

KEY
POINTS
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รักษาการผู้ว่าฯ รฟท. เปิดเผยว่า วันนี้ (29 มกราคม 2569) ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รับทราบผลการพิจารณายกเลิกสัญญาบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน สัญญา 3-4 ช่วงลำะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด นั้น
ทั้งนี้รฟท.ได้มีการรายงานถึงประเด็นดังกล่าวต่อคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายของรฟท. เบื้องต้นคณะกรรมการฯชุดนี้ได้มีความเห็นให้รฟท.หารือร่วมกับอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณารายละเอียดของสัญญาให้เกิความรอบคอบ เป็นธรรมต่อทุกฝ่ายและถูกต้องตามกฎหมาย สอดรับกับพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐฯ มาตรา 103 การบอกเลิกสัญญา
นายอนันต์ กล่าวต่อว่า รฟท.ประเมินว่าจะสามารถทำเรื่องไปหารืออัยการสูงสุดได้ภายในสัปดาห์หน้าถึงแนวทางการบอกเลิกสัญญาเอกชนฯให้ครบถ้วน โดยจะมีการหารือถึงประเด็นหากมีการบอกเลิกสัญญาเอกชนรายนี้จะสามารถกลับเข้ามาร่วมประมูลงานภาครัฐได้หรือไม่ ก่อนเสนอกับมาที่บอร์ดรฟท.พิจารณาอีกครั้ง
อย่างไรก็ดีภาพรวมการก่อสร้างในปัจจุบันของสัญญา 3-4 ช่วงลำะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด คืบหน้า 99.5% เหลือก่อสร้างอีก 0.5% ตามแผนรฟท.จะต้องตรวจรับประกันผลงานและข้อความแนบท้ายในสัญญา ซึ่งเกี่ยวข้องกับสัญญา 2.3 งานระบบรถไฟฟ้าและเครื่องกลที่ต้องติดตั้งระบบด้วย
ที่ผ่านมาจากการสอบข้อเท็จจริงของรฟท.และสภาวิศวกรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่าทางเอกชนผู้รับจ้างบกพร่องในการประสานงานคนดูแลและเฝ้าระวังความปลอดภัย (Safty and Lookout Man) อีกทั้งพบว่าเอกสารตรวจสอบปั้นจั่นหมดอายุเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2569
ขณะที่สาเหตุอุปกรณ์และวัสดุยึดหัก ทำให้เกิดเหตุการณ์เครนหล่นทับรถไฟ ในประเด็นนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบพิสูจน์สาเหตุระหว่างรฟท. สภาวิศวกรและวสท.ให้แล้วเสร็จก่อน ในระหว่างนี้รฟท.ได้สั่งการให้บริษัทอิตาเลียนไทยฯและผู้รับเหมาในสัญญาอื่นๆของโครงการไฮสปีดไทย-จีน หยุดการก่อสร้างไปก่อนจนกว่าการตรวจสอบจะแล้วเสร็จ
"หากบอกเลิกสัญญากับเอกชนรายเดิม คาดว่ากระบวนการประกวดราคากับเอกชนผู้รับจ้างรายใหม่จะใช้เวลาประมาณ 14 เดือนในการจัดทำร่างเอกสารการประกาศประกวดราคาใหม่ แต่หากมีการฟ้องร้องอาจจะทำให้กระบวนนี้ล่าช้าออกไปอีก" นายอนันต์ กล่าว
นอกจากนี้ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟท รับทราบแนวทางการดำเนินการแก้ไขปัญหาความล่าช้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรภูมิ-อู่ตะเภา) นั้น
ทั้งนี้จากการแก้ไขร่างสัญญาจากข้อสังเกตอัยการสูงสุด ทั้ง 18 ข้อเบื้องต้นรฟท.ได้ดำเนินการแก้ไขร่วมกับบริษัทเอเชีย เอราวัน จำกัด (ซีพี) เอกชนคู่สัญญาประเด็นจากข้อสังเกตอัยการฯเรียบร้อยแล้ว
ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างรอทางสกพอ.เสนอคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) แและเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่พิจารณา เนื่องจากเป็นโครงการที่ผูกพันงบประมาณ ทำให้ต้องรอครม.ด้วย
นายอนันต์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้รฟท.เตรียมทำเรื่องส่งไปยังอัยการสูงสุดพิจารณาถึงการตีความเชิงกฎหมายในร่างสัญญาใหม่ที่อยู่ในหลักประกันสัญญางานโยธาร่วมที่รัฐร่วมลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน
โดยเป็นการรับประกันว่าเอกชนคู่สัญญาจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 5 ปีตามสัญญา สำหรับหลักประกันเพิ่มเติมตามมติกพอ. เป็นหลักประกันด้านงานโยธาที่เสนอ
เมื่อเอกชนเริ่มก่อสร้าง จะมีการจ่ายเงินในรูปแบบสร้างไปจ่ายไป โดยเอกชนต้องวางเงินค้ำประกันด้านงานโยธา (แบงก์การันตี) เต็มจำนวนของมูลค่างานอยู่ที่ 120,000 ล้านบาท
ทั้งนี้เพื่อเป็นการยืนยันว่าเอกชนต้องดำเนินการก่อสร้างงานให้แล้วเสร็จตามแผนในกรณีที่เอกชนไม่สามารถทำงานต่อได้ โดยหลักประกันกันดังกล่าวจะเป็นตัวช่วยดำเนินการ ซึ่งจะต้องรอหารือร่วมกับอัยการสูงสุดในรายละเอียดเพิ่มเติมด้วย