thansettakij
thansettakij
กรมราง เปิดโมเดล 'เก็บเงินค่ารถไฟฟ้าแบบแบ่งโซน' สรุปชงรัฐบาลปลายปี 69

กรมราง เปิดโมเดล 'เก็บเงินค่ารถไฟฟ้าแบบแบ่งโซน' สรุปชงรัฐบาลปลายปี 69

12 มี.ค. 2569 | 07:23 น.
อัปเดตล่าสุด :12 มี.ค. 2569 | 07:38 น.

กรมราง เดินหน้าศึกษาโมเดลค่าโดยสารราคาเดียวทั่วกรุงฯ เล็งใช้ระบบแบ่งโซน-คุมเวลาเดินทาง จาอชงคมนาคมเคาะปลายปี 69 หนุนซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้ากลับมาเป็นของรัฐ

KEY

POINTS

  • กรมการขนส่งทางราง (ขร.) กำลังศึกษาโมเดลการเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าแบบแบ่งเขตพื้นที่ (Zonal Fare) เพื่อแก้ปัญหาค่าโดยสารราคาสูง
  • รูปแบบที่กำลังพิจารณามี 2 แนวทางหลัก คือ แบ่งโซนตามพื้นที่ และคิดตามระยะเวลาเดินทาง โดย ขร. มองว่าแบบคิดตามเวลามีความเป็นธรรมและเข้าใจง่ายที่สุด
  • เป้าหมายของระบบใหม่คือเพื่อลดภาระค่าเดินทางระยะไกลของผู้โดยสาร และลดภาระเงินอุดหนุนของภาครัฐ
  • คาดว่าจะสามารถสรุปผลการศึกษาและเสนอรูปแบบค่าโดยสารใหม่ต่อรัฐบาลเพื่อพิจารณาได้ภายในปลายปี 2569

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เปิดเผยว่า ภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมกลุ่มย่อยเพื่อรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 1 โครงการศึกษาการกำหนดอัตราค่าโดยสารขนส่งมวลชนระบบรางแบบเขตพื้นที่ (Zonal Fare) ตามเขตพื้นที่จัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านเข้าพื้นที่จราจรหนาแน่นนั้น

ที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมจึงมีแนวคิดซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้ากลับมาเป็นของรัฐเพื่อให้รัฐเป็นผู้บริหารจัดการรายได้และกำหนดค่าโดยสารเอง เพื่อให้สามารถใช้นโยบายนี้ได้กับรถไฟฟ้าทุกสายทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยไม่สร้างภาระหนี้สาธารณะหรือเงินอุดหนุนจากภาครัฐที่สูงเกินไป

ทั้งนี้กรมการขนส่งทางรางจึงเร่งศึกษาแนวทางการกำหนดอัตราค่าโดยสารรูปแบบใหม่ ได้แก่ การจัดเก็บค่าโดยสารตามระยะทาง แบบคงที่ และแบบเขตพื้นที่ (Zonal Fare) โดยจะพิจารณาควบคู่กับแนวทางการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านเข้าพื้นที่จราจรหนาแน่น (Congestion Charge) เพื่อให้ครอบคลุมโครงข่ายรถไฟฟ้าทั้ง 8 เส้นทางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

สำหรับการศึกษาโครงสร้างค่าโดยสารใหม่ แบ่งเป็นโซน (Zoning) เพื่อให้สอดคล้องกับระยะทางและต้นทุนที่แท้จริง ซึ่งปัจจุบันมี 2 รูปแบบหลักที่กำลังศึกษาคือ

1. การแบ่งโซนตามพื้นที่หรือสถานี (Area-based Zone)

2. การคิดค่าโดยสารตามระยะเวลาการเดินทาง (Time-based Zone) เช่น ภายใน 60 นาที คิดอัตราหนึ่ง หากเกินเวลาที่กำหนดจะคิดอีกอัตราหนึ่ง

 

