ชำแหละงาน ‘อิตาเลียนไทย’ รัฐในมือ 1.3 แสนล้าน สังเวยเสียชีวิตสลด 140 ราย

17 ม.ค. 2569 | 00:00 น.

‘อิตาเลียนไทย’ ถึงจุดเปลี่ยน คมนาคมงัด 'สมุดพกผู้รับเหมา' ดัดหลังยักษ์ใหญ่ หลังรัวอุบัติเหตุถล่มโครงการเมกะโปรเจ็กต์รายวัน จับตามาตรการ 'ลดชั้น-แบล็กลิสต์'

KEY

POINTS

  • บริษัท อิตาเลียนไทย (ITD) กำลังเผชิญวิกฤตความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยจากอุบัติเหตุร้ายแรงในโครงการก่อสร้างภาครัฐหลายครั้ง
  • อุบัติเหตุในโครงการที่รับผิดชอบ กว่า 213 โครงการ ในช่วงเกือบสิบปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวมกว่า 140 ราย และเสี่ยงถูกกระทรวงคมนาคมตัดคะแนนหรือลดชั้นผู้รับเหมา
  • ปัญหาความปลอดภัยที่เกิดขึ้นซ้ำซ้อนอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐในอนาคต และอาจเสียโอกาสให้คู่แข่ง

ยักษ์ใหญ่เบอร์ของวงการรับเหมาก่อสร้างไทยอย่าง บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัท ไม่เพียงแต่ประเด็นเรื่อง "สภาพคล่อง" ที่เป็นมหากาพย์ลากยาวมาตั้งแต่ปีก่อน แต่ปัญหา "ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย" จากอุบัติเหตุในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ กลายเป็น "ตัวแปรสำคัญ" ที่อาจส่งผลต่อแต้มต่อในการประมูลงานรัฐในอนาคต

ในช่วงปีที่ผ่านมาหลายโครงการของอิตาเลียนไทยเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน ตั้งแต่คานเหล็กหล่น ผลกระทบจากการก่อสร้างรถไฟฟ้า จนถึงโครงการทางด่วน ซึ่งในทางวิศวกรรมและการบริหารโครงการ (Project Management) นี่คือสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกถึงบุคลากรหน้างาน รวมถึงสภาพคล่องที่ตึงตัวในอดีตส่งผลโดยตรงต่อการรักษาวิศวกรและโฟร์แมน ฝีมือดีไว้ในมือ เมื่อคนเก่าออก คนใหม่ยังไม่คุ้นชินหน้างาน ความผิดพลาด (Human Error) จึงเกิดขึ้นได้ง่าย

ไม่เพียงเท่านั้น กระทรวงคมนาคม ยังงัดกฎเหล็กใหม่มีการใช้มาตรการ "ตัดคะแนนผู้รับเหมา" ที่เข้มงวดขึ้น หากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง ทำให้ "อิตาเลียนไทย" อาจมีความเสี่ยงที่จะถูกลดเกรดผู้รับเหมาจากชั้นพิเศษลงมาเป็นชั้น 1 ซึ่งหมายถึงมูลค่าโครงการที่สามารถเข้าประมูลได้จะลดลงมหาศาล หากถูกพักสิทธิ์การเข้าประมูลงานใหม่ในระยะเวลา 6 เดือนถึง 1 ปี คือการตัดท่อน้ำเลี้ยงในวันที่บริษัทต้องการงานใหม่เพื่อเติม Backlog

จากการตรวจสอบข้อมูลตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน "อิตาเลียนไทย" คว้างานภาครัฐ โดยเป็นผู้ชนะการประกวดราคาทั้งแบบประมูลอิเล็กทรอนิกส์ (e-Bidding) และแบบวิธีคัดเลือก หรือวิธีอื่น ๆ กว่า 213 โครงการ รวมมูลค่า 1.3 แสนล้านบาท โดยเฉพาะในปี 2561 ได้รับงานมูลค่าสูงถึง 40,000 ล้านบาท

เช่นเดียวกับปัญหาด้านอุบัติเหตุ ตรวจพบว่า ในช่วงเกือบสิบปีที่ผ่านมา ได้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงในการก่อสร้างโครงการภาครัฐที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของ "อิตาเลียนไทย" หลายโครงการ แต่ละเหตุการณ์ได้คร่าชีวิตคนงานและชาวบ้านรวมกว่า 140 ราย สรุปได้ดังนี้

28 เมษายน 2560

เกิดเหตุอุปกรณ์ยกแท่งปูน (Launcher) ร่วงหล่นทับคนงาน ในโครงการรถไฟสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย 

21 สิงหาคม 2564

เกิดเหตุคนงานก่อสร้างตกจากด้านบนของไซต์ก่อสร้างโครงการทางยกระดับ บนทางหลวงหมายเลข 35 สายธนบุรี-ปากท่อ (ถนนพระราม 2) ช่วง กม. 19 เสียชีวิต 1 ราย

15 กุมภาพันธ์ 2565

อุบัติเหตุนั่งร้านภายในโครงการก่อสร้างโรงแรมชื่อดัง ถ.วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. ถล่ม มีทำให้ผู้เสียชีวิต 2 ราย และบาดเจ็บ 4 คน

16 กุมภาพันธ์ 2565

เกิดเหตุโครงสร้างค้ำยันแบบเทคอนกรีต พังถล่มขณะเทปูนในโครงการ One Bangkok ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 รายและบาดเจ็บ 4 ราย

ช่วงปี 2564-2567

เกิดเหตุการณ์ซ้ำซ้อนหลายเหตุการณ์คานปูนถล่มและโครงเหล็กยกชิ้นส่วนพังถล่มทับคนงานในโครงการทางยกระดับพระราม 2  ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย 

15 มีนาคม 2568

คานเหล็กถนนพระราม 2 ในโครงการทางทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนองฯ ทรุดตัว เสียชีวิต 5 ราย บาดเจ็บ 24 คน

28 มีนาคม 2568

โครงการอาคาร สตง. แห่งใหม่ อาคารสูง 30 ชั้นพังถล่มลงมาทั้งหลังขณะก่อสร้าง คร่าชีวิตคนไปถึง 92 ราย และสูญหายอีก 4 ราย

14 มกราคม 2569

เครนยักษ์ล้มทับขบวนรถไฟโดยสาร ทำให้ตกรางและเกิดเพลิงไหม้ ในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ช่วงสีคิ้ว จ.นครราชสีมา มีผู้เสียชีวิตกว่า 32 ราย บาดเจ็บ 64 คน

15 มกราคม 2569

เกิดอุบัติเหตุโครงเหล็กติดตั้งสะพาน (LG) ร่วงหล่นในโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ M82 ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว (ตอน 7) บริเวณ กม. 30 พื้นที่ จ.สมุทรสาคร ก่อนขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน บนถนนถนนพระราม 2 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 2 ราย

อย่างไรก็ดีด้วยข้อมูลเชิงสถิติข้างต้น นับเป็นความท้าทายหากยักษ์ใหญ่รายนี้ไม่สามารถอุดรอยรั่วเรื่องความปลอดภัยได้ โครงการเมกะโปรเจกต์ในอนาคตที่กำลังจะออกมา อาจถูกเปลี่ยนมือไปยังคู่แข่งรายอื่นที่ "ชัวร์กว่า" ในสายตาของรัฐบาลและประชาชน

งานก่อสร้างล่าช้า รัฐอาจพอรอได้ แต่ความสูญเสียจากความประมาท คือสิ่งที่สังคมไทยจะไม่ให้อภัยอีกต่อไป