thansettakij
thansettakij
'สนข.' ชงรัฐบาลใหม่จุดพลุ ‘แลนด์บริดจ์’ 9.9 แสนล้านบาท

'สนข.' ชงรัฐบาลใหม่จุดพลุ ‘แลนด์บริดจ์’ 9.9 แสนล้านบาท

12 มี.ค. 2569 | 22:00 น.

สนข. เปิดแผนคืบหน้าแลนด์บริดจ์ มูลค่า 9.9 แสนล้านบาท เร่งชงบอร์ด-ครม.ใหม่ ไฟเขียวกฎหมาย คาดบังคับใช้ต้นปี 2570 รับไทม์ไลน์ขยับช้ากว่าเดิมเล็กน้อย หลังยุบสภา

KEY

POINTS

  • สนข. เตรียมเสนอโครงการแลนด์บริดจ์เชื่อมทะเลอันดามัน-อ่าวไทย (ระนอง-ชุมพร) มูลค่า 9.9 แสนล้านบาท ให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณา
  • โครงการจะขับเคลื่อนผ่านร่าง พ.ร.บ. เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ต้นปี 2570 และเริ่มก่อสร้างเฟสแรกปี 2571
  • รูปแบบการลงทุนจะเป็นแบบรัฐร่วมทุนกับเอกชน (PPP Net Cost) สัญญาสัมปทาน 50 ปี โดยมีเป้าหมายยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางโลจิสติกส์โลก

จากผลการเลือกตั้ง 2569 โดย “พรรคภูมิใจไทย” คว้าอันดับหนึ่งขึ้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ พร้อมล็อกเป้าคุมกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นกระทรวงเกรดเอบวกอย่างเต็มรูปแบบ

ล่าสุดพรรคภูมิใจไทยยังประกาศเดินหน้าอภิมหาโปรเจ็กต์อย่าง ‘แลนด์บริดจ์’ (Landbridge) หรือโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ระหว่างทะเลอันดามันกับอ่าวไทย มูลค่าการลงทุนกว่า 9.9 แสนล้านบาททันที

โดยชูธงนโยบาย พูดแล้วทำพลัส สานต่อยุทธศาสตร์เชื่อมฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน (ระนอง-ชุมพร) เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่ฮับโลจิสติกส์โลก

ที่ผ่านมาจากการโรดโชว์พบว่ามีนักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างชาติที่สนใจโครงการแลนด์บริดจ์ เช่น บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ไชน่า ฮาร์เบอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัดบริษัท ดีพี เวิลด์ โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด

บริษัท ทรานส์เวิลด์ จีแอสเอส (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท มิตซุยแอนด์คัมปนี (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท สหไทย เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) และ European Association for Business and Commerce

อย่างไรก็ดียังมีเอกชนผู้ประกอบการสายการเดินเรือที่สนใจ เช่น บริษัท เมดิเตอร์เรเนียน ชิปปิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เอชเอ็มเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เอเวอร์กรีน ชิปปิ้ง เอเยนซี่ (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัท อีสเทิร์น ซี แหลมฉบัง เทอร์มินัล จำกัด

สนข.ชงร่าง พ.ร.บ.เอสอีซี

นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ความคืบหน้าล่าสุดของโครงการแลนด์บริดจ์ในขณะนี้โครงการยังอยู่ในขั้นตอนของการเตรียมเสนอร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เขตพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC)

ทั้งนี้จะต้องรอการประชุมให้รัฐบาลใหม่ตั้งคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กพศ.) ขึ้นมาเพื่อพิจารณาเนื้อหาของโครงการให้ครบถ้วน หลังจากนั้นจะดำเนินการเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่พิจารณาเห็นชอบต่อไป

นายจิรโรจน์ ประเมินว่าหากร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องของโครงการแลนด์บริดจ์ผ่านความเห็นชอบจากครม.แล้ว ในขั้นตอนต่อไป ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาตามลำดับ โดยคาดการณ์ว่า พ.ร.บ.ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ พ.ศ….. หรือ พ.ร.บ.SEC จะสามารถประกาศมีผลบังคับใช้ได้ตามกฎหมายภายในช่วงต้นปี 2570

อย่างไรก็ดีเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว ขั้นตอนต่อมาตั้งเร่งการจัดตั้งสำนักงาน SEC ขึ้นมา เพื่อรับผิดชอบโครงการโดยเฉพาะ ซึ่งในระหว่างนี้ สนข. ได้เริ่มเตรียมความพร้อมด้านเอกสารประกวดราคาไว้ล่วงหน้าแล้ว คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนในการจัดทำเอกสารและเตรียมการต่าง ๆ ซึ่งจะเริ่มเปิดประมูลได้ในช่วงปลายปี 2570