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง

"เรามองว่าระบบการคิดค่าโดยสารตามระยะเวลาการเดินทาง มีความเป็นธรรมและเข้าใจง่ายที่สุด ประชาชนจะไม่เกิดความขัดแย้งเรื่องระยะทาง" นายพิเชฐ กล่าว

อย่างไรก็ดีจากการเก็บข้อมูลพบว่าค่าเฉลี่ยการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าของคนกรุงเทพฯ อยู่ที่ประมาณ 8 สถานี หรือ 11.25 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางราว 20-25 นาทีเท่านั้น

 

กรมราง เปิดโมเดล 'เก็บเงินค่ารถไฟฟ้าแบบแบ่งโซน' สรุปชงรัฐบาลปลายปี 69

ทั้งนี้หากกำหนดฐานเวลาไว้ที่ 1 ชั่วโมง คนส่วนใหญ่จะไม่ได้รับผลกระทบ และยังคงจ่ายค่าโดยสารในอัตราต่ำตามนโยบายรัฐบาลได้

นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า กรมฯ ยังได้ทำงานร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ที่กำลังศึกษาเรื่อง ค่าธรรมเนียมการขับรถเข้าเขตพื้นที่รถติด (Congestion Charge) เพื่อนำข้อมูลพื้นที่โซนนิ่งมาปรับใช้ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสนระหว่างโซนของรถยนต์และโซนของรถไฟฟ้า

ขณะเดียวกันจากการคำนวณเบื้องต้น หากใช้ค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย รัฐอาจต้องใช้เงินอุดหนุนสูงถึง 8,000 ล้านบาทต่อปี แต่หากปรับเป็น 40 บาทตลอดวัน จะช่วยลดภาระการอุดหนุนของภาครัฐ

นอกจากนี้หากมีการจัดโซนนิ่งที่เหมาะสมในอนาคตหลังจากซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าได้ทั้งหมด จะช่วยให้ประชาชนที่เดินทางไกล ซึ่งปัจจุบันต้องจ่ายค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงถึง 130-200 บาทต่อวัน (ไป-กลับ) เหลือเพียง 50-80 บาทเท่านั้น ซึ่งเป็นระดับที่ประชาชนรับได้และรัฐไม่ต้องแบกภาระหนัก

"กระบวนการซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายและการจัดตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆ พิจารณา เนื่องจากเป็นโครงการที่ผูกพันงบประมาณข้ามปี" นายพิเชฐ กล่าว

อย่างไรก็ตามหลังจากการเปิดรับฟังความเห็นในครั้งนี้กรมฯจะนำข้อมูลที่ได้รับไปวิเคราะห์และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อกำหนดอัตราค่าโดยสารระบบรางที่เหมาะสม เป็นธรรม และสนับสนุนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะอย่างยั่งยืนต่อไป

นายพิเชฐ กล่าวต่อว่า ตามแผนกรมฯ คาดว่าจะได้ข้อสรุปผลการศึกษาเรื่องโซนนิ่งและรูปแบบค่าโดยสารให้ชัดเจนเพื่อเสนอต่อกระทรวงคมนาคมภายในปลายปีนี้ เพื่อเตรียมพร้อมสู่ขั้นตอนการออกกฎระเบียบและแนวทางปฏิบัติภายใต้นโยบายของรัฐบาลต่อไป

ส่วนมาตรการเร่งด่วนที่กำหนดมาตรการอัตราค่าโดยสารราคาเดียวแบบเหมาจ่ายรายวัน 40 บาท สำหรับการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างรถไฟชานเมืองสายสีแดงและรถไฟฟ้าสายสีม่วง โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ซึ่งจะสิ้นสุดในช่วงปี 2569 นั้น

ทั้งนี้คาดว่าอาจมีการเสนอให้ต่ออายุออกไปก่อนในระหว่างที่รอกระบวนการซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้า รวมถึงการตั้งคณะกรรมการเพื่อเจรจาสัญญาสัมปทานยังไม่มีความชัดเจน