
รฟท. เปิดเวทีแรก รับฟังความเห็นประชาชน ลุย ‘ต่อขยายสายสีแดง ศาลายา-นครปฐม’
รฟท. เปิดฉากปฐมนิเทศ ดัน ‘ต่อขยายสายสีแดง ศาลายา-นครปฐม’ กางไทม์ไลน์ทบทวนแบบเสร็จปี 70 ลุ้นตอกเสาเข็มปี 73 บูมเศรษฐกิจนครปฐม
KEY
POINTS
- รฟท. จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 1 สำหรับโครงการต่อขยายรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงศาลายา-นครปฐม
- เส้นทางส่วนต่อขยายมีระยะทางประมาณ 25.3 กิโลเมตร ประกอบด้วย 7 สถานี เชื่อมต่อจากสถานีศาลายาไปยังสถานีนครปฐม
- ตามแผนคาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2573 และสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2576
นายอรรถพล เก่าประเสริฐ วิศวกรใหญ่ฝ่ายโครงการพิเศษและก่อสร้าง การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า รฟท.ได้จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 (ปฐมนิเทศโครงการ) งานจ้างที่ปรึกษาเพื่อทบทวนแบบรายละเอียดและจัดทำเอกสารประกวดราคา โครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมืองร่วมกับรถไฟทางไกลเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงศาลายา-นครปฐม
สำหรับโครงการระบบรถไฟฟ้าชานเมืองร่วมกับรถไฟทางไกลเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนในเขต กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงศาลายา – นครปฐม เป็นส่วนต่อขยายจากโครงการระบบรถไฟชานเมือง(สายสีแดงอ่อน) ช่วงศิริราช – ตลิ่งชัน – ศาลายา และสถานีเพิ่มเติม 3 สถานี (สถานีพระราม 6 สถานีบางกรวย-กฟผ. สถานีบ้านฉิมพลี)
ทั้งนี้ตามแผนคาดว่าจะดำเนินการศึกษาทบทวนและออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จภายในปี 2570 จากนั้นขอความเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) ก่อนขออนุมัติดำเนินโครงการภายในปี 2572 และเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2573 ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 3.5–4 ปี สามารถเปิดให้บริการในปี 2576
“การเปิดรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ เพื่อนำเสนอข้อมูลรายละเอียดของการศึกษาโครงการต่อประชาชน หน่วยงานธุรกิจภาคเอกชน และทุกภาคส่วน และนำข้อคิดเห็นมาใช้ในการดำเนินโครงการให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้รายงานผลการศึกษาและวิเคราะห์โครงการมีความสมบูรณ์และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น” นายอรรถพล กล่าว
นอกจากนี้โครงการดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งในแผนการพัฒนาโครงข่ายรถไฟให้ครอบคลุมและเชื่อมโยงพื้นที่ทั่วประเทศ สามารถรองรับการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบได้อย่างไร้รอยต่อ (R-Map)
ที่ผ่านมาสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้เคยดำเนินโครงการศึกษาและออกแบบรายละเอียดระบบรถไฟฟ้าชานเมืองร่วมกับรถไฟทางไกลเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (รังสิต-สถานีชุมทางบ้านภาชี มักกะสัน-ฉะเชิงเทรา ตลิ่งชัน-นครปฐม และมหาชัย-ปากท่อ)ไว้เมื่อปี 2550
นายอรรถพล กล่าวต่อว่า ปัจจุบันสภาพภูมิประเทศทางกายภาพได้เปลี่ยนแปลงไป จึงจำเป็นต้องมีการทบทวนผลการศึกษา ทั้งในด้านความเหมาะสม รูปแบบโครงการ และผลกระทบอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้น
ทั้งนี้เพื่อนำไปใช้ประกอบการขออนุมัติดำเนินการก่อสร้างได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับบริบทเมือง การใช้ประโยชน์ที่ดิน และความต้องการเดินทางของประชาชนในปัจจุบัน
สำหรับแนวคิดเบื้องต้นของโครงการ ได้มีการออกแบบแนวเส้นทางรถไฟของโครงการ โดยจะออกแบบให้เชื่อมต่อกับโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ของการรถไฟฯที่ได้ดำเนินการไปแล้ว
ด้านแนวเส้นทางมีจุดเริ่มต้นโครงการฯ ที่บริเวณจุดสิ้นสุดของโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา ซึ่งเป็นทางวิ่งระดับพื้น กม. 23+000
ส่วนจุดสิ้นสุดโครงการฯ ที่บริเวณสถานีนครปฐม กม. 48+259 ระยะทางประมาณ 25.3 กิโลเมตร ประกอบด้วย สถานีรถไฟและที่หยุดรถ รวม 7 แห่ง ได้แก่ สถานีวัดสุวรรณ ที่หยุดรถคลองมหาสวัสดิ์ สถานีวัดงิ้วราย สถานีนครชัยศรี สถานีท่าแฉลบ สถานีต้นสำโรง และสถานีนครปฐม
นอกจากนี้ในกรณีศึกษาแหล่งโบราณคดีและประวัติศาสตร์ จะครอบคลุมพื้นที่ข้างละ 500 เมตร จากกึ่งกลางแนวเส้นทางโครงการทั้งสองฝั่งหรือมากกว่า
อย่างไรก็ดีหากพิจารณาแล้วเห็นว่าผลกระทบอาจจะไปถึง ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 21 ตำบล 4 อำเภอ 1 จังหวัด ประกอบด้วย อำเภอ เมืองนครปฐม 6 ตำบล อำเภอนครชัยศรี 12 ตำบล อำเภอพุทธมณฑล 2 ตำบล และอำเภอสามพราน 1 ตำบล










