
คมนาคม อุ้มภาคขนส่ง จ่อลดดีเซล 4- 6 บาท แจกเงินไรเดอร์ 300 เริ่ม 1 เม.ย.นี้
ส่องมาตรการ 'คมนาคม' ช่วยเหลือภาคขนส่งฝ่าวิกฤตพลังงาน ลุยลดต้นทุนน้ำมันกลุ่มรถบรรทุก 6 บาทต่อลิตร แจกเงินรถตู้-ไรเดอร์ 300 บาท ดีเดย์ 1-30 เม.ย. นี้ หวังลดค่าครองชีพ
KEY
POINTS
- กระทรวงคมนาคมออกมาตรการช่วยเหลือภาคขนส่งเพื่อลดผลกระทบจากราคาน้ำมัน เริ่ม 1 เมษายน นี้
- สนับสนุนส่วนลดราคาน้ำมันดีเซลสำหรับรถบรรทุก 6 บาทต่อลิตร และรถโดยสารสาธารณะ 4 บาทต่อลิตร
- มอบเงินช่วยเหลือกลุ่มไรเดอร์ 300 บาทต่อคนต่อเดือน และรถตู้โดยสาร 300 บาทต่อคันต่อวัน
- ยืนยันตรึงราคาค่าโดยสารรถ บขส. และรถร่วมฯ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยรัฐบาลจะช่วยชดเชยส่วนต่างให้
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม เตรียมพร้อมมาตรการช่วยเหลือผลกระทบด้านราคาน้ำมันของภาคขนส่ง ซึ่งจะดำเนินการช่วยเฉพาะกลุ่มเปราะบางต่อราคาสินค้าและการเดินทางของประชาชน
ทั้งนี้กระทรวงฯ ได้พิจารณามาตรการช่วยเหลือโดยเป็นการสนับสนุนเท่าที่ดำเนินการจริงจากระบบ GPS และระบบติดตามการทำงานจริง ระหว่างวันที่ 1 – 30 เม.ย.2569 โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่
สำหรับกลุ่มแรก คือ กลุ่มรถบรรทุกไม่ประจำทาง (ป้ายเหลือง 70) หรือกลุ่มรถบรรทุกขนส่งสินค้า ซึ่งมีจำนวน 287,175 คัน
ทั้งนี้จากข้อมูล GPS ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) พบว่ามีเที่ยววิ่งเฉลี่ย 31 ล้านกิโลเมตรต่อวัน อัตราสิ้นเหลืองเฉลี่ย 4 กิโลเมตรต่อลิตร ประมาณปริมาณการใช้น้ำมันรวม 7.8 ล้านลิตรต่อวัน โดยรัฐบาลจะให้การสนับสนุนต้นทุนค่าใช้จ่ายน้ำมันในราคา 6 บาทต่อลิตร
ขณะเดียวกันกระทรวงฯ มีเป้าหมายสนับสนุนค่าใช้จ่ายของกลุ่มนี้ เพื่อลดต้นทุนการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ป้องกันการปรับขึ้นราคาสินค้าที่จะกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน
ส่วนกลุ่มที่สอง คือ กลุ่มรถโดยสารสาธารณะและไรเดอร์ โดยมีการสนับสนุนแยกประเภท ดังนี้
- รถโดยสารหมวด 2 และ 3 จำนวน 11,395 คัน รัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่าย 4 บาทต่อลิตร
- รถโดยสารหมวด 4 (เช่น รถตู้) จำนวน 19,414 คัน รัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่าย 300 บาทต่อคันต่อวัน
- รถกลุ่ม Rider จำนวน 114,653 คัน รัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่าย 300 บาทต่อคันต่อเดือน
อย่างไรก็ดีกระทรวงฯ มีเป้าหมายสนับสนุนค่าใช้จ่ายของกลุ่มนี้ เพื่อตรึงราคาค่าโดยสารและจูงใจการใช้รถโดยสารสาธารณะ ลดภาระค่าใช้จ่ายการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์
ทั้งนี้หลักการมาตรการฯนี้ โดยรัฐบาลจะจ่ายตามการวิ่งจริงโดยจะมีการตรวจจับ (Tracking) จากระบบติดตามของ ขบ.ที่มีอยู่แล้ว จะไม่ใช่การเหมาจ่าย
ขณะที่ผู้ประกอบการกลุ่มใดที่ยังไม่มี GPS จะมีการนำระบบ QR Code ติดที่รถ เพื่อทำการแท็กข้อมูลแทนในการตรวจจับการให้บริการและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนของระบบขนส่งมวลชน เช่น บขส. หรือรถร่วม บขส. ที่วิ่งข้ามภาคและระหว่างจังหวัด กระทรวงฯ ขอยืนยันว่าจะไม่มีการขึ้นค่าโดยสารเด็ดขาดในช่วงสงกรานต์นี้
ทั้งนี้ยังคงใช้อัตราค่าโดยสารภายใต้ฐานต้นทุนราคาน้ำมันที่ 33 บาท ส่วนต่างราคาน้ำมันนอกเหนือจากนั้นรัฐบาลจะเข้าไปช่วยชดเชยให้ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.นี้ เป็นต้นไป เพื่อให้ประชาชนจะได้ใช้บริการในราคาเดิม ไม่เกิดผลกระทบในการเดินทาง
“นี่คือการประกาศครั้งแรก ซึ่งเป็นการช่วยเหลือแบบพุ่งเป้าไปที่กลุ่มเปราะบางโดยเฉพาะ ส่วนกลุ่มรถบัสไม่ประจำทางหรือรถบัสนักท่องเที่ยวนั้น ตอนนี้เรากำลังประชุมร่วมกับปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวเพื่อหาตัวเลขที่สมดุลและคิดสูตรการช่วยเหลือที่เหมาะสมต่อไป” นายพิพัฒน์ กล่าว






