thansettakij
กรมทางหลวง เปิดแผนคืบหน้ารื้อซากเครนถล่ม 'ถนนพระราม 2'

กรมทางหลวง เปิดแผนคืบหน้ารื้อซากเครนถล่ม 'ถนนพระราม 2'

02 ก.พ. 2569 | 06:41 น.
อัปเดตล่าสุด :02 ก.พ. 2569 | 06:55 น.

‘กรมทางหลวง’ เปิดแผนคืบหน้ารื้อถอนซากเครนถล่มบน ‘มอเตอร์เวย์บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว’ หลังเกิดอุบัติเหตุเครนถล่ม ดึง วสท. คุมงานใกล้ชิด ลุยเทคอนกรีตเชื่อมสะพานคานยื่นข้ามแม่น้ำท่าจีน

KEY

POINTS

  • กรมทางหลวงเริ่มดำเนินการรื้อถอนสะพาน 2 ช่วงบนถนนพระราม 2 ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์เครนถล่ม โดยใช้เครนอีกชุดยกชิ้นส่วนที่ชำรุดลงมาอย่างเป็นระบบ
  • มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อหาสาเหตุของเครนถล่ม โดยได้รวบรวมวัตถุพยานเพื่อนำไปตรวจสอบทางนิติวิศวกรรมและพิจารณาความรับผิดชอบของผู้รับเหมา
  • ยกระดับมาตรการความปลอดภัยสูงสุด 5 มิติ รวมถึงการเปลี่ยนทีมผู้ปฏิบัติงาน การตรวจสอบเครื่องจักรใหม่ทั้งหมด และให้มีผู้เชี่ยวชาญอิสระ (วสท.) ร่วมกำกับดูแล

นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า กรมทางหลวง ได้รายงานความคืบหน้าโครงการมอเตอร์เวย์สายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว (M82) ตอนที่ 7 ภายหลังเกิดเหตุอุปกรณ์ยกติดตั้งชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป (Launching Gantry : LG) ถล่มบริเวณทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) นั้น

ทั้งนี้จากเหตุเครนถล่มของโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ M82 ตอนที่ 7 เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ทำให้จำเป็นต้องรื้อย้ายพื้นสะพานคอนกรีตอัดแรงใกล้จุดเกิดเหตุที่ถูกเครนพังถล่ม มากระแทกได้รับความเสียหาย จำนวน 2 ช่วง 

อย่างไรก็ดีจากการตรวจพบว่าพื้นสะพานทะลุและลวดอัดแรง (Prestressed Tendon) ได้รับความเสียหาย รวมถึงมีรอยร้าวปรากฎบริเวณชิ้นส่วนสะพานรูปกล่อง ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้าง จึงจำเป็นต้องรื้อถอนลงมาก่อนเพื่อความปลอดภัย โดยการเคลื่อนย้ายเครน LG เข้าไปติดตั้งและยกชิ้นส่วนสะพานคอนกรีตรูปกล่องอัดแรงที่จะถูกตัดแยกแต่ละก้อนลงมาอย่างเป็นระบบ

นายปิยพงษ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการเตรียมรื้อถอนสะพานที่ได้รับความเสียหายจากเครนถล่ม LG ภายใต้การกำกับดูแลของผู้เชี่ยวชาญจาก วสท. และมาตรการควบคุมพื้นที่ให้มีความปลอดภัย เพื่อป้องกันผลกระทบต่อผู้ใช้เส้นทาง 

ส่วนงานเทคอนกรีตเชื่อมสะพานคานยื่นข้ามแม่น้ำท่าจีนแล้วเสร็จ 1 จุด พร้อมเร่งตรวจสอบสาเหตุของเหตุการณ์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาการกำกับการดำเนินงานให้เป็นไปตามสัญญาอย่างเคร่งครัด

ขณะเดียวกันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กรมทางหลวง ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ได้ประชุมร่วมกันเพื่อกำหนดมาตรการตรวจสอบความปลอดภัยขั้นสูงสุดก่อนเริ่มขั้นตอนการรื้อถอน พร้อมทั้งได้ลงพื้นที่ประเมินความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างบริเวณข้างเคียงที่อาจได้รับผลกระทบจากเหตุเครน LG ถล่ม 
 

ทั้งนี้เพื่อสอบทานความถูกต้องของแผนการรื้อถอน และตรวจสอบสภาพความสมบูรณ์และความแข็งแรงของโครงสร้าง LG ที่จะนำมาใช้ยกชิ้นส่วนสะพานที่เสียหายลงมา โดยล่าสุดจนถึง 31 มกราคม 2569 ได้เริ่มดำเนินการในขั้นตอนการทำงานที่สำคัญไปแล้ว 2 ส่วน คือ

