัฒน์’ ประกาศดันแพ็กเกจค่าโดยสาร-มาตรการอุ้มภาคขนส่ง แก้พิษน้ำมันแพง

 

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนมาตรการช่วยภาคขนส่งสาธารณะที่ได้รับผลกระทบ หลังเกิดสงครามตะวันออกกลาง ทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นต่อเนื่องนั้น อยู่ระหว่างการพิจารณาในหลายมิติเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นภาคการขนส่งสินค้าหรือขนส่งมวลชน ซี่งจะพิจารณาตามความเดือดร้อนของแต่ละภาคส่วนที่ไม่เท่าเทียมกัน เนื่องจากสภาวะราคาน้ำมันที่ขยับตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้มีการปรับเพิ่มเกณฑ์การช่วยเหลือ และรัฐบาลจะเข้าไปอุดหนุนในรูปแบบใด

ทั้งนี้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 กระทรวงคมนาคมมีนโยบายชัดเจนจะไม่มีการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อลดภาระให้แก่ประชาชนที่ต้องเดินทาง ซึ่งได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก และบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ดำเนินการนำเงินกองทุนมาใช้ในการสนับสนุนและชดเชยส่วนต่างที่เกิดขึ้น ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบในส่วนนี้เอง

“ขณะนี้งบประมาณเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด จำเป็นต้องหารือและทำงานร่วมกับกระทรวงการคลังอย่างใกล้ชิด เพื่อหาข้อสรุปเรื่องงบประมาณที่จะนำมาใช้ชดเชยหรือช่วยเหลือในแต่ละส่วน คาดว่าจะประกาศมาตรการต่างๆ ออกมาทันที หลังการแถลงนโยบายรัฐบาลแล้วเสร็จ” นายพิพัฒน์ กล่าว

 

‘พิพัฒน์’ ประกาศดันแพ็กเกจค่าโดยสาร-มาตรการอุ้มภาคขนส่ง แก้พิษน้ำมันแพง

 

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นการปรับลดงบประมาณเพื่อสอดรับวิกฤตพลังงงานในช่วงนี้ ยอมรับการปรับลดงบประมาณในปีนี้ อาจส่งผลกระทบต่อการจัดสรรงบประมาณในปี 2570 เนื่องจากงบประมาณมีจำนวนจำกัด หากงบประมาณไม่เพียงพอ เบื้องต้นกระทรวงต้องหาช่องทางหรือวิธีการบริหารจัดการอื่นๆ เข้ามาช่วย เพื่อให้นโยบายต่างๆ สามารถเดินหน้าต่อไปได้ตามเป้าหมาย

สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านงบประมาณ ซึ่งในการประชุม ครม. นัดแรก โดยกระทรวงคมนาคมจะเสนอกรอบงบประมาณปี 2570 ทันที เนื่องจากในปัจจุบันมีแผนงานการลงทุนที่ชัดเจนไว้แล้ว