ประมูลสร้างเฟสแรกปี 71

สำหรับรูปแบบการลงทุนของโครงการแลนด์บริดจ์ เบื้องต้นรัฐจะใช้โมเดลการลงทุนแบบรัฐลงทุนร่วมกับเอกชนในลักษณะ PPP Net Cost มีสัญญาสัมปทานระยะยาว 50 ปี โดยรัฐบาลรับภาระเฉพาะการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ส่วนภาคเอกชนจะเป็นผู้รับผิดชอบงานออกแบบ ก่อสร้าง และบริหารจัดการโครงการทั้งหมด ในรูปแบบ One Port Two Sides เชื่อมท่าเรือระนองและชุมพร เพื่อดึงดูดกลุ่มทุนเดินเรือระดับโลก

ทั้งนี้ตามแผนหลังจากผ่านกระบวนการเปิดประมูล ตรวจสอบเอกสารและลงนามในสัญญาโครงการฯแล้ว ก่อนเริ่มดำเนินการก่อสร้างเฟสแรกได้ภายในปี 2571 ระยะเวลาการก่อสร้าง 4 ปี

“ยอมรับว่าปัจจุบันมีความล่าช้ากว่าแผนเดิมที่เคยตีกรอบไว้ เนื่องจากรัฐบาลก่อนหน้านี้เตรียมเสนอสภาผู้แทนราษฎรแต่ยุบสภาก่อน ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับขีดความสามารถของเอกชนผู้ชนะการประมูล หากมีความพร้อมและต้องการเร่งดำเนินการให้เร็วขึ้นก็สามารถทำได้” นายจิรโรจน์ กล่าว

ลงพื้นที่ทำความเข้าใจ

ส่วนประเด็นเสียงคัดค้านของประชาชนในพื้นที่นั้น ยอมรับว่าปัจจุบันยังคงมีกลุ่มผู้คัดค้านอยู่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางหน่วยงานไม่ได้นิ่งนอนใจและพยายามลงพื้นที่เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้โครงการฯสามารถดำเนินต่อไปได้ตามเป้าหมาย

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ก่อนหน้านี้จากการศึกษาสนข.ได้มีการปรับลดมูลค่าการลงทุนของโครงการจากเดิมที่มีมูลค่าถึง 1.19 ล้านล้านบาท เหลือเพียง 9.97 แสนล้านบาท เพื่อสอดรับกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้ระยะเวลาการก่อสร้างโครงการเหลือเพียง 3 ระยะ จากเดิมที่มี 4 ระยะ

ส่วนแผนพัฒนาท่าเรือแลนด์บริดจ์ใหม่ ได้ปรับขนาดการก่อสร้างให้ลดลงจากเดิม เช่น ระยะที่ 1 สามารถรองรับตู้สินค้าสูงสุด 4 ล้าน TEUs จากแผนเดิมลงทุนก่อสร้างระยะที่ 1 เพื่อรองรับตู้สินค้าสูงสุด 6 ล้าน TEUs โดยแผน ลงทุนทั้งหมดยังคงเป้าหมายพัฒนาแลนด์บริดจ์รองรับตู้สินค้าสูงสุด 20 ล้าน TEUs

ทั้งนี้จากผลการศึกษาของโครงการแลนด์บริดจ์พบว่า อัตราผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ (EIRR) อยู่ที่ 14.77% อัตราผลประโยชน์ทางด้านการเงิน อยู่ที่ 4.57%

ขณะที่มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (NPV) อยู่ที่ 307,568 ล้านบาท และ อัตราส่วนผลประโยชน์ต่อต้นทุน (B/C Ratio) อยู่ที่ 1.18

รูปแบบโครงการแลนด์บริดจ์

สำหรับการการประมาณมูลค่าโครงการแลนด์บริดจ์ วงเงินรวม 997,680 ล้านบาท แบ่งเป็น

1.การก่อสร้างท่าเรือชุมพร วงเงิน 217,753 ล้านบาท 2.การก่อสร้างท่าเรือระนอง วงเงิน 216,793 ล้านบาท

3.พื้นที่เปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้าฝั่งชุมพร (SRTO) วงเงิน 42,755 ล้านบาท 4.พื้นที่เปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้าฝั่งระนอง (SRTO) วงเงิน 40,024 ล้านบาท

5.ทางรถไฟขนาด 1.435 เมตร วงเงิน 109,282 ล้านบาท 6.ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) วงเงิน 162,191 ล้านบาท และ 7.การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และพื้นที่อเนกประสงค์ 2 ฝั่งท่าเรือ วงเงิน 208,880 ล้านบาท

หน้า 12 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 46 ฉบับที่ 4,183 วันที่ 15 -18 มีนาคม พ.ศ. 2569