1. การรื้อย้าย LG ด้านซ้ายทาง ปลดอุปกรณ์ยึดรั้ง (PT-Bar) และดำเนินการเคลื่อนย้าย LG ถอยกลับไปยังตำแหน่งปลอดภัย เพื่อไม่ให้กีดขวางขั้นตอนการรื้อย้ายคาน 

2. การปรับตำแหน่ง LG ชุดที่สอง ดำเนินการเคลื่อนย้าย LG จากด้านขวาทาง เข้าสู่ตำแหน่งปฏิบัติงานเพื่อเตรียมรื้อถอนคานที่ชำรุด โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการตามแผนงาน ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนการติดตั้งค้ำยัน (Main Support) และการเจาะคอนกรีตสำหรับติดตั้งโครงสร้างรองรับ (Supporting Frame)

สำหรับแผนการดำเนินงานในสัปดาห์หน้า ทีมวิศวกรจะดำเนินงานขั้นตอนการตรวจสอบเอกสารรายการคำนวณ และขั้นตอนการเคลื่อนย้ายชุดเครื่องจักร LG (Method Statement) ที่จะใช้ในการรื้อถอนอย่างละเอียด พร้อมทั้งดำเนินการติดตั้งระบบติดตามพฤติกรรมโครงสร้าง (Structural Health Monitoring) แบบ Real Time 

ทั้งนี้เพื่อเฝ้าระวังความปลอดภัยตลอดเวลา ควบคู่ไปกับการลงพื้นที่ตรวจสอบความสมบูรณ์ของเครื่องจักรและอุปกรณ์ส่วนควบให้พร้อมสมบูรณ์ ก่อนที่จะเริ่มเคลื่อนย้าย LG เข้าสู่ตำแหน่งเพื่อปฏิบัติงานรื้อถอนในลำดับถัดไป
 
ส่วนการเทคอนกรีตเชื่อมต่อโครงสร้างสะพานคานยื่น (Balanced Cantilever) ช่วงข้ามแม่น้ำท่าจีนที่ยังไม่บรรจบกันจำนวน 3 จุด ยังคงเดินหน้าตามแผนภายใต้มาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด เนื่องจากปัจจุบันโครงสร้างสะพานฯ ถูกทิ้งค้างไว้ในรูปแบบคานยื่นอิสระและใช้นั่งร้านชั่วคราวขนาดใหญ่ทำหน้าที่แบกรับน้ำหนักอยู่ จึงจำเป็นต้องเร่งเทคอนกรีตเชื่อมต่อโครงสร้างสะพานส่วนยื่น (Closure) ให้บรรจบอย่างสมบูรณ์ 

เพื่อให้การรับน้ำหนักและถ่ายแรงเป็นไปตามการออกแบบด้านวิศวกรรม และสามารถรื้อถอนโครงสร้างนั่งร้านชั่วคราวที่มีความเสี่ยงสูงออกจากพื้นที่ก่อสร้าง และเปิดช่องทางหลักช่วงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนเพิ่มเติมได้ โดยล่าสุดจนถึง 31 มกราคม 2569 ได้ดำเนินการเทคอนกรีตเชื่อมสะพานและดึงลวดแล้วเสร็จ 1 จุด (ตำแหน่ง M3) สำหรับแผนการดำเนินงานในสัปดาห์หน้า จะเริ่มดำเนินการอีก 2 จุดที่เหลือ (ตำแหน่ง M4 และ M5) 

 

กรมทางหลวง เปิดแผนคืบหน้ารื้อซากเครนถล่ม 'ถนนพระราม 2'

 

นายปิยพงษ์ กล่าวต่อว่า ความคืบหน้าของการตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงสาเหตุของเหตุการณ์การเครน LG ถล่ม คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในส่วนของกรมทางหลวง ซึ่งประกอบด้วยวิศวกรโยธาเชี่ยวชาญจากกรมทางหลวง ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ผู้แทนสภาวิศวกร ผู้แทนวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบวัตถุพยานและสถานที่เกิดเหตุบริเวณ กม.30+300 

นอกจากนี้ยังร่วมประชุมสรุปแนวทางการดำเนินงานโดยคณะกรรมการฯ ได้กำหนดและเก็บรวบรวมวัตถุพยานสำคัญทั้งทางคดีและทางวิศวกรรม รวมจำนวน 9 จุด อาทิ ชิ้นส่วนโครงสร้างเหล็ก (Truss) ชุดมอเตอร์ ระบบไฮดรอลิก และชิ้นส่วนที่ได้รับความเสียหาย โดยมีเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จังหวัดสมุทรสาคร ร่วมดำเนินการ เพื่อนำวัตถุพยานไปเก็บรักษาในพื้นที่ควบคุมเฉพาะ ป้องกันการสูญหาย และเตรียมพร้อมสำหรับการตรวจสอบเชิงลึก


