

KEY
POINTS
นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 (M82) สายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ตอนที่ 7 หลังเกิดเหตุการณ์เครนถล่มนั้น
ขณะนี้การเทคอนกรีตเชื่อมสะพาน M82 ข้ามแม่น้ำท่าจีน เพื่อรื้อถอนนั่งร้านชั่วคราวและคืนผิวจราจรบนสะพาน ถ.พระราม 2
ส่วนการรื้อถอนคานโครงสร้างที่ได้รับความเสียหายจากเหตุเครน LG ถล่ม กำลังดำเนินไปตามแผนงานและมาตรการความปลอดภัยตามหลักวิศวกรรมที่วางไว้อย่างเคร่งครัด
สำหรับงานโครงสร้างสะพาน M82 ข้ามแม่น้ำท่าจีนปัจจุบันได้ดำเนินการเทคอนกรีตเชื่อมต่อโครงสร้างสะพานแล้วเสร็จ และเริ่มทำการรื้อถอนนั่งร้านชั่วคราวขนาดใหญ่ออกจากพื้นที่ คาดว่าจะแล้วเสร็จ กลางเดือนมีนาคม 2569
ทั้งนี้ในช่วงดังกล่าวจะสามารถคืนพื้นผิวจราจรบนสะพานให้รถวิ่งข้ามแม่น้ำได้สะดวกมากขึ้น ช่วยระบายปริมาณรถสะสมและลดปัญหาการจราจรในจุดวิกฤตที่เป็นคอขวดนี้ได้
นายปิยพงษ์ กล่าวต่อว่า งานรื้อถอนโครงสร้างคานคอนกรีตอัดแรงที่เสียหายจากเหตุเครน LG ถล่ม ปัจจุบันได้เคลื่อนย้าย LG มาติดตั้งบริเวณช่วง Span ที่จะรื้อถอนโครงสร้างคานที่เสียหายชุดแรก
นอกจากนี้ได้ติดตั้งอุปกรณ์ชุดแขวนชิ้นส่วนคานรูปกล่องแต่ละก้อน รวมถึงติดตั้งระบบตรวจวัดพฤติกรรมโครงสร้างในระหว่างปฏิบัติงานแบบ Real-time (Structural Health Monitoring) แล้วเสร็จเรียบร้อย
อย่างไรก็ดีตามแผนจะเริ่มขั้นตอนการปลดแรงในลวดอัดแรง (Tendon) และถ่ายน้ำหนัก (Load Transfer) ของ Segment ไปยังชุดแขวนฯ ในคืนวันที่ 19 - 20 ก.พ. 2569 นี้
นายปิยพงษ์ กล่าวต่อว่า จากนั้นจะเป็นขั้นตอนการตัดและยกชิ้นส่วนคานรูปกล่องทีละก้อนลงมา เพื่อขนย้ายออกจากพื้นที่ หลังจากนั้นจะเคลื่อนย้าย LG ไปติดตั้งบริเวณช่วง Span
เช่นเดียวกับการรื้อถอนโครงสร้างคานที่เสียหายชุดที่ 2 และดำเนินการตามขั้นตอนเดียวกันจนแล้วเสร็จต่อไป โดยคาดว่าการรื้อถอนโครงสร้างคานที่เสียหายทั้ง 2 ชุดจะแล้วเสร็จในช่วงกลางเดือนมีนาคม 2569 นี้ ซึ่งเร็วกว่าแผนเดิม ที่กำหนดไว้ (27 มี.ค. 2569) ประมาณ 2 สัปดาห์
ทั้งนี้การรื้อถอนโครงสร้างคานคอนกรีตอัดแรง จำเป็นต้องใช้เทคนิคด้านวิศวกรรมขั้นสูง จึงได้วางแผนเตรียมการอย่างรอบคอบรัดกุมและกำหนดมาตรการความปลอดภัย ภายใต้การกำกับดูแลของผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
"กรมทางหลวงขอยืนยันว่า ทุกขั้นตอนการดำเนินงานได้ผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบตามหลักวิชาการ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นที่ตั้ง และกำลังเร่งทำงานแข่งกับเวลาเพื่อคืนผิวจราจรให้ประชาชนเดินทางได้สะดวกขึ้นโดยเร็วที่สุด" นายปิยะพงษ์ กล่าว
นอกจากนี้ได้รับความร่วมมือจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ในการตรวจสอบขั้นตอนการปฏิบัติงาน (Method Statement) รวมถึงรายการคำนวณอย่างละเอียดก่อนเริ่มงาน พร้อมทั้งมีผู้ตรวจสอบอิสระเข้าร่วมตรวจสอบซ้ำและสังเกตการณ์ตลอดกระบวนการ
ขณะเดียวกันกำหนดให้มีการควบคุมการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด โดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่มีประสบการณ์ในการรื้อถอนโครงสร้างคานคอนกรีตอัดแรงในลักษณะเดียวกันนี้มาแล้ว
สำหรับการบริหารจัดการจราจรบนถนนพระราม 2 ช่วง กม.ที่ 29 - กม.ที่ 32 (บริเวณที่เกิดเหตุ รวมช่วงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน) ซึ่งปัจจุบันเปิดช่องทางหลัก ขาเข้า-ขาออก ทิศทางละ 1 ช่องจราจร ช่วงเวลา 05.30 - 20.00 น.
ส่วนทางคู่ขนาน ฝั่งละ 2 ช่องจราจร วิ่งได้ตามปกติตลอด 24 ชม. นั้น กรมทางหลวงได้วางแผนเตรียมปรับผังจราจรใหม่ เพื่อช่วยคลี่คลายปัญหาการจราจรให้ประชาชนสัญจรได้คล่องตัวขึ้น คาดว่าจะเริ่มในช่วงกลางเดือนมีนาคม 2569 นี้
ขณะที่การปรับพื้นที่ช่องทางหลักฝั่งขาเข้า กทม. บริเวณจุดเกิดเหตุเครน LG ถล่ม เพื่อรองรับการเบี่ยงจราจรรูปแบบใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ดังนี้
1.การจราจรทิศทางขาเข้า กทม. (Inbound) บริเวณช่วงทางลงสะพาน จะเปิดช่องทางหลัก (Main Road) เพิ่มจาก 1 ช่องจราจร เป็น 2 ช่องจราจร
2. การจราจรทิศทางขาออก กทม. (Outbound): บริเวณช่วงก่อนขึ้นสะพาน จะเปิดช่องทางพิเศษ (Reversible Lane) เพิ่มอีก 1 ช่องจราจร รวมเป็น 2 ช่องจราจร โดยจัดให้รถวิ่งสวนเลนในทางหลัก
ด้านศูนย์บริหารจัดการจราจรและอุบัติเหตุของกรมทางหลวง (HTOC) กำลังวิเคราะห์ข้อมูลสถิติและวางแผนการบริหารจัดช่องจราจรของช่องทางหลักฝั่งขาเข้า กทม. ตามผังการจัดการจราจรแบบใหม่นี้
ทั้งนี้อาจมีการปรับจำนวนช่องจราจรให้สอดคล้องกับปริมาณรถของแต่ละทิศทาง ในแต่ละช่วงเวลา เช่น อาจปรับให้วิ่งทางหลักขาเข้า 3 ช่อง ขาออก 1 ช่อง เป็นต้น เพื่อช่วยให้การระบายรถในภาพรวมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น