  กรมทางหลวง เปิดแผนคืบหน้ารื้อซากเครนถล่ม 'ถนนพระราม 2'

 

ทั้งนี้คณะกรรมการฯ ได้วางแผนการตรวจสอบทางนิติวิศวกรรม โดยในสัปดาห์ถัดไปจะเริ่มดำเนินการตรวจสอบพินิจ (Visual Inspection) การวัดขนาดและเก็บข้อมูลทางกายภาพของโครงสร้างเปรียบเทียบกับแบบแปลน จากนั้นจะคัดเลือกชิ้นส่วนสำคัญส่งทดสอบในห้องปฏิบัติการ (Laboratory Test) เพื่อทดสอบค่ากำลังรับแรงของวัสดุจริง 

ก่อนนำข้อมูลทั้งหมดไปใช้ในการจำลองสถานการณ์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (Finite Element Analysis) เพื่อวิเคราะห์สาเหตุการวิบัติของโครงสร้างให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนและเป็นที่ยอมรับตามหลักวิศวกรรมสากล
 
ด้านผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะถูกนำมาใช้ประกอบการพิจารณาว่าการดำเนินงานของผู้รับเหมาเป็นไปตามแบบ วิธีการก่อสร้าง และเงื่อนไขในสัญญาหรือไม่ รวมถึงใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการพิจารณาความรับผิดและสิทธิของกรมทางหลวงในการดำเนินการตามสัญญาต่อไป
 
อย่างไรก็ดีกรมทางหลวงยืนยันให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยของประชาชน และจะดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความโปร่งใส รอบคอบ และเป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

 

กรมทางหลวง เปิดแผนคืบหน้ารื้อซากเครนถล่ม 'ถนนพระราม 2'

 

ตามขั้นตอนทางวิศวกรรมและมาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ภายใต้การกำกับดูแลขั้นตอนและแผนการดำเนินการของผู้เชี่ยวชาญจาก วสท. และมาตรการควบคุมพื้นที่ให้มีความปลอดภัย เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจต่อสาธารณะ แบ่งออกเป็น 5 มิติ ดังนี้  

มิติที่ 1 พื้นที่ก่อสร้างต้องปลอดภัย: ปิดพื้นที่การจราจร 100% บริเวณพื้นที่ก่อสร้างที่มีงานอันตรายบนที่สูง รวมทั้งให้เว้นระยะปลอดภัย (Safety Zone) ด้านข้าง เพื่อแยกพื้นที่ก่อสร้างออกจากพื้นที่สัญจรอย่างเด็ดขาด

มิติที่ 2 เครื่องจักรและอุปกรณ์ต้องปลอดภัย: ยกเครื่องระบบตรวจสอบทางวิศวกรรม โดยให้ตรวจทานแบบและรูปแบบการติดตั้งเครน LG ของแต่ละช่วงสะพาน พร้อมทั้งรายการคำนวณใหม่ทั้งหมด รวมทั้งให้ตรวจสอบสภาพของอุปกรณ์เครน LG ใหม่อีกครั้ง และดำเนินการติดตั้ง Add-on ระบบ Structural Health Monitoring (SHM) หรือเซนเซอร์ตรวจวัดพฤติกรรมโครงสร้างแบบ Real-time ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเฝ้าระวังและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ

มิติที่ 3 เปลี่ยนผู้ปฏิบัติงาน LG เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีมาตรฐาน: ยุติการดำเนินงานของชุดปฏิบัติงาน LG รายเดิมของ ITD และจัดหาบริษัทผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านงาน LG ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยได้รับการยอมรับเข้ามาดำเนินการแทน 

มิติที่ 4 ตรวจสอบและกำกับควบคุมความปลอดภัยโดยผู้เชี่ยวชาญอิสระ (Third Party): เพิ่มผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยที่เป็นอิสระ โดยเชิญ วสท. ส่งวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบและร่วมกำกับควบคุมดูแลความปลอดภัยในทุกขั้นตอนอีกชั้นหนึ่ง ตลอดระยะเวลาการปฏิบัติงาน 

มิติที่ 5 ประชาสัมพันธ์ต่อสาธารณะอย่างเปิดเผย: เปิดเผยข้อมูลทางวิศวกรรมให้ประชาชนทราบอย่างตรงไปตรงมา พร้อมรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง